TIST RUN #3 : วิ่งทะลุเฟรม Pattani ม.อ.ปัตตานี–สสส.–ภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนสุขภาวะผ่านเมืองพหุวัฒนธรรม สู่ต้นแบบการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
.
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จับมือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จังหวัดปัตตานี และสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดกิจกรรม TIST RUN #3 : วิ่งทะลุเฟรม Pattani ดึงนักวิ่งร่วม 1,800 คน จากทั้งไทยและต่างประเทศ ร่วมสัมผัสเส้นทาง วงแหวนพหุวัฒนธรรม ถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองปัตตานีผ่านการวิ่ง พร้อมยกระดับกิจกรรมสู่ต้นแบบการสร้างสุขภาวะ การท่องเที่ยว และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จังหวัดปัตตานี และสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดกิจกรรม TIST RUN #3 : วิ่งทะลุเฟรม Pattani ภายใต้โครงการวิ่งสร้างสุขภาวะและพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน (TIST RUN #3) เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยมี นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (กรุงเทพ) รวมทั้ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรุณีวรรณ บัวเนี่ยว รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม วิทยาเขตปัตตานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บดินทร์ แวลาเตะ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ วิทยาเขตปัตตานี และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรภาคย์ ไมตรีพันธ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม วิทยาเขตปัตตานี คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย หัวหน้าส่วนราชการ และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อมุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงกิจกรรมกีฬามวลชนที่ได้มาตรฐาน ส่งเสริมวิถีสุขภาวะ ขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของชุมชน และพัฒนาต้นแบบการจัดกิจกรรมบนฐานอัตลักษณ์พหุวัฒนธรรม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน




กิจกรรมในปีนี้ได้รับการตอบรับจากนักวิ่งเข้าร่วม 1,800 คน โดยเฉพาะนักวิ่งชาวต่างชาติร่วม 200 คน จากประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศเคนยา นักวิ่งหน้าใหม่จากเครือข่ายโรงเรียน มหาวิทยาลัย และชุมชนในจังหวัดปัตตานี ร่วมแข่งขันใน 3 ระยะ ได้แก่ Half Marathon 21 กิโลเมตร , Mini Marathon 10 กิโลเมตร และ Fun Run 6 กิโลเมตร จุดเด่นสำคัญของงานคือ เส้นทางวิ่ง "วงแหวนพหุวัฒนธรรม" ซึ่งพานักวิ่งผ่านสถานที่สำคัญของจังหวัดปัตตานี ทั้งมัสยิด วัด ชุมชน ตลาด และสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ สะท้อนภาพการอยู่ร่วมกันของผู้คนต่างศาสนาและต่างวัฒนธรรมอย่างสันติ เปรียบเสมือนการเล่าเรื่องเมืองผ่านทุกย่างก้าวของนักวิ่ง ภายใต้แนวคิด Travel – Inspiration – Sport – Together หรือ วิ่งทะลุเฟรม Pattani







นอกจากจะเป็นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้วิถีชีวิต แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และสัมผัสเสน่ห์ของเมืองปัตตานีในมิติใหม่ ช่วยสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์จังหวัดในฐานะเมืองแห่งสุขภาวะและพหุวัฒนธรรม ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศและนานาชาติ
.
นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่กิจกรรมได้รับการตอบรับจากนักวิ่งทั่วประเทศและต่างประเทศเป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดปัตตานีทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ การท่องเที่ยว และทรัพยากรทางธรรมชาติที่งดงาม ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสบรรยากาศและเสน่ห์ของพื้นที่ตลอดเส้นทางการวิ่ง พร้อมอวยพรให้ทุกคนได้รับทั้งความสุข ความแข็งแรง และประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
.
ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรม TIST RUN อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งของทุกภาคส่วน และจะมีการสานต่อในปีต่อ ๆ ไป เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่กับการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดปัตตานีให้เป็นที่ประจักษ์ในวงกว้าง
.
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรภาคย์ ไมตรีพันธ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า โครงการ TIST RUN #3 : วิ่งทะลุเฟรม Pattani ได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่ากิจกรรมเดิน–วิ่งเพื่อสุขภาพ แต่เป็นพื้นที่สร้างสุขภาวะที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และวัฒนธรรม ผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาต้นแบบการจัดกิจกรรมบนฐานอัตลักษณ์พหุวัฒนธรรม และขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ความโดดเด่นของ TIST RUN คือการนำแนวคิด "TIST : Travel – Inspiration – Sport – Together" มาถ่ายทอดผ่านเส้นทาง "วงแหวนพหุวัฒนธรรม" ซึ่งเชื่อมโยงมัสยิด วัด ศาลเจ้า ย่านเมืองเก่า ตลาด และชุมชนไทยพุทธ มลายู และจีน ทำให้ผู้เข้าร่วมไม่ได้เพียงออกกำลังกาย แต่ยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของจังหวัดปัตตานีไปพร้อมกัน








สิ่งที่เราเห็นตลอดเส้นทางวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านที่ร่วมดูแลจุดบริการน้ำ การแสดงศิลปวัฒนธรรม การเปิดพื้นที่ชุมชนต้อนรับนักวิ่ง หรือการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ล้วนสะท้อนว่า TIST RUN ไม่ใช่เพียงงานวิ่ง แต่เป็นกระบวนการสร้างสุขภาวะของคนทั้งเมือง ที่ทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม วิทยาเขตปัตตานี
.
ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า ความร่วมมือของมหาวิทยาลัย ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชน คือ ทุนทางสังคมที่ทำให้ TIST RUN เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยผลจากการจัดงานที่ผ่านมาได้รับการยอมรับให้ติด 1 ใน 5 งานวิ่งที่มีการบริหารจัดการดีที่สุดของประเทศ ทั้งด้านมาตรฐานความปลอดภัย การบริหารจัดการ และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักวิ่ง ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญสู่การจัด TIST RUN #3 ในปีนี้อย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ โครงการยังสร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า ที่พัก และผู้ผลิตสินค้าชุมชน ควบคู่กับการยกระดับภาพลักษณ์ของจังหวัดปัตตานีให้เป็นเมืองแห่งสุขภาวะ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และเมืองพหุวัฒนธรรมที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก
.
สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม ที่ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ พร้อมพิสูจน์ว่าการบูรณาการด้านสุขภาพ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และความร่วมมือของทุกภาคส่วน สามารถพัฒนาเป็นต้นแบบการสร้างสุขภาวะและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ที่สามารถต่อยอดสู่พื้นที่อื่นของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
