บทความเกี่ยวกับบทบาทสตรีในสมาคมอาเซียน( 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2555)
พัฒนาบทบาทและสถานภาพสตรีไทยสู่การก้าวสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน
คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา โดยคณะอนุกรรมาธิการด้านสตรี ร่วมกับ สมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมาย ในพระราชินูปถัมภ์ และมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท จัดสัมมนาเรื่อง นับถอยหลัง การเตรียมความพร้อมของสถานภาพบทบาทสตรีไทยสู่การก้าวสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 เมื่อปลายเดือนมีนาคม ณ ห้อง 306-308 อาคารรัฐสภา 2
ในช่วงที่ 2 มีการอภิปรายเรื่อง ความสำคัญของความพร้อมในบทบาทศักยภาพและสถานภาพของสตรีไทยในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 โดย ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้คือ ระบบการปกครองและนโยบายของรัฐบาลมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ผู้หญิงเจริญก้าวหน้าและมีคุณภาพสังคมที่ดี การพัฒนาให้ผู้หญิงมีศักยภาพและบทบาทเท่าเทียมกับผู้ชายต้องพิจารณาบริบทของผู้หญิงทั้งด้านเศรษฐกิจ อาชีพ และสุขภาพของผู้หญิงและคนในครอบครัว ซึ่งหากผู้หญิงมีความมั่นคงของชีวิตในด้านต่าง ๆ แล้ว ย่อมส่งผลให้ผู้หญิงมีความพร้อมที่จะพัฒนาความสามารถ บทบาท และศักยภาพของตนเองได้เท่าเทียมกับผู้ชาย นอกจากนี้การรวมกลุ่มของผู้หญิงในสังคม การจัดสถานที่ให้ผู้หญิงได้มีโอกาสแสดงศักยภาพของตนเองทั้งด้านการติดตามตรวจสอบ การให้ผู้หญิงมีบทบาทในนโยบายของรัฐ และการให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้หญิงจะมีส่วนช่วยส่งเสริมผลักดันให้ผู้หญิงได้มีบทบาทในสังคมมากขึ้น การก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของไทยจึงไม่ควรละเลยผู้หญิง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีฐานะทางเศรษฐกิจยากจนไว้ข้างหลัง โดยขาดการดูแลจากภาครัฐ การพัฒนาศักยภาพของผู้หญิงควรพัฒนาระบบประชาธิปไตย การศึกษา ความรู้ และการพิจารณาบริบทของผู้หญิงในแต่ละภาค
นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า การขับเคลื่อนทิศทางของประเทศให้ก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทุกภาคส่วนต้องช่วยผลักดัน โดยไม่ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้หญิงทันที แต่ควรเริ่มจากสิ่งที่ผู้หญิงให้ความสำคัญ เช่น ผู้หญิงให้ความสำคัญกับปัญหาเศรษฐกิจ ครอบครัว และชุมชนมากกว่าปัญหาการเมือง ถ้าผู้หญิงมีความสำเร็จในเศรษฐกิจมากก็สามารถเข้าไปมีบทบาทในภาคการเมืองเพิ่มขึ้น แต่ผู้หญิงก็จำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้รับเลือก ภาครัฐและเอกชนจึงควรส่งเสริมสภาพเศรษฐกิจซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้หญิงให้ความสนใจให้สำเร็จเพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้หญิงมีความเจริญก้าวหน้าและมีศักยภาพตามที่สังคมได้คาดหวัง ปัจจุบันนายกรัฐมนตรีได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีขึ้นซึ่งมีงบประมาณ 1,700 ล้านบาท ผู้หญิงจึงควรนำกองทุนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาบทบาทและศักยภาพของตนเองตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุน และควรปกป้องไม่ให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นการใช้เงินกองทุนเพื่อให้กองทุนมีความยั่งยืน
นางกานดา วัชราภัย ประธานคณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก (ACWC) และอดีตรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ACWC ให้ความสำคัญในประเด็นความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก ส่งเสริมการใช้กรอบสิทธิมนุษยชนในการจัดการปัญหาความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก การทำงานเพื่อขจัดความรุนแรงต่อสตรีให้หมดไป จะช่วยเพิ่มพลังอำนาจให้ทรัพยากรมนุษย์ รัฐภาคีต้องตระหนักว่าเป็นสิทธิไม่ใช่เรื่องการกุศล และต้องรู้ว่าความรุนแรงต่อสตรีเกิดขึ้นได้ทุกแห่ง ทั้งในและนอกบ้าน มีหลายรูปแบบ เช่น ความรุนแรงในครอบครัว การข่มขืนในคู่สมรส เพศสัมพันธ์กับผู้สืบสันดาน การบังคับค้าประเวณีโดยครอบครัว ความรุนแรงต่อผู้ทำงานบ้าน การแสวงหาประโยชน์จากเด็กผู้หญิง การทำแท้งเนื่องจากการเลือกเพศ การฆ่าเด็กทารก การปฏิบัติที่เป็นประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมและศาสนา เช่น การตัดอวัยวะเพศหญิง ความรุนแรงในพื้นที่สาธารณะ ได้แก่ การคุกคามทางเพศ การข่มขืน การค้ามนุษย์ ความรุนแรงต่อแรงงานสตรีย้ายถิ่น การนำเสนอภาพลามก และความรุนแรงโดยรัฐ ความรุนแรงเนื่องมาจากภาวะสงคราม ความรุนแรงต่อผู้อพยพหรือสตรีชนกลุ่มน้อย ซึ่งความรุนแรงต่อสตรีนั้นเป็นผลมาจากการเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานความแตกต่างทางเพศ และเสนอว่าคุ้มครองช่วยเหลือสตรีต้องเน้นการใช้วิธีการทางสิทธิมนุษยชนแทนที่จะปฏิบัติต่อสตรีเหมือนกับเหยื่อที่ต้องให้การสงเคราะห์
รัฐต้องเข้าใจรูปแบบเฉพาะของความรุนแรงต่อสตรี ต้องบังคับใช้กฎหมาย และต้องดำเนินการตามนโยบายและแผนงานต่างเพื่อลดปัญหาการกระทำละเมิดต่อสตรีและเด็ก และต้องให้ความคุ้มครองต่อผู้ถูกทำละเมิด เช่น ให้คำปรึกษา มีบ้านพักฉุกเฉิน มีการดูแลสุขภาพ การช่วยเหลือในภาวะวิกฤต การออกคำสั่งคุ้มครอง การให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม และการบริหารกฎหมายให้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายและการให้บริการ ติดตามผลกระทบจากความรุนแรง จัดสรรงบประมาณที่เพียงพอในการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมได้ที่ email :[email protected] หรือ Facebook: กมธ.พัฒนาสังคม หรือ กลุ่มงานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก ฯวุฒิสภา โทร.02-831-9225-6 แฟกซ์ 02-831-9226
ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์แนวหน้า ประจำวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2555
