คณะพาณิชยศาสตร์ฯ ม.อ. ตรัง เชื่อมวิชาการสู่ชุมชน สร้างฝายหินเรียงและสวนผักชุมชนบ้านตะเหมก
คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง จัดกิจกรรม สร้างฝายน้ำกึ่งถาวร (ฝายหินเรียง) พร้อมมอบป้าย “สวนผักชุมชน” และพืชผักสวนครัวแก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมี นายทรงกลด สว่างวงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธาน ณ ลานเรียนรู้ชุมชน ร้าน Tamek Memories Cafe & Camp บ้านตะเหมก หมู่ที่ 9 ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย ศูนย์อำนวยการประสานงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภาคเยาวชนจังหวัดตรัง (ศอ.ปสย.) ร่วมกับโครงการยุวชนอาสา “การพัฒนาอัตลักษณ์อาหารพื้นถิ่นจังหวัดตรังสู่การท่องเที่ยวเชิงวิถี” ภายใต้การดำเนินงานของคณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ ม.อ.ตรัง พร้อมเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนผ่านการจัดการทรัพยากรและการสร้างแหล่งอาหารปลอดภัย
ภายในงานผู้ว่าราชการจังหวัดตรังร่วมกิจกรรม ดริบกาแฟพื้นถิ่นสายพันธุ์ดั้งเดิมของบ้านตะเหมก สะท้อนการฟื้นอัตลักษณ์ชุมชนควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ก่อนมอบป้าย “สวนผักชุมชน” แก่ตัวแทนกลุ่มเกษตรกร เพื่อเป็นสัญลักษณ์ความร่วมมือในการสร้างแหล่งอาหารปลอดภัย และนำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ภาคประชาชน และเครือข่ายจิตอาสา ร่วมกันสร้างฝายหินเรียงเพื่อกักเก็บน้ำในฤดูแล้ง ชะลอความแรงของกระแสน้ำในฤดูฝน ลดการกัดเซาะตลิ่ง และฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิวัฒน์ ฤทธิมา ประธานหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการรัฐกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า แนวทางการพัฒนาอัตลักษณ์อาหารพื้นถิ่นโดยอาศัยทรัพยากรของชุมชนและยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จะช่วยลดรายจ่ายครัวเรือน เสริมสร้างสุขภาพ และต่อยอดเป็นพื้นที่เรียนรู้ของคนในชุมชน เพื่อนำไปสู่การจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเชิงวิถีในอนาคต
การดำเนินงานครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์จังหวัดตรังในการผลักดันการท่องเที่ยวคุณภาพ ควบคู่การพัฒนาเกษตรกรรมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล โดยคณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ ม.อ.ตรัง ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมองค์ความรู้ทางวิชาการสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนบ้านตะเหมกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน