ม.อ. เล็งเปิดหลักสูตรร่วมประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มโอกาสบัณฑิตเจาะตลาดแรงงานในอาเซียน

อธิการบดี ม.อ. เผยแผนรองรับการเข้าประชาคมอาเซียน เพิ่มหลักสูตรนานาชาติที่น่าสนใจ พร้อมพัฒนาทักษะภาษา เล็งเปิดหลักสูตรร่วมมหาวิทยาลัยดังในมาเลย์ สิงคโปร์ ผลิตบัณฑิต 2 ปริญญาเตรียมเจาะตลาดแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน

รองศาสตราจารย์ ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้กล่าวถึงการเตรียมการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อรองรับการเข้าสู่การรวมตัวกัน ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 10 ประเทศ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน พม่า ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย ในปี 2558 ว่า การรวมตัวกันดังกล่าว เป็นทั้งโอกาสและเป็นทั้งทำให้เกิดผลกระทบในเชิงลบกับประเทศไทย โดยเราอาจจะมีความเด่นในฐานะการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว การคมนาคม การขนส่งทั้งทางบก ทางอากาศ การเป็นศูนย์กลางการบริการด้านการแพทย์ การรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ เป็นศูนย์กลางการศึกษาในสาขาที่เป็นจุดแข็งของเรา เช่น สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ การเกษตร การท่องเที่ยวและบริการ อาหาร มีตลาดแรงงานกว้างขึ้น โดยบัณฑิตที่จบการศึกษาสามารถไปทำงานต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ถ้ามีการเตรียมพร้อม ระหว่างศึกษา

แต่ในขณะเดียวกัน จะมีบุคลากรในอาชีพบางสาขาจากกลุ่มประเทศอาเซียน เข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ การเงิน บุคลากรที่มีความสามารถจะถูกดึงตัวไปทำงานยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าจ้างสูงกว่า รวมทั้งมหาวิทยาลัยชั้นนำจากประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย จะเข้ามาเปิดในประเทศไทย ทำให้สถาบันการศึกษาไทยต้องปรับตัวด้านคุณภาพมากขึ้น นอกจากนั้นอุตสาหกรรมบางประเภทจะย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีค่าแรงต่ำ มีแรงงานไร้ฝีมือเข้ามาในประเทศมากขึ้นทำให้เกิดปัญหาสังคม สินค้านำเข้าบางอย่างราคาถูกกว่าผลิตในประเทศเพราะไม่ต้องเสียภาษี และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดย่อมต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมมาช่วย เพื่อผลผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้น

ผลกระทบที่จะเห็นได้ชัดสำหรับเยาวชนที่กำลังจะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย คือ การที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ได้มีการตกลงกันเรื่องการปรับเปลี่ยนช่วงเวลาการเปิดภาคการศึกษาที่หนึ่ง ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 จากเดือนมิถุนายน เป็น ปลายเดือนสิงหาคม เพื่อให้ตรงกับช่วงเวลาเปิดปิดภาคการศึกษาของมหาวิทยาลัยในอาเซียน

อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ต่างมีการเตรียมการเพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนทั้งสิ้น ดังนั้นเราต้องปรับระบบการศึกษาของเราใหม่ เพื่อเตรียมคนเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 โดยจะเตรียมพัฒนานักศึกษาให้มีความคิดสร้างสรรค์ มีสมรรถนะในการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การมีความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การมีทักษะด้านอาชีพ และการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ทั้งหมดเหล่านี้อยู่ที่ระบบการสอนของเรา ซึ่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้มีการกำหนดแผนเพื่อรองรับกับการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ดังกล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เตรียมพร้อมด้านการเรียนการสอน โดยมีการเสริมทักษะภาษาอังกฤษแก่นักศึกษา ซึ่งเป็นจุดอ่อนของเยาวชนไทย การพัฒนาภาษาอังกฤษนักศึกษา ได้มีการเตรียมซื้อซอฟท์แวร์ในการสอนเสริมภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาซึ่งจะ ช่วยให้นักศึกษาสามารถพัฒนาภาษาอังกฤษด้วยตนเอง รวมถึงการส่งเสริมการสอนภาษาบาฮาซา ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้กันในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน ซึ่งเป็นประเทศอาเซียนตอนใต้ ที่มีประชากรรวมกันกว่า 300 ล้านคน หรือกว่าครึ่งของประชากรในประชาคมอาเซียนทั้งหมด ซึ่งการสามารถพูดภาษาดังกล่าว จะทำให้นักศึกษาของเรามีโอกาสในการเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น

มหาวิทยาลัยจะเพิ่มความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในมาเลเซียและ สิงคโปร์ เพื่อให้สามารถจะมีการเคลื่อนย้ายนักศึกษา โอนย้ายหน่วยกิตกันระหว่างมหาวิทยาลัยเครือข่ายที่ร่วมในโครงการ จะมีการเปิดสอนหลักสูตรอาเซียนศึกษา ที่คณะวิเทศศึกษา วิทยาเขตภูเก็ต การเปิดหลักสูตรร่วมกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรที่มีชื่อเสียงในอาเซียน เพื่อช่วยในการเสริมจุดเด่นของเรา เช่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่วิทยาเขตปัตตานี ได้เริ่มการทำหลักสูตร 2 ปริญญา ในสาขาเทคโนโลยีอาหาร ร่วมกับมหาวิทยาลัยในมาเลเซีย โดยนักศึกษาทั้ง 2 มหาวิทยาลัยมีโอกาสเรียนร่วมกัน และจะได้รับปริญญาบัตรจากทั้ง 2 มหาวิทยาลัย ซึ่งจะทำให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์สามารถเข้าทำงานในประเทศมาเลเซียได้โดยไม่ยาก

นอกจากนั้น ยังมีการเปิดหลักสูตรร่วมกันระหว่างคณะในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่มีการเรียนต่างสาขา เช่น หลักสูตรร่วมระหว่างคณะรัฐศาสตร์และวิทยาลัยอิสลามศึกษา ซึ่งจะทำให้นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์มีความรู้เรื่องของอิสลามมากขึ้น เป็นที่ยอมรับของประเทศในอาเซียนและตะวันออกกลาง โดยจะเกิดหลักสูตรลักษณะดังกล่าว ขึ้นในหลายคณะในอนาคต

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ยังมีแผนจะพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาของอาเซียนตอนใต้ โดยการเพิ่มหลักสูตรนานาชาติที่มีความเด่นและได้รับความสนใจจากต่างชาติ เช่น หลักสูตรเทคโนโลยีอาหาร วิทยาศาสตร์สุขภาพ จะมีการควบคุมมาตรฐานคุณภาพการศึกษาให้อยู่ในระดับสากล การสร้างแรงจูงใจ เช่น การให้ทุนการศึกษา การเก็บค่าเล่าเรียนให้เท่ากับนักศึกษาไทย การเตรียมการดูแลนักศึกษาต่างชาติ โดยการเตรียมจัดตั้ง International Student Office ที่จะดูแลนักศึกษาต่างชาติแบบ one stop service ในปัจจุบันมีจำนวนนักศึกษาต่างชาติเข้าศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กระจายอยู่ตามวิทยาเขตต่างๆ จำนวนประมาณ 250 คน โดยส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน และอินโดนีเซีย ส่วนจากประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียนยังมีไม่มาก อย่างไรก็ตามในปีการศึกษา 2556 จะมีนักศึกษาจากประเทศอินโดนีเซียเข้าเรียนด้านการศึกษาที่วิทยาเขตปัตตานี อีกจำนวน 80 คน ซึ่งอินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีผู้ที่จะเข้าสู่การศึกษาระดับอุดมศึกษาถึงจำนวน 20 ล้านคน

“สำหรับในด้านการวิจัย มหาวิทยาลัยจะเตรียมกลไกการนำงานวิจัยไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ การนำนวัตกรรมเข้าไปเสริมเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดย่อม ให้มีความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยผ่านทางอุทยานวิทยาศาสตร์ จะมีการเพิ่มความร่วมมือด้านการวิจัยกับมหาวิทยาลัยในประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในกัมพูชา พม่า เวียดนาม มีการจัดตั้งสถาบันวิจัยที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหลักของภาคใต้และอาเซียน การสร้างกลุ่มวิจัยเพื่อศึกษาและสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับอาเซียน การบูรณาการงานวิจัยเพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม และการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียน เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำหรับประชาชนและภาคอุตสาหกรรม ” อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าว

ทั้งนี้นอกจากคณะที่เปิดสอนในสาขาวิชาหลักต่างๆ แล้ว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ยังได้มีการเปิดสอนสาขาวิชาที่สามารถรองรับการหลอมรวมของประชาคมอาเซียนโดยเฉพาะ เช่น สาขาดิจิทัลมีเดียซึ่งรองรับงานการสร้างสรรค์สื่อระดับนานาชาติ หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่เน้นสถาปัตย์กรรมพื้นถิ่นในเขตร้อนชื้น ซึ่งมีความร่วมมือระหว่างกันกับมหาวิทยาลัยมาลายา สาขาภาษาอังกฤษธุรกิจซึ่งในชั้นปีที่สาม ผู้เรียนสามารถเลือกที่จะไปเรียนที่จีนหรือมาเลเซียได้ สาขาภาษาอาหรับธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการจัดการในอิสลาม กฎหมายอิสลาม หลักสูตรนานาชาติสาขาการจัดการการท่องเที่ยว การจัดการการบริการ การจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและโลจิสติกส์เพื่อการท่องเที่ยว และหลักสูตรที่เน้นด้านภาษา เช่น ภาษาจีน ภาษามลายู ภาษาอาหรับ เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นการเตรียมบัณฑิตเข้าสู่ตลาดแรงงานทั้งสิ้น