ข่าวชาวสงขลานครินทร์

ม.อ. ร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายสื่อสาธารณะสถาบันอุดมศึกษา ยกระดับการสื่อสารองค์ความรู้สู่สังคม ผนึกกำลัง 10 มหาวิทยาลัยผลิตสื่อคุณภาพเพื่อประชาชน




มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา 10 มหาวิทยาลัย ประกาศความร่วมมือทางวิชาการในการจัดตั้งและร่วมผลิตรายการ "เครือข่ายสื่อสาธารณะสถาบันอุดมศึกษา" เพื่อยกระดับการสื่อสารองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่สังคม ผ่านการผลิตสื่อสาธารณะที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และเข้าถึงประชาชนทุกภูมิภาค พร้อมส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัล



การแถลงข่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องเยอบีร่า 2 ชั้น 3 อาคาร Lobby โรงแรมทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ฉันทพัทธ์ ขำโคกกรวด รักษาการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมเน้นย้ำบทบาทของสื่อสาธารณะในการสร้างประโยชน์แก่ประชาชน และสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง มีคุณภาพ และเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิต



ดร.ฉันทพัทธ์ กล่าวว่า ความร่วมมือของสถาบันอุดมศึกษาในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการร่วมผลิตรายการหรือจัดตั้งเครือข่ายเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับสื่อสาธารณะให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ของสังคม สนับสนุนการพัฒนามาตรฐานและจริยธรรมวิชาชีพสื่อ ตลอดจนสร้างภูมิคุ้มกันด้านการรู้เท่าทันสื่อในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทต่อการผลิตและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งช่วยลดผลกระทบจากข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนผ่านการสื่อสารองค์ความรู้จากสถาบันอุดมศึกษาอย่างถูกต้องและเชื่อถือได้



ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรศักดิ์ จินดาบถ ผู้อำนวยการศูนย์กิจการนานาชาติและสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชนของสถาบันอุดมศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดย "เครือข่ายสายตรงวิทยุสถาบัน" เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2541 จากความร่วมมือระหว่างสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ก่อนจะขยายเครือข่ายสู่ 10 มหาวิทยาลัย 11 สถานี ครอบคลุมพื้นที่กว่า 54 จังหวัดทั่วประเทศ

ตลอดระยะเวลากว่า 28 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายได้ร่วมกันเผยแพร่ข่าวสารและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการศึกษา งานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สุขภาพ สิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรม การพัฒนาอาชีพ และการยกระดับคุณภาพชีวิต จนกลายเป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่สังคม



จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมการรับสื่อของประชาชน เครือข่ายจึงร่วมกันยกระดับสู่ "เครือข่ายสื่อสาธารณะสถาบันอุดมศึกษา" เพื่อขยายบทบาทจากการผลิตรายการวิทยุไปสู่การสร้างสรรค์เนื้อหาผ่านสื่อหลากหลายแพลตฟอร์ม ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ สื่อดิจิทัล และสื่อสังคมออนไลน์ ให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทุกช่วงวัย พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ บุคลากร เทคโนโลยี และทรัพยากรด้านสื่อระหว่างมหาวิทยาลัยสมาชิกอย่างเป็นระบบ

เครือข่ายประกอบด้วยมหาวิทยาลัยชั้นนำ 10 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยนครพนม รวมทั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ทำให้เกิดเครือข่ายสื่อที่ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ


ความร่วมมือครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้แต่ละมหาวิทยาลัยนำเสนอองค์ความรู้และจุดเด่นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์และสาธารณสุข วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เกษตรและอาหาร สิ่งแวดล้อม นวัตกรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ศิลปวัฒนธรรม หรือการพัฒนาชุมชน ผ่านการผลิตสื่อที่เข้าใจง่าย ทันสมัย และตอบโจทย์ประชาชนในแต่ละพื้นที่ พร้อมร่วมกันพัฒนามาตรฐานการผลิตสื่อสาธารณะของประเทศ

สำหรับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ การเข้าร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นแหล่งผลิตองค์ความรู้และนวัตกรรมของภาคใต้ ที่พร้อมนำผลงานวิจัยและองค์ความรู้จากทุกคณะและทุกวิทยาเขตมาสื่อสารสู่สาธารณะ ผ่านเครือข่ายสื่อที่มีคุณภาพ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้าง



การจัดตั้ง "เครือข่ายสื่อสาธารณะสถาบันอุดมศึกษา" จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยไทยในการยกระดับการสื่อสารสาธารณะ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ และพัฒนาระบบนิเวศสื่อของประเทศให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของการขับเคลื่อนความร่วมมือครั้งนี้