เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 เวลา 13.00 – 17.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 2 โรงแรมเพิร์ล ภูเก็ต คณะการบริการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยสงขลานรินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ร่วมกับโครงการการขับเคลื่อนแนวทางสุขภาพพหุวัฒนธรรมในสถานบริการของรัฐและเอกชนในพื้นที่ท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส.ม.อ.) และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตโดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กำหนดจัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ“พหุวัฒนธรรมด้านการท่องเที่ยวกลุ่มลูกค้ามุสลิม” โดยมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ผู้บริหารสถานพยาบาลทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน อาทิเช่นโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โรงพยาบาลป่าตอง โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลดีบุก โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ เป็นต้น รวมทั้งสถานประกอบการที่ให้บริการสุขภาพ โรงแรมที่พัก และสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว อาทิเช่นสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สมาคมสปาเพื่อสุขภาพจังหวัดภูเก็ต โดยมีผู้เข้าร่วมการอบรม จำนวนกว่า 50 คน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรพิษณุ พรหมศิวะพัลลภ คณบดีการบริการและการท่องเที่ยวมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานการใช้แนวทางการบริการสุขภาพพหุวัฒนธรรม สอดคล้องกับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิทยาเขตภูเก็ต ที่ได้ดำเนินการสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่อันดามันให้มีองค์ความรู้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ โดยดำเนินการร่วมกันกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ไม่ว่าทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จนทำให้เกิดข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดตั้ง Andaman Wellness Corridor (AWC) ระเบียงเศรษฐกิจสุขภาพอันดามัน ในอนาคต ในปี 2565 วิทยาเขตภูเก็ต ได้ดำเนินการศึกษารูปแบบการขับเคลื่อนพื้นที่จังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ กรณีศึกษาตำบลกะรน (Karon Wellness Tourism City) หนึ่งในผลการศึกษาพบว่าผู้ประกอบการมีความต้องการจะเพิ่มมูลค่าการบริการให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลให้สถานประกอบการมีรายได้เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งด้วยลักษณะของพื้นที่อันดามันที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สวยงาม ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หลากหลายประเทศและหลากหลายวัฒนธรรมให้เข้ามาท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดอันดามันเป็นจำนวนมาก ประกอบกับรัฐบาลมีความร่วมมือกับประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง ซึ่งผู้ประกอบการของกลุ่มจังหวัดอันดามัน ยังไม่มีความเข้าใจในวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ อาจทำให้สถานประกอบการ ให้การบริการไม่ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มเหล่านี้ได้ โครงการนี้จะช่วยแก้ปัญหาให้สถานประกอบการและสถานพยาบาล โดยระยะแรกจะจัดทำต้นแบบให้กับสถานบริการของรัฐและเอกชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจำนวน 5 แห่งในจังหวัดภูเก็ตและจะขยายผลต่อไปยังพื้นที่อันดามันอื่น ๆ ในอนาคต
คุณรังสิมันต์ กิ่งแก้ว กรรมการสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีกลยุทธ์ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยว มุ่งเน้นกระตุ้นและส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มมุสลิมจากทั่วโลก ในการรองรับโอกาสจากนักท่องเที่ยวประเทศซาอุดีอาระเบียและกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง โดยภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะเข้ามาเยี่ยมเยือน ซึ่งสมาคม ฯ คาดการณ์ว่า นักท่องเที่ยวจากประเทศตะวันออกกลางจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้สมาคม ฯ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มีแผนจะจัดงาน PTA Roadshow 2023 ในหลาย ๆ ประเทศ หนึ่งในนั้นคือประเทศซาอุดิอารเบีย โดยกำหนดจัดในปลายเดือน มกราคม 2566 ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับสมาชิกของสมาคม ฯ และผู้ประกอบการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ให้มีความรู้ ความเข้าใจในวิถีมุสลิม จึงกำหนดการจัดการฝึกอบรมนี้ขึ้นมา โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในอนาคต
สำหรับการอบรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต เล็งเห็นศักยภาพและโอกาสของนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เข้าใจความแตกต่างของมุสลิมในแต่ละประเทศ รวมทั้งเข้าใจกลยุทธ์ในการสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้ากลุ่มมุสลิม อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ (Do and Don’t) และจะมีการประชุมเชิงปฏิบัติการโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการออกแบบ การให้บริการให้ตรงใจลูกค้า (สปา, โรงแรม, โรงพยาบาล, ทัวร์, ร้านอาหาร ) คาดหวังว่ากระบวนการที่ได้จัดทำขึ้นใหม่นี้ จะยกกระดับและเพิ่มมูลค่าการบริการของสถานพยาบาลและสถานประกอบการ และช่วยให้สถานพยาบาลและสถานประกอบการเพิ่มมูลค่าการบริการด้านพหุวัฒนธรรม และสร้างรายได้ได้มากขึ้นในอนาคต

