สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กับพระกรุณาธิคุณต่อมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ตามที่สำนักพระราชวัง ได้ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษาปีที่ 47 ภายหลังจากที่ทรงพระประชวรด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ขอน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ และขอถวายความอาลัยด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ทรงเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถและพระวิริยะอุตสาหะ ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการอำนวยความยุติธรรม สร้างโอกาส ทรงอุทิศพระองค์เพื่อการแพทย์และสาธารณสุขของไทยอย่างต่อเนื่อง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะสตรี เด็ก และผู้ด้อยโอกาสในสังคม อันเป็นคุณูปการสำคัญยิ่งต่อประเทศชาติและประชาชนเพื่อประโยชน์สุขของแผ่นดิน และการพัฒนาของสังคมไทย ส่งผลให้ทรงเป็นที่เคารพรัก เทิดทูน และประทับอยู่ในดวงใจของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า
ในส่วนของพระกรุณาธิคุณต่อมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้เสด็จมาประกอบพระราชกรณียกิจที่มหาวิทยาลัยในหลายวโรกาส เช่น
วันที่ 21 มกราคม พ.ศ.2554 เสด็จฯ เป็นองค์ประธานทรงเปิดอาคารคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 เสด็จฯ ทรงเป็นองค์ประธานในการเสวนา ในหัวข้อ “พระกรุณาธิคุณพระองค์ภาฯ น้อมนำมาสู่การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง” ในโอกาสครบรอบ 10 ปีการก่อตั้งคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และทรงรับการถวายปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติคุณที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การฑูต การอาชีพและสังคมสงเคราะห์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน และส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม โดย รองศาสตราจารย์ ดร.บุญสม ศิริบำรุงสุข อธิการบดี เป็นผู้เข้าถวายปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และรองศาสตราจารย์ ดร.วศิน สุวรรณรัตน์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ ถวายสูจิบัตรและหนังสือที่ระลึก โดยมีคณะผู้บริหารและผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธี ณ ห้องทองจันทร์ หงศ์ลดารมภ์ วิทยาเขตหาดใหญ่
ทรงมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสอันเกิดจากผลที่ได้รับจากกฎหมายและสังคม โดยทรงก่อตั้งมูลนิธิ ณภาฯ เพื่อเป็นตัวกลางในการแสวงหาโอกาสและช่วยเหลือ รวมทั้งสร้างความตระหนักให้เห็นถึงศักยภาพของกลุ่มผู้ต้องขังและกลุ่มผู้พ้นโทษ โดยการจัดโครงการเข้าฝึกอบรมวิชาชีพและการผลิต ภายในเรือนจำและภายในมูลนิธิ ณภาฯ เป็นการแสดงศักยภาพและความสามารถผ่านทางผลิตภัณฑ์ ตลอดจนนำไปจัดจำหน่าย ภายใต้แบรนด์ของ ณภาฯ อันก่อให้เกิดรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน และยังมีพระดำริให้มีการน้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ในเรือนจำหญิงกลาง กรุงเทพมหานคร ให้รู้คุณค่าของตัวเอง พึ่งพาตนเองได้ เพื่อจะสามารถหยัดยืนได้ด้วยตัวเองโดยไม่หันไปกระทำผิดซ้ำ นอกจากนี้ ทรงให้การอุปถัมภ์ด้านศาสนกิจของภิกษุพัชรธรรม ภายใต้โครงการจิตอาสา กำลังใจพัชรธรรม ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้











วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561 ศาสตราจารย์ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา นายกสภามหาวิทยาลัย พร้อมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ได้เข้าเฝ้าทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ณ วังศุโขทัย ด้วยทรงมุ่งมั่นปฏิบัติพระภารกิจเพื่อช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทยที่ตกทุกข์ได้ยากและประสบภัยธรรมชาติเป็นประจำ โดยผ่านมูลนิธิ "เพื่อนพึ่ง (ภาฯ] ยามยาก" และทรงมีพระวิสัยทัศน์ในการให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งก่อให้เกิดเป็นโครงการต่าง ๆ ในพระดำริ เช่น โครงการกำลังใจ (Inspire) เพื่อให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้กับกลุ่มผู้ที่ก้าวพลาดและผู้ที่ขาดโอกาสให้สามารถมีโอกาสกลับมาดำรงชีวิตเป็นคนดีของสังคมได้อย่างปกติสุข รวมทั้งส่งเสริมให้สังคมไทยเป็นสังคมที่พร้อมจะเป็นกำลังใจ และให้โอกาสแก่ผู้ที่ก้าวพลาด แต่ก็พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่เป็นคนดีในสังคมได้ โครงการร่วมต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง ทรงเป็น "ทูตสันถวไมตรี" ให้แก่กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ ด้วยการรณรงค์เชิญชวนประชาชนคนไทยร่วมลงชื่อเพื่อยุติการกระทำความรุนแรงต่อผู้หญิง และเด็ก ทั้งนี้ พระกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติไม่เพียงเป็นที่ประจักษ์ของพสกนิกรชาวไทย แต่ยังเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาประชาคมโลกอีกด้วย องค์การสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC] จึงได้ขอ ประทานทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเชิดชูเกียรติยศสูงสุด Medal of Recognition


วันที่ 23 กรกฎาคม 2565 สภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในคราวประชุมครั้งที่ 427(4/2565) ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ จากที่ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และสุขภาพของประชาชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้พระราชทานความช่วยเหลือแก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย ในด้านการรักษาพยาบาล การดูแลสุขภาพ การสร้างอาชีพทรงปฏิบัติพระกรณียกิจโดยผ่านโครงการต่าง ๆ ทรงอุทิศพระองค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยให้มีสุขภาพอนามัยที่ดี ตลอดจนทรงสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางการแพทย์และการพยาบาลอย่างต่อเนื่องยาวนาน
และเมื่อวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2565 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าเฝ้า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชิดา ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ ณ วังศุโขทัย
ตลอดพระชนมชีพ พระองค์ทรงอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของแผ่นดิน และพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย ส่งผลให้ทรงเป็นที่เคารพรัก เทิดทูน และประทับอยู่ในดวงใจของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าตราบนิรันดร์ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอถวายความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น