รายละเอียดข่าว


คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ. นำทีมขับเคลื่อน น้ำบูดูสายบุรี สู่สินค้า GI ระดับชาติ ประชุมชี้แจงครั้งแรก




        

    มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ร่วมกับจังหวัดปัตตานี และกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเวทีประชุมชี้แจงการจัดทำคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ น้ำบูดูสายบุรี ครั้งที่ 1/2569 ภายใต้สัญญาจ้างที่ปรึกษา ระยะเวลา 180 วัน
    .
    คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะที่ปรึกษาหลัก ร่วมกับจังหวัดปัตตานีและกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ จัดการประชุมชี้แจงโครงการจัดทำคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ( GI ) สินค้า  น้ำบูดูสายบุรี  ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องมะเดื่อ ชั้น 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี  เพื่อผลักดันภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนชายแดนใต้สู่การรับรองมาตรฐานระดับชาติอย่างเป็นรูปธรรม


    อาจเป็นรูปภาพของ ‎แท่นบรรยาย และ ‎ข้อความพูดว่า "‎MN 12合 オハ PSU: O:U PUT AU'THUSO HUSO ل हेके ခ นายสนั้นสบริเมือง นายสนั่น สนริเมือง รองผู้ว่ารายการจ่งหวัดปิตตานี คัมหา-มังมัน-คันผม‎"‎‎
     

    การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมีนางอัมพิกา คงเหมียน พาณิชย์จังหวัดปัตตานี กล่าวรายงาน ก่อนที่นายนนทพจน์ อิสสริยะกุล นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ และนายสุเมธ ดาวสุข นักวิชาการพาณิชย์ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ จะบรรยายให้ความรู้เรื่องสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ในประเทศไทย และคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บรรยายขั้นตอนการดำเนินงานจัดทำคำขอขึ้นทะเบียน GI สินค้าน้ำบูดูสายบุรีโดยตรง และเปิดเวทีหารือในประเด็นสำคัญ ทั้งเรื่องชื่อสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ รายการสินค้า ผู้ยื่นคำขอ และขอบเขตพื้นที่การผลิตสินค้า โดยมีผู้ประกอบการน้ำบูดูในพื้นที่จังหวัดปัตตานีเข้าร่วมกว่า 20 ราย ครอบคลุมผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง "บูดูเฮง" และ "บูดูยีเซ็ง" ในอำเภอสายบุรี ไปจนถึงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กในพื้นที่อำเภอไม้แก่น ปะนาเระ และยะหริ่ง รวมกว่า 20 กิจการ ซึ่งล้วนมีกระบวนการหมักน้ำบูดูด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมมาไม่ต่ำกว่า 8 เดือน จนถึง 2 ปี
    .
    บทบาทของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในครั้งนี้สะท้อนพันธกิจด้านบริการวิชาการที่ตอบโจทย์สังคมอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับ SDG เป้าหมายที่ 11 Sustainable Cities and Communities ในการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึง SDG เป้าหมายที่ 8 Decent Work and Economic Growth ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าชุมชนและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

    อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป, แท่นบรรยาย และ ข้อความ

    อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป และ ข้อความ
    อาจเป็นรูปภาพของ เครื่องดื่ม และ ข้อความ
    อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ

          การผลักดัน   น้ำบูดูสายบุรี  สู่การขึ้นทะเบียน GI ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ไม่ได้มีบทบาทแค่ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ยังออกไปเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องและสร้างมูลค่าให้กับภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการเป็น "องค์กรที่มุ่งพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ทุกช่วงวัย และสร้างสรรค์ความมั่นคงของชุมชนภาคใต้อย่างยั่งยืน" อย่างแท้จริง