รายละเอียดข่าว


ม.อ.ปัตตานี จับมือ UNDP สมาพันธ์สมาคมโรงเรียนเอกชนภาคใต้ และ ศอ.บต. ลงนามบันทึกความร่วมมือ ขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างโอกาสทางการศึกษาและเสริมศักยภาพเยาวชนชายแดนใต้




    อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ
    .
    มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) สมาพันธ์สมาคมโรงเรียนเอกชนภาคใต้ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MoU) เพื่อความร่วมมือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ณ ห้องประชุมชูเกียรติปิติเจริญกิจ ชั้น 3 คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 
    .
    ในการนี้ได้รับเกียรติจาก Ms. Niamh Collier-Smith ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจำประเทศไทย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัตชัย เอื้ออนันตสันต์ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี นายขดดะรี บินเซ็น นายกสมาพันธ์สมาคมโรงเรียนเอกชนภาคใต้ และผู้แทนศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยเอก ดร.สิทธิศักดิ์ จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและบริการวิชาการ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา คณบดีคณะวิทยาการสื่อสาร ตลอดจนผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และภาคีเครือข่ายจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีอย่างพร้อมเพรียง


    อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป, ห้องข่าว และ ข้อความ
    อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป, ห้องข่าว และ ข้อความ

    การลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรระหว่างประเทศ สถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ การวิจัย การสร้างนวัตกรรมทางสังคม การเสริมสร้างศักยภาพเยาวชนและบุคลากรทางการศึกษา การสื่อสารเพื่อสันติภาพ ตลอดจนการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ทั่วถึงและเท่าเทียม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้


    อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป และ ข้อความ
    Ms. Niamh Collier-Smith ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจำประเทศไทย กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นร่วมกันของทุกภาคส่วนในการสร้างสังคมที่ยั่งยืนผ่านความร่วมมือระหว่างองค์กรระหว่างประเทศ สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม พร้อมแสดงความประทับใจต่อความเข้มแข็งของชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของพื้นที่  การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มศักยภาพของผู้คน โดยอ้างอิงข้อมูลของธนาคารโลกที่ระบุว่า ทุก ๆ ปีของการศึกษาที่เพิ่มขึ้น สามารถเพิ่มโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งให้กับแต่ละบุคคลได้โดยเฉลี่ยร้อยละ 10%อย่างไรก็ตาม โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร เศรษฐกิจสีเขียว และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้บทบาทของการศึกษาในปัจจุบันต้องมุ่งสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา การปรับตัว และการทำงานร่วมกับศาสตร์ที่หลากหลาย เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนสามารถรับมือกับโลกอนาคตและร่วมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับชุมชนของตนเอง
    .
    ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัตชัย เอื้ออนันตสันต์ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนที่มีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาเยาวชนและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมหาวิทยาลัยพร้อมเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เปิดโลกทัศน์ สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ และเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ และการแก้ไขปัญหา อันเป็นทักษะสำคัญสำหรับโลกยุคใหม่ การพัฒนาที่แท้จริงอาจเริ่มต้นจาก "จุดเล็ก ๆ" แต่หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พร้อมส่งต่อโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ความร่วมมือในวันนี้จะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต ทั้งในด้านการศึกษา คุณภาพชีวิต และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

    อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป และ ข้อความ
    นายขดดะรี บินเซ็น นายกสมาพันธ์สมาคมโรงเรียนเอกชนภาคใต้ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสมาพันธ์ฯ มีเครือข่ายโรงเรียนเอกชนอิสลามจำนวน 215 แห่ง ครอบคลุม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเชื่อมั่นว่าการศึกษาคือกลไกสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน ปัจจุบันยังมีเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เนื่องจากข้อจำกัดด้านฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวและโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา การลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยเปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ได้รับการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพอย่างทั่วถึง พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้บนพื้นฐานของสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งมีความหลากหลายด้านภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ที่งดงามของจังหวัดชายแดนภาคใต้


    อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังอ่านหนังสือ, ตาราง, ห้องข่าว และ ข้อความ
    ขณะที่ ผู้แทนศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ เนื่องจากการศึกษาเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ อาชีพ และความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ พร้อมสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในอนาคต

    อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป, แท่นบรรยาย, ห้องข่าว และ ข้อความ
    อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป, แท่นบรรยาย, ห้องข่าว และ ข้อความ
    การลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างองค์กรระหว่างประเทศ ภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคประชาสังคม ที่จะร่วมกันสร้างโอกาสทางการศึกษา เสริมสร้างศักยภาพของเยาวชน และพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ประชาชนสามารถกำหนดอนาคตของตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเติบโตไปพร้อมกับสังคมที่สงบสุขและยั่งยืนในระยะยาว