ม.สงขลานครินทร์ จับมือ กฟผ.และเขื่อนรัชชประภา ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จังหวัดสุราษฎร์ธานี( 27 ตุลาคม พ.ศ.2566)

วันที่ 26 ตุลาคม 2566 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและเขื่อนรัชชประภา พร้อมทั้งนำทีมนักวิจัยลงพื้นที่สำรวจ ณ เขื่อนรัชชประภา โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูง ยกระดับขีดความสามารถของชุมชนและท้องถิ่นให้พร้อมเข้าสู่การจัดการเชิงธุรกิจสร้างคุณค่าและมูลค่าสูงที่ยั่งยืน
รองศาสตราจารย์สุชาดา ทิพย์มนตรี รองอธิการบดีวิทยาเขตสุราษฎร์ธานีเป็นประธานในการประชุม พร้อมคณะผู้บริหาร คณาจารย์จาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานีและวิทยาเขตตรัง และคณะทำงานจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในการนี้ รองศาสตราจารย์สุชาดา ทิพย์มนตรี รองอธิการบดีวิทยาเขตสุราษฎร์ธานีได้กล่าวว่า นับเป็นโอกาสอันดีที่ทางการไฟฟ้าผ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้มีกำหนดการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและเขื่อนรัชชประภา ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตามที่ กฟผ. ได้จัดตั้งโครงการระเบียงเศรษฐกิจเวลเนส กฟผ. มีซึ่งมีเป้าหมายเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูงใหกับประเทศในมิติด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวของกับเวลเนสในพื้นที่ของ กฟผ. อาทิ ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การบริการสุขภาพอาหารและผลิตภัณฑ์สมุนไพร รวมถึงกลุ่มเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียนภายใต้ศักยภาพของ กฟผ. ที่จะร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรในการยกระดับขีดความสามารถของชุมชนและท้องถิ่นให้พร้อมเข้าสู่การจัดการเชิงธุรกิจสร้างคุณค่าและมูลค่าสูงที่ยั่งยืนร่วมกันให้กับประเทศ โดยในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่เขื่อนรัชชประภาและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในภาพของจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงเป็นโอกาสอันดีที่ทาง กฟผ. กับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จะมีความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีในการขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต่อไป

รองศาสตราจารย์ ดร.ภาณุพงษ์ พุทธรักษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายระบบขับเคลื่อนวิจัยและนวัตกรรม ได้กล่าวในที่ประชุมถึงเรื่องของ การขับเคลื่อน Andaman Wellness Economic Corridor (AWC) & Thailand Wellness Corridor (TWC) ไว้ว่า โครงการนี้เริ่มขึ้นเมื่อตอนที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 โดยในปี พ.ศ.2564 ได้จัดหลักสูตร Wellness Hotel for Executive จำนวน 120 สถานประกอบการ พื้นที่อันดามันและอ่าวไทย อีกทั้งยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการ Wellness Hub กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และในช่วงปี พ.ศ.2565 ได้ทำบันทึกความร่วมมือ "การยกระดับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในระดับสากล" ระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ร่วมกับการยกระดับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขประกาศเตรียมพร้อมสู่การเป็นเมืองมหาอำนาจเวลเนสของโลกในเขตอันดามัน (Andaman Wellness Corridor, AWC) และ ภายในปีเดียวกันรัฐบาลประกาศ AWC เป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่สำคัญ กำหนดเป้าหมาย 10% ของมูลค่าเวลเนสโลก ทั้งนี้จนถึงปัจจุบันก็ยังได้สานต่อภารกิจมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ตั้งผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวัง ณ ปี พ.ศ.2570 Top 500 in QS Rankings โดยจะเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัยและนวัตกรรม มีความเป็นเลิศทางวิชาการ อีกทั้ง ยังเป็นกลไกหลักขับเคลื่อนการขับเคลื่อนหลักในภาคใต้และประเทศ

นอกจากนี้ นายธีรพันธ์ พวงศรีทอง หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการโครงการเศรษฐกิจเวลเนส กฟฝ. โครงการนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2565 ได้เปลี่ยนศักยภาพเขื่อนในเครือ กฟฝ. ให้ดียิ่งขึ้น โดยการเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวและพักผ่อน เล็งเห็นถึงจุดนี้ เป้าหมายคือนำสินทรัพย์ของ กฟฝ.มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ด้วยข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง ทำให้ไม่สามารถทำได้ให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทั้งนี้ตอบสนองพื้นที่ MICE และสามารถตอบสนองระเบียนยุทธศาสตร์ประเทศไทย และเพื่อต้องการเพิ่ม GDP 2% ของจังหวัด โดยมีเครือข่ายจากทุกภาคส่วนทั้งภาคเอกชนและรัฐบาล ซึ่งม.อ.ได้เป็นเครือข่าย โดยผ่านการลงนาม MOU ร่วมกับทาง กฟฝ. เพื่อขับเคลื่อนต่อไป
ในการนี้ทางคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้มีนำเสนอถึงแผนและนโยบายในการขับเคลื่อนนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและเขื่อนรัชชประภา โดยรองศาสตราจารย์ ดร.จิราภรณ์ เมืองประทับ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัธกิจเพื่อสังคม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ได้กล่าวถึงหัวข้อ การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยได้กล่าวถึงดิจิตัลแพลตฟอร์มที่จะนำมาใช้เพื่อตอบโจทย์ในด้านนี้ อีกทั้งยังช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาถึงระบบให้ดีกว่าเดิมและเข้าถึงการใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ดร.วิชชุตา มาชู ประธานหลักสูตรการจัดการธุรกิจการท่องเที่ยว คณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ ได้กล่าวถึงหัวข้อศักยภาพในการร่วมมือกับทางกฟผ. ในด้าน Wellness โดยการนำแหล่งท่องเที่ยว วิสาหกิจชุมชนและผลิตภัณฑ์ ในบริเวณเขื่อนรัชชประภามายกระดับพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อสอดคล้องให้เป็นเมือง MICE หรือ Surat Thani MICE


ในช่วงบ่ายได้มีการลงพื้นที่โดยทาง ผู้บริหารและคณาจารย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ได้ลงพื้นที่ในส่วนของวิสาหกิจชุมชนปลาเปรี้ยว รักษ์ปากน้ำ อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี นำโดยกำนันอนุรักษ์ ไชยนาเคนทร์ กำนันตำบลพะแสง และคุณลัดดา บุญกระสินธุ์ ประธานกลุ่มปลาเปรี้ยว รักษ์ปากน้ำ ในปี พ.ศ. 2558 กศน.อำเภอบ้านตาขุน ได้เข้าไปจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่หมู่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลพะแสง อำเภอบ้านตาขุนจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีการให้ความรู้เกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีการวิเคราะห์ชุมชน ทำให้ประชาชนได้ทราบถึงหลักการต่างๆ ข้อมูล และความต้องการของอาชีพต่อมาในปี พ.ศ.2559 ได้มีการรวมกลุ่มสมาชิก โดยผู้ใหญ่ มานะ พัดนวนเป็นผู้ใหญ่บ้าน ของ หมู่ที่ 2 ต.พะแสง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี โดยกศน.อำเภอบ้านตาขุน ได้จัดทำโครงการ การทำปลาเปรี้ยว ให้ประชาชนในพื้นที่เนื่องจากอำเภอบ้านตาขุน มีเขื่อนรัชชประภา ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จึงมีต้นทุน และวัตถุดิบของปลา ที่นำมาใข้ในการทำปลาเปรี้ยว และสามารถจัดจำหน่ายในพื้นที่ อำเภอบ้านตาขุน สร้างเป็นรายได้เสริมให้แก่สมาชิกได้เป็นอย่างดี ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2560 ทางกลุ่มได้มีการจัดทำและขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า OTOP และสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบันในปี พ.ศ. 2561 ได้รับมอบเกียรติบัตร ผลิตภัณฑ์ปลาเปรี้ยวรัก(ษ์) ปากน้ำชุมชุนบ้านปากน้ำเป็นผลิตภัณฑ์ดีเด่น ระดับสำนักงาน กศน.จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี พ.ศ. 2561 ด้รับเกียรติบัตร ผลิตภัณฑ์ปลาเปรี้ยวรักษ์ปากน้ำ ใว้ผ่านการคัดเลือกผลิตภัณฑ์/บริการ กศน.พรีเมียม และ กศน.ดีเด่น



