สองอดีตผู้นำ เชื่อการเจรจาจะลดความขัดแย้ง ชูวิธีการของอาเซียนควรเป็นตัวอย่างให้ภูมิภาคอื่น

สองอดีตผู้นำในประเทศอาเซียน หนุนการรวมตัวของกลุ่มประเทศในภูมิภาค เชื่อการอยู่ร่วมกันให้ได้ท่ามกลางความหลากหลาย ทั้งเชื้อชาติ ศาสนา และการประสานประโยชน์กับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นแนวทางหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และเป็นแบบอย่างการแก้ปัญหาที่ประเทศในภูมิภาคอื่นควรนำไปใช้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ ดร.มหาธีร์ โมฮำหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมปาฐกถาพิเศษ "วิสัยทัศน์ผู้นำเกี่ยวกับการเมือง ความขัดแย้ง และสันติภาพในประเทศสมาชิกอาเซียน" ในการประชุมวิชาการนานาชาติรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และสันติศึกษาในบริบทอาเซียน เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2555 ที่ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖o ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จัดโดยสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สมาคมรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ภาคใต้ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และอีกหลายหน่วยงานในภาคใต้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความเจริญก้าวหน้าของโลกทุกวันนี้ ไม่ได้ทำให้ปัญหาความขัดแย้งหมดไป โดยเฉพาะประเทศชายขอบที่มักมีการเผชิญหน้าของผู้ที่มีความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา รวมทั้งอุดมการณ์ ความคิดเห็นทางการเมือง และยังมองไม่เห็นกลไกที่สามารถแก้ปัญหานั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ความขัดแย้งมักจะเริ่มจากการเอาข้อเท็จจริงไปเผยแพร่ในทิศทางที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงการเสียเปรียบ การไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งนำไปสู่การแปลกแยกและความรุนแรง แม้แต่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยแล้วก็สามารถเกิดความขัดแย้งขึ้นได้จากผลประโยชน์ที่ขัดกัน มีการทำลายหลักยุติธรรม และเกิดการตอบโต้จากอีกฝ่ายหนึ่ง

     

การอยู่ร่วมกันให้ได้ท่ามกลางความหลากหลาย ไม่ได้อยู่ที่การขจัดผู้ที่เห็นต่างเพื่อให้สังคมไม่มีความขัดแย้ง และไม่ใช่ใช้สูตรการแก้ปัญหาสูตรเดียวกันกับที่ใช้ในทุกเรื่อง การใช้กำลังจะก่อให้เกิดวัฏจักรของความขัดแย้งที่ไม่สิ้นสุด

ความขัดแย้งในภาคใต้เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ เชื้อชาติ ศาสนา ซึ่งบางช่วงเวลาอาจจะดูว่าคลี่คลายไปในทางที่ดี แต่ในที่สุดก็เกิดความรุนแรงขึ้นอีกในเวลาต่อมา การแก้ปัญหาความขัดแย้งในภาคใต้หากใช้กำลังแต่เพียงอย่างเดียวจะไม่ได้ความสงบที่ยั่งยืน ต้องร่วมกันหาทางยุติโดยใช้กระบวนการทางการเมือง ความยุติธรรม และให้ทุกฝ่ายเข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหา เพื่อนำไปสู่ความปรองดอง

“เราควรจะค้นหาความเป็นจริงมาสรุปให้ได้ความเข้าใจที่ตรงกัน ด้วยความอดทน มีการใช้หลักยุติธรรมเพื่อแก้ปัญหา โดยผู้มีหน้าที่ต้องมีความรับผิดชอบในการใช้อำนาจจัดการ และดูความต้องการการพัฒนาของพื้นที่ ที่สำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา และเสนอนโยบายในการจัดการกับปัญหาเหล่านั้น มีการเสวนากันจนเกิดการไว้วางใจและการยอมรับของทุกฝ่าย”

กรณีการรวมตัวของประเทศในอาเซียน ความขัดแย้งที่เกิดในประเทศหนึ่งยอมส่งผลกระทบถึงอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งมีหลายครั้งที่แก้ไขสำเร็จโดยการไกล่เกลี่ย ของคนกลางหรือประเทศที่สาม โดยการใช้รูปแบบที่เหมาะสม มีความเข้าใจความละเอียดอ่อนของปัญหา ทุกฝ่ายย่อมต้องการจะเห็นความขัดแย้งยุติลง จึงควรสร้างสังคมที่มีการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลาย หากทั้งภาครัฐ องค์กรเอกชน ภาคธุรกิจ และสื่อมวลชน ร่วมกันสร้างค่านิยมของการรักสันติ การเคารพสิทธิผู้อื่นแล้ว ความสงบสุขก็จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในโลก

ในขณะที่ ดร.มหาธีร์ โมฮำหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่า หลายคนเข้าใจว่าการรวมตัวของประเทศในประชาคมอาเซียนนั้นก็เพื่อผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับประชาคมเศรษฐกิจยุโรป แต่จริงๆแล้ว องค์กรนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากความต้องการเวทีในการเจรจาสำหรับผู้นำ เพื่อจัดการเมื่อเกิดความขัดแย้งในกลุ่มสมาชิก สำหรับประเทศมาเลเซียเองตั้งแต่มีการก่อตั้งประเทศหลังได้รับเอกราช เคยเกิดความขัดแย้งเรื่องดินแดนกับประเทศเพื่อนบ้านกับทุกประเทศ เช่น พื้นที่แหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยกับประเทศไทย การอ้างสิทธิ์ในเกาะที่มีธรรมชาติงดงาม กับอินโดนีเซีย การอ้างสิทธิ์ในเกาะเล็กๆ ที่เป็นที่ตั้งของประภาคารกับสิงคโปร์ ปัญหาพื้นที่กลางทะเลซึ่งอุดมไปด้วยแหล่งน้ำมันกับบรูไน ซึ่งความขัดแย้งนั้นสามารถยุติได้ด้วยการเจรจาประสานและแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างกัน หรือด้วยการยอมรับการตัดสินหากของศาลโลกหากปัญหาดังกล่าวมาสามารถตกลงกันได้ในโต๊ะเจรจา

แม้ปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องสิทธิ์ในหมู่เกาะในรัฐซาบาห์และซาราวัคกับฟิลลิปปินส์ และปัญหาผู้อพยพย้ายถิ่นชาวโรฮินยากับพม่า แต่ก็ยังอยากใช้การเจรจาหรือใช้ศาลโลกเป็นผู้ตัดสิน

ความสำเร็จของการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการเจรจาทั้งในโต๊ะเจรจา และพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวของผู้นำ ของประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ควรเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับประเทศอื่นๆ เพราะเป็นวิธีการจัดการความขัดแย้งของของสังคมที่มีอารยธรรม และสงครามก็ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องการ

การจัดการประชุมวิชาการนานาชาติรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และสันติศึกษาในบริบทอาเซียน ในหัวข้อ “ประชาสังคม การเมือง และการพัฒนาประเทศในประเทศสมาชิกอาเซียน" ระหว่างวันที่ 6-7 กันยายน 2555 มีวัตถุประสงค์ เพื่อแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ มาอธิบายสภาพและสาเหตุของปัญหาและหาทางออกจากการบริหารของท้องถิ่นที่เกิด ขึ้นในสังคมภูมิภาคอาเซียนปัจจุบัน และเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างนักวิชาการทางรัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ในประชาคมอาเซียน ที่จะได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการที่เป็น ประโยชน์ต่อการศึกษาและความก้าวหน้าทางวิชาการ