ม.อ.ปัตตานี ผนึก สสส. จังหวัดปัตตานี และภาคีเครือข่าย เปิดลานสร้างเสริมสุขภาวะชายแดนใต้ ขับเคลื่อนเมืองสุขภาวะผ่าน TIST RUN #3
.
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จังหวัดปัตตานี และสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม "ลานสร้างเสริมสุขภาวะชายแดนใต้" ภายใต้โครงการ TIST RUN #3 : วิ่งสร้างสุขภาวะและพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างพื้นที่สาธารณะต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาวะ การเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมผลักดันจังหวัดปัตตานีสู่การเป็นเมืองสุขภาวะผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน







มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จังหวัดปัตตานี และสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม ลานสร้างเสริมสุขภาวะชายแดนใต้ ภายใต้โครงการ TIST RUN #3 : วิ่งสร้างสุขภาวะและพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ณ ลานสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อสร้างพื้นที่สาธารณะสำหรับการเรียนรู้ การออกกำลังกาย และการส่งเสริมสุขภาวะของประชาชน โดยมี นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานในพิธี กล่าวต้อนรับโดยนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (กรุงเทพ) พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บดินทร์ แวลาเตะ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนภาคีเครือข่ายด้านสุขภาวะ ท่ามกลางนักวิ่งจากประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย รวมถึงประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก
นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การสร้างสุขภาวะในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย สสส. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และเครือข่ายประชาชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิต การลดความเหลื่อมล้ำ การแก้ไขปัญหาความยากจน การรับมือภัยพิบัติ และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
.
ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดปัตตานีให้ความสำคัญกับการใช้ "กีฬา" เป็นกลไกสร้างสุขภาวะ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพราะกิจกรรมด้านกีฬาไม่เพียงช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี แต่ยังสามารถสร้างการเดินทาง การใช้จ่าย และต่อยอดสู่การสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเมืองสร้างสรรค์และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน นอกจากนี้ ยังเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมสำคัญของจังหวัดที่กำลังจะเกิดขึ้น อาทิ เทศกาลเปิดเมืองปัตตานี และกิจกรรม Pattani Decoded (D-CODE) ซึ่งจะใช้พื้นที่เมืองและทุนทางวัฒนธรรมเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ควบคู่กับการสร้างพื้นที่การเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน

ด้าน นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (กรุงเทพฯ) เปิดเผยว่า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนทั้งบุคลากร องค์ความรู้ และการดำเนินกิจกรรม เพื่อร่วมกันลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ดังนั้นการเปิดลานสร้างเสริมสุขภาวะชายแดนใต้ และการจัดกิจกรรม TIST RUN #3 เป็นตัวอย่างของการทำงานแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย จังหวัดปัตตานี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาวะ เพื่อสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้เรียนรู้ ลงมือปฏิบัติ และมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน
พร้อมทั้งชื่นชมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่สามารถประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจนเกิดกิจกรรมที่เชื่อมโยงมิติด้านสุขภาพ การศึกษา การพัฒนาชุมชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยืนยันว่า สสส. จะเดินหน้าสนับสนุนการขยายผลความร่วมมือดังกล่าวไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ เพื่อผลักดันการพัฒนาเมืองสุขภาวะอย่างยั่งยืน

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บดินทร์ แวลาเตะ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอขอบคุณสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จนเกิดเป็นเวทีความร่วมมือด้านการสร้างเสริมสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความสำเร็จของกิจกรรมเกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เครือข่ายเยาวชน นักศึกษา บุคลากร และจิตอาสา ที่ร่วมกันนำองค์ความรู้และทรัพยากรมาสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้านสุขภาวะ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตนเองและชุมชน
.
รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยเชื่อมั่นว่าการสร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน และหวังว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดเครือข่ายด้านการสร้างเสริมสุขภาพ การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และการพัฒนาเมืองแห่งสุขภาวะ ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะยาว








ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลากหลาย ได้แก่ กิจกรรมขยับกาย สบายใจ โดยเทศบาลเมืองรูสะมิแล เวทีเสวนา "พลังชุมชนกับการขับเคลื่อนเมืองสุขภาวะอย่างยั่งยืน" การแนะนำเทคนิคการวิ่ง และกิจกรรมรณรงค์สุขภาวะโดยเครือข่ายโตไปไม่สูบ และเครือข่ายคิดดี สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการความร่วมมือของมหาวิทยาลัย จังหวัดปัตตานี สสส. และภาคีเครือข่าย ในการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบด้านสุขภาวะที่ใช้กีฬา การเรียนรู้ วัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่เมืองแห่งสุขภาวะอย่างยั่งยืน.