ข่าวชาวสงขลานครินทร์

ปริญญากิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประจำปี 2569




สภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติปริญญากิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 ในวันที่ 21-22 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี จะเสด็จแทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 โดยมีรายนามผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ ดังนี้



1. นายแพทย์วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการจัดการระบบสุขภาพ
นายแพทย์วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร เป็นนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขและนโยบายสุขภาพ สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และปริญญาเอกด้าน Health Planning and Financing จาก London School of Hygiene and Tropical Medicine มหาวิทยาลัยลอนดอน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขด้านต่างประเทศ และที่ปรึกษาสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP)

ตลอดระยะเวลาการทำงาน นายแพทย์วิโรจน์มีบทบาทสำคัญในการพัฒนานโยบายสุขภาพโดยใช้ผลงานวิจัยเป็นฐาน โดยเฉพาะการวางรากฐานและขับเคลื่อนระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทย ซึ่งช่วยสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการสุขภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และเป็นต้นแบบด้านระบบสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

ผลงานทางวิชาการและการอุทิศตนเพื่อประโยชน์สาธารณะได้รับการยกย่องจากองค์กรระดับโลกหลายแห่ง อาทิ การได้รับเลือกเป็น “UHC Champion ประจำปี 2025” ในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมถึงรางวัลด้านการพัฒนานโยบายและระบบสุขภาพระดับนานาชาติหลายรางวัล สะท้อนบทบาทในการสร้างองค์ความรู้ พัฒนาเครือข่าย และผลักดันระบบสุขภาพที่ยึดหลักความเป็นธรรมและความยั่งยืน อันสอดคล้องกับปณิธานของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ “ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง”



2. ศาสตราจารย์ สตีเวน เจ. ลินดาเออร์ ทันตแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
ศาสตราจารย์ สตีเวน เจ. ลินดาเออร์ (Professor Steven J. Lindauer) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติด้านทันตกรรมจัดฟัน อดีตหัวหน้าภาควิชาทันตกรรมจัดฟัน คณะทันตแพทยศาสตร์ Virginia Commonwealth University (VCU) สหรัฐอเมริกา และได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณ “Paul Tucker Goad Professor” ด้านทันตกรรมจัดฟัน มีบทบาทโดดเด่นด้านการศึกษา การวิจัย และการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ รวมถึงได้รับการยอมรับจากองค์กรวิชาชีพระดับนานาชาติ อาทิ International College of Dentists และ World Federation of Orthodontists

ตลอดระยะเวลากว่า 13 ปี ศาสตราจารย์ลินดาเออร์มีคุณูปการสำคัญต่อ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยเฉพาะหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพช่องปาก (ทันตกรรมจัดฟัน) ทั้งการเป็นกรรมการสอบและพิจารณาวิทยานิพนธ์ ให้คำปรึกษาด้านงานวิจัย สนับสนุนการตีพิมพ์ผลงานในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ตลอดจนถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านทันตกรรมจัดฟันขั้นสูงแก่คณาจารย์และนักศึกษาหลังปริญญา

การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมีส่วนสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านการวิจัย คุณภาพบัณฑิต และชื่อเสียงระดับนานาชาติของหลักสูตร ซึ่งผลิตบัณฑิตระดับปริญญาเอกแล้วมากกว่า 35 คน และพัฒนาสู่การเป็นหลักสูตรแรกของคณะทันตแพทยศาสตร์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับนานาชาติจาก AUN-QA นอกจากนี้ ยังมีบทบาทเชื่อมโยงเครือข่ายวิชาชีพและนักวิชาการต่างประเทศ เปิดโอกาสให้คณาจารย์และศิษย์เก่า ม.อ. ได้ศึกษาต่อ ร่วมวิจัย และเผยแพร่ผลงานในเวทีนานาชาติ นับเป็นคุณูปการสำคัญต่อการพัฒนาวิชาการด้านทันตกรรมจัดฟันของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อย่างต่อเนื่อง



3. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วัชรินทร์ รุกขไชยศิริกุล ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเคมี
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วัชรินทร์ รุกขไชยศิริกุล เป็นนักวิชาการและนักวิจัยชั้นนำด้านเคมีอินทรีย์ สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) สาขาวิชาเคมี จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปริญญาโทด้านเคมีอินทรีย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล และปริญญาเอกด้านเคมีจาก The Australian National University ประเทศออสเตรเลีย ก่อนกลับมาปฏิบัติงานเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนางานวิจัยและบัณฑิตศึกษาด้านเคมีของมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วัชรินทร์ มีผลงานโดดเด่นด้านการศึกษาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากพืชและเชื้อรา โดยเฉพาะทรัพยากรชีวภาพในภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อค้นหาโครงสร้างต้นแบบสำหรับการพัฒนาเป็นยา อาทิ สารต้านแบคทีเรียดื้อยา ต้านมะเร็งเต้านม ลดไขมันในเลือด รวมถึงสารที่มีศักยภาพต่อการรักษาโรคต่าง ๆ พร้อมสร้างเครือข่ายวิจัยแบบสหวิชาการทั้งในและต่างประเทศ จนได้รับการยอมรับเป็นนักวิจัยแถวหน้าของประเทศ และเป็นกลุ่มวิจัยระดับโลกในงานด้านเมทาบอไลท์จากเชื้อราบางกลุ่ม

มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติในฐานข้อมูล Scopus จำนวน 185 เรื่อง ค่า h-index 44 และได้รับรางวัลสำคัญมากมาย อาทิ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2558 นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2566 รวมถึงได้รับการจัดอันดับโดย Stanford University ให้อยู่ในกลุ่ม World’s Top 2% Scientists หลายปีต่อเนื่อง สะท้อนถึงคุณภาพและผลกระทบของผลงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

นอกจากความโดดเด่นด้านการวิจัยแล้ว ยังทุ่มเทต่อการพัฒนามหาบัณฑิต ดุษฎีบัณฑิต และนักวิจัยรุ่นใหม่ ถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และจริยธรรมการวิจัย ตลอดจนมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ประสานงานศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมทางเคมี ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของหลักสูตรบัณฑิตศึกษาและยกระดับผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ให้ได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ



4. ศาสตราจารย์ ดร.โกสินทร์ จำนงไทย วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรมดิจิทัล
ศาสตราจารย์ ดร.โกสินทร์ จำนงไทย เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การประมวลผลสัญญาณ การรู้จำรูปแบบ และเทคโนโลยีดิจิทัล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ประจำภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยได้รับการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจนถึงระดับปริญญาเอก และมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง

ศาสตราจารย์ ดร.โกสินทร์ เป็นผู้บุกเบิกการศึกษาด้านวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคมของประเทศไทย และมีบทบาททั้งด้านวิชาการและการบริหารในระดับชาติและนานาชาติ เคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์อาคันตุกะในประเทศญี่ปุ่น ศาสตราจารย์สมทบในประเทศออสเตรเลีย ตลอดจนเป็นผู้นำสมาคมวิชาการด้านการประมวลผลสัญญาณ ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และสารสนเทศ รวมถึงเป็นบรรณาธิการวารสารวิชาการนานาชาติหลายฉบับ

มีผลงานวิจัยครอบคลุมด้านคอมพิวเตอร์วิทัศน์ การประมวลผลสัญญาณ การรู้จำรูปแบบ และเทคโนโลยีเซนเซอร์ พร้อมผลงานตำราวิชาการและสิทธิบัตรการประดิษฐ์ที่นำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับภาคเกษตรกรรม อาทิ เทคโนโลยีตรวจสอบคุณภาพมังคุดแบบไม่ทำลาย และระบบคัดแยกความสุกของเนื้อทุเรียนโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นผลงานที่สร้างคุณค่าทั้งในเชิงวิชาการและการนำไปใช้ประโยชน์จริง

สำหรับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศาสตราจารย์ ดร.โกสินทร์ ดำรงตำแหน่ง ประธานอำนวยการวิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ ยกระดับมาตรฐานวิชาการ และพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและความต้องการของตลาดแรงงาน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น เปิดโอกาสให้คณาจารย์และนักศึกษาได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับนานาชาติ และสนับสนุนการจัดประชุมวิชาการนานาชาติ อันมีส่วนสำคัญในการยกระดับวิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สู่เวทีวิชาการระดับสากล



5. รองศาสตราจารย์ ดร.มารค ตามไท ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาความขัดแย้งและสันติศึกษา
รองศาสตราจารย์ ดร.มารค ตามไท เป็นนักวิชาการผู้บุกเบิกด้านสันติศึกษาและสันติวิธีของประเทศไทย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาตรรกวิทยาและปรัชญาวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Indiana ประเทศสหรัฐอเมริกา มีพื้นฐานทางคณิตศาสตร์และปรัชญา ก่อนพัฒนาสู่งานด้านสันติศึกษา ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน โดยทำงานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมากว่าห้าทศวรรษ รวมถึงมีส่วนร่วมก่อตั้งสถาบันศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและการวิจัยด้านสันติศึกษาอย่างเป็นระบบ

รองศาสตราจารย์ ดร.มารค มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเป็นกรรมการใน คณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) และคณะกรรมการยุทธศาสตร์สันติวิธี สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตลอดจนได้รับแต่งตั้งเป็น หัวหน้าคณะพูดคุยสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลไทยคนแรก ระหว่างปี พ.ศ. 2549–2554 ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานของกระบวนการพูดคุยสันติภาพที่พัฒนาสู่กระบวนการอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ ยังทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและภาควิชาการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยใช้กระบวนการพูดคุยและงานวิจัยเป็นเครื่องมือสร้างความเข้าใจต่อรากเหง้าของความขัดแย้ง เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจินตนาการและกำหนดอนาคตของพื้นที่ ตลอดจนแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี บทบาทดังกล่าวสะท้อนถึงการยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

อีกมิติหนึ่ง รองศาสตราจารย์ ดร.มารค ยังเป็น “นักดนตรี” ที่นำบทเพลงมาใช้เป็นสื่อถ่ายทอดเรื่องราวของมนุษยธรรม ความเป็นธรรม และความหวัง ควบคู่กับบทบาทนักวิชาการและนักสันติวิธี คุณูปการตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษจึงมิได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างองค์ความรู้ แต่ยังมีส่วนสำคัญในการวางรากฐานกระบวนการสันติภาพ สร้างพื้นที่แห่งการพูดคุย และส่งเสริมวัฒนธรรมสันติวิธีในสังคมไทย



6. นางพาตีเมาะ สะดียามู รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
นางพาตีเมาะ สะดียามู เป็นนักบริหารและนักปกครองที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และปริญญาโท สาขาพัฒนาสังคม จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) พร้อมผ่านหลักสูตรสำคัญด้านการบริหารและความมั่นคงของประเทศหลายหลักสูตร ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี หลังสั่งสมประสบการณ์จากตำแหน่งสำคัญในกระทรวงมหาดไทยและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลาการรับราชการ นางพาตีเมาะมีบทบาทโดดเด่นในการบริหารและพัฒนาพื้นที่โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มุ่งสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตภายใต้บริบทสังคมพหุวัฒนธรรม ผลงานสำคัญ อาทิ การขับเคลื่อนโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และจัดตั้ง “วิชชาลัยชุมชนบาติกโมเดล จังหวัดปัตตานี” เพื่ออนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น การแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยชุมชนมีส่วนร่วม ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการทางสติปัญญาผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่าย

ในส่วนของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นางพาตีเมาะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมไปใช้พัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งการร่วมขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคมในจังหวัดปัตตานี สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการพัฒนาศักยภาพสตรี และร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มการสื่อสารเพื่อการพัฒนาพื้นที่ สะท้อนการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคประชาสังคมเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชน

ด้วยภาวะผู้นำและการอุทิศตนเพื่อสังคม นางพาตีเมาะได้รับรางวัลและเกียรติคุณทั้งระดับชาติและนานาชาติหลายรางวัล รวมถึง รางวัลศิษย์เก่าดีเด่นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นับเป็นบุคคลต้นแบบด้านการบริหารราชการ การพัฒนาสังคม และการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน โดยใช้ความรู้และประสบการณ์ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิต ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน



7. นายอนุพาสน์ สุวรรณมงคล ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพัฒนามนุษย์และสังคม
นายอนุพาสน์ สุวรรณมงคล เป็นนักธุรกิจและผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมภาคใต้ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการกลุ่มอีซูซุหาดใหญ่ มีความโดดเด่นทั้งด้านการบริหารธุรกิจ การพัฒนาการศึกษา และการช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะเยาวชนและประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นายอนุพาสน์ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน โดยสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักเรียนและนักศึกษาที่มีภูมิลำเนาห่างไกลและขาดแคลนทุนทรัพย์ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจนถึงระดับปริญญาตรี รวมทั้งสนับสนุนโครงการโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดตั้งกองทุนการศึกษาแก่บุตรธิดาพนักงาน และให้ความช่วยเหลือนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการพัฒนาทักษะวิชาชีพและเปิดโอกาสให้เยาวชนจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เข้าฝึกประสบการณ์ด้านธุรกิจ การบริการ การตลาด และการบัญชี

ในส่วนของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นายอนุพาสน์มีคุณูปการสำคัญในฐานะประธานคณะทำงานโครงการ “ต้นกล้าสงขลานครินทร์” ซึ่งมอบทุนการศึกษาแบบให้เปล่าแก่เยาวชนที่เรียนดีแต่ครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ใน 14 จังหวัดภาคใต้ โดยสนับสนุนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาและพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นกำลังสำคัญของประเทศ

นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารมูลนิธิมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีบทบาทในการระดมทุนและจัดหาทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการศึกษา การวิจัย การพัฒนาบุคลากร และทุนการศึกษาแก่ผู้ขาดแคลน ควบคู่กับการอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดปัตตานี ตลอดจนสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาและสังคมในพื้นที่ สะท้อนถึงการนำความสำเร็จทางธุรกิจมาสร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาคน และสร้างประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง



8. นางมรกต กุลธรรมโยธิน วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์
นางมรกต กุลธรรมโยธิน เป็นผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาคณิตศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปริญญาโทบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทด้าน Computer Science จาก University of Missouri Columbia สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน)

ตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษ นางมรกตมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานระบบอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย ตั้งแต่การเป็นผู้จัดการโครงการเครือข่ายไทยสาร (ThaiSarn) ภายใต้ NECTEC ซึ่งเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยแห่งแรกของประเทศ ตลอดจนร่วมก่อตั้ง “ศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตประเทศไทย” ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์รายแรกของไทย และพัฒนาสู่บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและคลาวด์ของประเทศ

นางมรกตยังมีบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Trusted Sovereign Service Provider พัฒนา Sovereign Cloud และ Sovereign Platform สัญชาติไทย เพื่อเสริมสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยี ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรด้านดิจิทัลและวิชาชีพ รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต การบริหารเทคโนโลยี และกฎหมายดิจิทัลแก่ภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นางมรกตมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงภาคการศึกษากับอุตสาหกรรม ผ่านการจัดตั้ง Innovation Hub ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล เปิดโอกาสให้บัณฑิตมีงานทำในภูมิภาค สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการฝึกประสบการณ์วิชาชีพผ่านสหกิจศึกษา ตลอดจนส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม นับเป็นคุณูปการสำคัญต่อการผลิตกำลังคนคุณภาพด้านเทคโนโลยี และการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจดิจิทัลสู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน



9. นายนัน ชูเอียด วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพัฒนาการเกษตร
นายนัน ชูเอียด เป็นเกษตรกรต้นแบบและปราชญ์เกษตรแห่งจังหวัดพัทลุง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง มีประสบการณ์ด้านการเกษตรมากกว่า 50 ปี และเป็นแบบอย่างในการปรับเปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวสู่ เกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่กับการประยุกต์แนวคิด BCG Model และหลัก “ตลาดนำการผลิต” เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผลงานสำคัญคือการทดลองและพัฒนาการปลูก สละ จนค้นพบพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่อำเภอป่าบอน ส่งผลให้สละกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของท้องถิ่น และเป็นต้นแบบให้เกษตรกรนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต นอกจากนี้ ยังถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะเทคโนโลยีการส่งน้ำด้วยถังแรงดันแบบประยุกต์ เพื่อนำไปใช้พัฒนาพื้นที่การเกษตรที่ประสบปัญหาความแห้งแล้ง
นายนันยังอุทิศตนเป็นวิทยากรและแหล่งเรียนรู้ให้แก่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และประชาชน พร้อมมีส่วนสำคัญในการถ่ายทอดประสบการณ์สู่การศึกษา โดยเป็น อาจารย์พิเศษของคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการเกษตรและการจัดการ เพื่อเชื่อมโยงภูมิปัญญาและประสบการณ์จากพื้นที่จริงเข้ากับการเรียนรู้ของนักศึกษา

จากผลงานและการอุทิศตนเพื่อพัฒนาภาคการเกษตร นายนันได้รับการยอมรับและรางวัลในหลายระดับ อาทิ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน จังหวัดพัทลุง ผู้นำการดำรงชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงดีเด่น เกษตรกรคนเก่ง และรางวัลด้านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรทั้งระดับเขตและระดับประเทศ สะท้อนบทบาทของเกษตรกรต้นแบบที่สามารถนำภูมิปัญญา ประสบการณ์ และนวัตกรรมมาสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร ชุมชน และการเกษตรของประเทศอย่างยั่งยืน