นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง สร้างชื่อเสียงในเวทีนานาชาติ หลังคว้า รางวัลที่ 3 ประเภท Project Presentation Team และ รางวัลที่ 2 ประเภท Transnational Project Presentation Team จากการแข่งขัน The 10th Youth Innovation Competition on Lancang-Mekong Region’s Governance and Development (YICMG 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–17 กรกฎาคม 2569 ณ เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีมหาวิทยาลัยฟูดันและมหาวิทยาลัยอู่ฮั่นเป็นเจ้าภาพร่วม
การแข่งขัน YICMG 2026 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Infrastructure Construction, Sustainable Industrial Development and Technological Innovation” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนจากประเทศสมาชิกความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง (Lancang-Mekong Cooperation: LMC) นำเสนอนวัตกรรมและแนวทางแก้ไขปัญหาสำคัญของภูมิภาค สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ค.ศ. 2030 ขององค์การสหประชาชาติ โดยในปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดจำนวน 121 ผลงาน จาก 21 มหาวิทยาลัย ใน 6 ประเทศ และได้รับการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ จำนวน 35 ทีม

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้รับคัดเลือกผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศถึง 2 ผลงาน ได้แก่ “Mekong Green Mobility Corridor” และ “Smart Heritage Living: Intelligent Old Towns for Sustainable Futures through IoT” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 6 ผลงานจากประเทศไทยที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย โชว์ศักยภาพของนักศึกษาไทยในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาระดับภูมิภาค
สำหรับผลการแข่งขัน นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้รับ รางวัลที่ 3 ประเภท “Project Presentation Team” ได้แก่ นายณัฐวุฒิ ขุนรัตน์ นางสาวสิริภาพร ทองกัน นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และนายณัฐพล จงไกรจักร์ นักศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ และนายณัฐวุฒิ ขุนรัตน์ ยังได้รับ รางวัลที่ 2 ประเภท “Transnational Project Presentation Team” จากการนำเสนอผลงานร่วมกับนักศึกษาต่างชาติ แสดงถึงศักยภาพด้านการทำงานข้ามวัฒนธรรมและความร่วมมือในระดับนานาชาติ

หนึ่งในผลงานที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ “Smart Heritage Living: Intelligent Old Towns for Sustainable Futures through IoT” นวัตกรรมที่มุ่งยกระดับการอนุรักษ์เมืองมรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Internet of Things (IoT), Artificial Intelligence (AI) และ Digital Twin เพื่อเฝ้าระวังและบริหารจัดการเมืองประวัติศาสตร์อย่างชาญฉลาด
ผลงานดังกล่าวพัฒนาขึ้นจากแนวคิดการรับมือกับความท้าทายที่เมืองมรดกโลกกำลังเผชิญ ทั้งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำท่วม การทรุดตัวของโครงสร้าง และปัญหาการท่องเที่ยวล้นเมือง (Overtourism) โดยนำเสนอระบบเซนเซอร์ตรวจวัดข้อมูลสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ เชื่อมโยงกับระบบ AI วิเคราะห์ข้อมูลและ Digital Twin จำลองสถานการณ์ เพื่อแจ้งเตือนความเสี่ยงล่วงหน้า วางแผนซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ และบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ผลงานดังกล่าวยังพัฒนาระบบ Footstep Heatmap เพื่อวิเคราะห์ความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวและแนะนำเส้นทางเดินแบบเรียลไทม์ ลดความแออัดในพื้นที่โบราณสถาน พร้อมติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำ ความชื้น การสั่นสะเทือน รอยร้าว และคุณภาพอากาศ เพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงต่อโครงสร้างสำคัญตลอด 24 ชั่วโมง อันจะช่วยให้การอนุรักษ์เมืองมรดกก้าวจากรูปแบบการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ ไปสู่การป้องกันเชิงรุกด้วยเทคโนโลยี
ผลงาน Smart Heritage Living ยังได้รับการออกแบบให้สามารถขยายผลสู่การใช้งานจริง ผ่านโมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้จากการให้บริการแก่ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และนักท่องเที่ยว โดยตั้งเป้าพัฒนาเป็นต้นแบบสำหรับเมืองมรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคแม่โขง และต่อยอดสู่การสร้างเมืองอัจฉริยะที่สามารถอนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การให้คำปรึกษาของ ดร.ทิพวรรณ จันทมณีโชติ อาจารย์แสงนภา หิรัญมุทราภรณ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัญรินทร์ บวรอารยะศิลป์ ซึ่งร่วมสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้สามารถแข่งขันในเวทีนานาชาติ แสดงถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง ในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถ และสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับโลก















