สถาปัตย์ ม.อ.ตรัง จัดพิธีศิลป์จุ่มไหว้ครูช่าง
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง จัดพิธีศิลป์จุ่มไหว้ครูช่าง สำหรับนักศึกษารุ่นแรกของคณะฯ จำนวน 41 คน ที่เข้ามาศึกษาในปีการศึกษา 2555 เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2555 ด้วยความร่วมมือในการสร้างสีสันของพิธีการและขบวนแห่จากนักศึกษาสาขาศิลปการแสดง คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ ซึ่งผู้ที่มาเป็นเกียรติในพิธีนอกจากจะมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์พักตรา คูบุรัตถ์ รองอธิการบดีวิทยาเขตตรัง รองศาสตราจารย์ ดร.ปิติ ทฤษฎิคุณ อดีตอธิการบดีวิทยาเขตตรัง และผู้บริหารในวิทยาเขตตรังแล้ว ยังได้รับเกียรติจากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิผู้เป็นกรรมการร่างหลักสูตรและเป็นอาจารย์พิเศษเข้าร่วมพิธีครั้งนี้ เช่น รองศาสตราจารย์ ดร.วีระ สัจกุล อธิการบดีสถาบันอาศรมศิลป์ รองศาสตราจารย์ ดร.ชวลิต นิตยะ และรองศาสตราจารย์ ดร.ไตรรัตน์ จารุทัศน์ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พิธีศิลป์จุ่มถือเป็นพิธีกรรมอันสำคัญ เป็นเอกลักษณ์ การแสดงความเคารพ การระลึกถึงพระคุณของคณาจารย์และสถาปนิกอาวุโส และการปวารณาตัวเข้าเป็นสถาปนิกที่ดีใน อนาคต แสดงถึงความสามัคคี กลมเกลียวร่วมแรงร่วมใจในการสร้างสรรค์สังคมวงการสถาปัตย์ที่ดีต่อไป ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งของกิจกรรมสำคัญที่เป็นที่น่าประทับใจ คือการที่คณาจารย์จับมือศิษย์ที่มาร่วมพิธีให้เขียนตัวหนังสือหรือภาพลงในสมุด เพื่อรำลึกถึงวันแรกๆ ของชีวิตที่เริ่มจับปากกาหัดวาดและเขียน ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวในอดีตต้องมีผู้อาวุโสกว่าช่วยจับมือเขียนให้
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พักตรา คูบุรัตถ์ รองอธิการบดีวิทยาเขตตรัง กล่าวกับนักศึกษาใหม่ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ว่านักศึกษาที่ศึกษาในศาสตร์ของสถาปัตยกรรมไม่เพียงแต่เป็นคนไฝ่รู้เท่านั้นแต่ต้องมีความอดทน ขยันหมั่นเพียร และก้าวทันโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน รวมทั้งต้องมีความใส่ใจต่อเพื่อนมนุษย์และใส่ใจสิ่งแวดล้อมทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม มีความเข้าใจในความหลากหลายของกลุ่มคนอย่างลึกซึ้ง และยึดเหนี่ยวจรรยาบรรณของวิชาชีพให้เป็นเหมือนคติในการดำเนินชีวิต
รองศาสตราจารย์ ดร.วีระ สัจกุล อธิการบดีสถาบันอาศรมศิลป์ และสถาปนิกดีเด่นด้านสังคมและวัฒนธรรมในวาระครบรอบ 75 ปีสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า สถาปัตยกรรมทุกท้องถิ่นมีรูปแบบเฉพาะตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องเห็นคุณค่า และศึกษาให้ลึกซึ้งก่อนที่จะไปศึกษาสิ่งดีๆของท้องถิ่นอื่น การเป็นเจ้าของวัฒนธรรมต้องเป็นเจ้าของความรู้ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่และวัฒนธรรมให้ได้ด้วย นักศึกษาสมัยนี้มักไม่มีความรู้เรื่องรากเหง้าของตนเอง ทั้งที่สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการศึกษาสถาปัตยกรรม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเคยตรัสถึงคำว่า “ภูมิสังคม” ซึ่ง “ภูมิ” หมายถึง “ที่” และ “สังคม” หมายถึง “วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ประเพณี” สองคำนี้มีความหมายลึกซึ้ง เป็นพื้นฐานของทุกศาสตร์ ทุกวันนี้ความล้มเหลวของการศึกษาในทุกสาขาเกิดจากการมุ่งรับแต่ของต่างชาติ แต่ละทิ้งสิ่งดีที่เรามีอยู่ ความรู้ที่เกิดจากภูมิสังคมเป็นความรู้เบื้องต้น เป็นความรู้ของเราเองที่เรากลับทิ้งไม่เห็นคุณค่า ไปเห็นคุณค่าของความรู้มือสองที่รับมาจากภายนอก
“เราต้องรู้จักตัวเองให้ดีเสียก่อน จึงจะรับความรู้ของคนอื่นเข้ามาโดยรู้จักคัดกรอง เลือกเฉพาะสิ่งดี ต้องรู้จักเอาคุณค่าความดีความงาม มรดกทางวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษสร้างไว้ให้เป็นประโยชน์ ก่อนจะขยายขอบข่ายการเรียนรู้ไปยังเรื่องของสถาปัตยกรรมในพื้นถิ่นอื่นต่อไป เพื่อดูความเชื่อมโยง ความเปลี่ยนแปลง เพราะสถาปัตยกรรมมักมีรากเหง้ามาจากที่เดียวกัน เพียงแต่แตกสาขาออกไปจากอิทธิพลภายนอกและภายใน และสถานการณ์ในบ้านเมือง ถ้าเราเป็นเจ้าของความรู้ในพื้นที่ของเราอย่างลึกซึ้ง ใครก็จะเอาความรู้ของเราไปไม่ได้และต้องมาเรียนรู้จากเราเท่านั้น” อธิการบดีสถาบันอาศรมศิลป์ กล่าว







