Mahidol Day
วันมหิดล
๒๔ กันยายน ของทุกปี
พระราชปณิธาน
"ขอให้ถือประโยชน์ตนเปนที่สอง
ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เปนกิจที่หนึ่ง
ลาภทรัพย์และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง
ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพย์ไว้ให้บริสุทธิ์"
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก
กำหนดการประจำปี ๒๕๖๘
พระราชประวัติสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ ทรงประสูติเมื่อวันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2435 ณ พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 69 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 7 ในสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงได้รับพระราชทานพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช
การผนวชเป็นสามเณร
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2447 พระองค์ทรงผนวชเป็นสามเณร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
โดยมีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นพระอุปัชฌาย์ ทรงประทับ ณ
วัดบวรนิเวศวิหารตลอดการทรงผนวช และทรงลาผนวชในวันที่ 13 ธันวาคม
พ.ศ. 2447
เจ้าฟ้ามหิดลทรงได้รับการศึกษาเบื้องต้นที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยทหารบก (พ.ศ. 2447) โรงเรียนแฮร์โรว์ในประเทศอังกฤษ (พ.ศ. 2448) และโรงเรียนนายร้อยทหารบกที่เมืองพอทสดัม ประเทศเยอรมนี (พ.ศ. 2450) จากนั้นทรงย้ายไปศึกษาที่โรงเรียนนายเรือจักรวรรดิเยอรมัน ณ เมืองเฟล็นสบวร์ค และทรงสำเร็จการศึกษาในวิชาการทหารเรือด้วยคะแนนยอดเยี่ยมใน พ.ศ. 2454 โดยทรงเป็นอันดับสองของรุ่นและทรงชนะเลิศการประกวดออกแบบเรือดำน้ำ ต่อมาทรงศึกษาต่อด้านการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (พ.ศ. 2460–2471) และทรงสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตเกียรตินิยม เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2471 และทรงได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสมาคมแพทย์เกียรตินิยม Alpha Omega Alpha
พระอิสริยยศและตำแหน่ง หลังจากทรงโสกันต์ใน พ.ศ. 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาพระอิสริยยศเป็น กรมขุนสงขลานครินทร์ ภายหลังจากการสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 2472 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเลื่อนพระอิสริยยศเป็น กรมหลวงสงขลานครินทร์ ใน พ.ศ. 2477 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) ทรงพระราชทานพระราชสมัญญาว่า ‘สมเด็จพระราชบิดา’ และใน พ.ศ. 2513 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงประกาศสถาปนาพระอิสริยยศเป็น ‘สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก’ มีฐานะเทียบเท่ากับพระเจ้าแผ่นดิน
การรับราชการทหารและพลเรือน เจ้าฟ้ามหิดลทรงรับราชการในกองทัพเรือทั้งเยอรมันและสยาม โดยทรงดำรงพระยศร้อยโท (พ.ศ. 2454) นาวาโท (พ.ศ. 2469) และได้รับการเลื่อนพระยศหลังสิ้นพระชนม์เป็นจอมพลเรือ (พ.ศ. 2541) นอกจากนี้ยังทรงรับราชการในกองทัพบกสยามในพระยศพันตรีและพันเอก รวมถึงทรงดำรงตำแหน่งทางวิชาการและราชการต่างๆ เช่น อธิบดีกรมมหาวิทยาลัยในกระทรวงศึกษาธิการ และประธานคณะกรรมการแพทย์ของโรงพยาบาลศิริราช
การอภิเษกสมรสและพระราชโอรส-ธิดา เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2463 เจ้าฟ้ามหิดลทรงอภิเษกสมรสกับนางสาวสังวาลย์ ตลาภัฏ (ภายหลังคือสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) ณ วังสระปทุม มีพระราชโอรส-ธิดา 3 พระองค์ ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ (พ.ศ. 2466), พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) (พ.ศ. 2468) และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช (รัชกาลที่ 9) (พ.ศ. 2470)
พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และคุณูปการ เจ้าฟ้ามหิดลทรงปฏิบัติงานเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่ ใน พ.ศ. 2472 ทรงมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงการศึกษาแพทย์ในสยามให้ทันสมัยผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนมหาศาลเพื่อก่อสร้างอาคารทางการแพทย์ มอบทุนการศึกษาให้แพทย์และพยาบาลไทยไปศึกษาต่อต่างประเทศ และปรับปรุงโรงพยาบาลศิริราชและสถาบันสาธารณสุขอื่นๆ ด้วยพระราชกรณียกิจนี้เอง ทำให้ทรงได้รับการถวายพระสมัญญาว่า ‘พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย’
พระอาการประชวรและการสิ้นพระชนม์ เจ้าฟ้ามหิดลทรงประชวรด้วยโรคไตเรื้อรังตั้งแต่ พ.ศ. 2466 รวมถึงโรคไส้ติ่งอักเสบและฝีในตับในอีกหลายปีต่อมา พระองค์เสด็จทิวงคตเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2472 เวลา 16:45 น. ด้วยพระชนมายุเพียง 37 ปี 8 เดือน 23 วัน การสิ้นพระชนม์ก่อนวัยอันควรได้สร้างความเศร้าโศกอย่างสุดซึ้งแก่ประชาชน แต่พระราชกรณียกิจของพระองค์ได้ทิ้งมรดกอันยั่งยืนไว้ให้กับระบบสาธารณสุขของประเทศไทย
เครื่องราชอิสริยาภรณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันทรงเกียรติ เจ้าฟ้ามหิดลทรงได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์มากมาย เช่น เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์, เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ, เครื่องราชอิสริยาภรณ์นพรัตนราชวราภรณ์ และเหรียญราชอิสริยาภรณ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและที่ระลึกต่างๆ
ผลงานทางวิชาการ ในบรรดาผลงานทางวิชาการของพระองค์ มีงานเขียนเกี่ยวกับวัณโรค สุขาภิบาล และปรสิตวิทยา โดยรายงานของพระองค์ในหัวข้อ ‘Diphyllobothrium Latum in Massachusetts: A Report of Two Indigenous Cases’ ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Journal of the American Medical Association (JAMA) ใน พ.ศ. 2471
พระราชมรดก พระวิสัยทัศน์ การปฏิรูป และความทุ่มเทส่วนพระองค์ต่อการแพทย์และสาธารณสุขของเจ้าฟ้ามหิดล ได้วางรากฐานให้กับระบบการดูแลสุขภาพที่ทันสมัยของประเทศไทย ความมุ่งมั่นของพระองค์ต่อการศึกษาแพทย์ การวิจัย และสวัสดิการสังคม ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในรุ่นต่อๆ ไป ทรงได้รับการยกย่องเป็น ‘พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย’ และมีการจัดพิธีวันมหิดลเป็นประจำทุกปีในวันที่ 24 กันยายน

