สถาปัตย์ ม.อ.ตรังเปิดตัวสนองชุมชน เน้นอนุรักษ์อาคารเก่า ทับเที่ยง-กันตัง-ห้วยยอด
คณะสถาปัตย์ ม.อ. เตรียมเก็บข้อมูลเพื่ออนุรักษ์อาคารเก่าแก่ 3 เมืองเก่าของตรัง จัดทำ 3 โครงการหวังถอดรหัสวิธีคิด และภูมิปัญญาการสร้างที่อยู่อาศัยของคนในพื้นที่ นำปรับใช้กับปัจจุบัน
อาจารย์ตรีชาติ เลาแก้วหนู คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง เปิดเผยว่า คณะฯ กำลังจัดทำโครงการเพื่ออนุรักษ์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคใต้ฝั่งตะวันตก และ เป็นองค์ความรู้สำหรับหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต ที่มีการเรียนการสอนเน้นความเป็นสถาปัตยกรรมที่ยั่งยืนใน 4 ด้านคือ สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น สถาปัตยกรรมชุมชนที่ตอบสนองความต้องการของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง สถาปัตยกรรมเขตร้อนชื้นซึ่งเป็นภูมิอากาศเฉพาะของภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่มีฝนตกชุก และ สถาปัตยกรรมสีเขียวที่เน้นการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยทั้ง 4 ด้านจะถูกผนวกเข้าไปในการเรียนการสอน เพื่อผลิตบัณฑิตรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและมีความรู้เรื่องสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันตก
โครงการที่กำลังจะดำเนินการ มีรวม 3 โครงการ คือ โครงการสำรวจแหล่งมรดกสถาปัตยกรรมในจังหวัดตรัง ใน 3 เมือง คือ เมืองทับเที่ยงหรือเขตเทศบาลนครตรัง เมืองห้วยยอด และ เมืองกันตัง โดยได้ทำการสำรวจอาคารเก่าแก่ซึ่งเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรม แล้วระบุลงในแผนที่พร้อมกับมีข้อมูลของตัวอาคาร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมของจังหวัดตรังในอนาคต

อีกโครงการหนึ่ง คือ โครงการที่ทำร่วมกับ University of Malaya กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในการรังวัดอาคารที่มีคุณค่าในอำเภอกันตัง 4 อาคาร เพื่อนำมาเขียนแบบเป็นแบบก่อสร้าง เพื่อเก็บไว้เป็นแบบสำหรับการซ่อมสร้างอาคารเพื่อให้คงรูปแบบดั้งเดิมไว้ โครงการสุดท้าย คือการออกแบบนิทรรศการบ้านคีรีรัตน์ ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่ในจังหวัดตรัง ที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากรไว้แล้ว และกำลังได้รับงบประมาณในการซ่อมแซมอาคาร โดยได้มีการขอความร่วมมือจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพื่อการออกแบบนิทรรศการภายในอาคาร และส่งมอบให้แก่หอจดหมายเหตุจังหวัดตรัง โดยบ้านคีรีรัตน์จะเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ของนักศึกษา และเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจอื่นๆ
อาจารย์ตรีชาติ เลาแก้วหนู กล่าวว่า ลักษณะของอาคารสิ่งก่อสร้างพื้นถิ่น ในภูมิภาคภาคใต้ฝั่งตะวันตก ตั้งแต่จังหวัดระนองลงมาถึงจังหวัดสตูล ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับภูมิอากาศที่มีฝนตกชุกตลอดปี โดยจะมีชายคายื่นยาว หลังคาสูงชัน มีฝาผนังเปิดโล่งเพื่อระบายอากาศและความชื้น ดังนั้น โครงการของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จึงเป็นการถอดรหัสวิธีการคิด และภูมิปัญญาการสร้างที่อยู่อาศัยของคนในพื้นที่ เพื่อนำไปออกแบบสถาปัตยกรรมให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้ได้แบบบ้านที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ในการก่อสร้าง รับกับสภาพแวดล้อม และ สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน

ความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมในจังหวัดตรัง ที่เห็นได้ชัดคือสถาปัตยกรรมแบบเรือนมลายู หรือเรือนประเพณีภาคใต้ ซึ่งเป็นอาคารยกใต้ถุนสูงพอลอดได้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อระบายอากาศมากกว่าจะใช้พื้นที่ทำกิจกรรม ซึ่งจะต่างจากเรือนไทยภาคกลาง มีชายคายื่นยาว มีหน้าจั่วที่เรียกว่าหลังคา “บลานอ” เพื่อกันแดดฝนในทุกทิศทาง มีความผสมผสานกันระหว่างภาคใต้ของไทยกับภาคเหนือของมาเลเซีย นอกจากนั้น ยังมีสถาปัตยกรรมแบบจีน ที่ได้รับอิทธิพลจากเมืองปีนังและเมืองมะละกา ในยุคที่ยังมีการติดต่อค้าขายแร่ดีบุก ซึ่งสิ่งที่เห็นได้จากสถาปัตยกรรมดังกล่าว นอกจากจะเป็นเรื่องของฮวงจุ้ยแล้ว ยังมีลักษณะการออกแบบช่องเปิดโล่งกลางบ้านเพื่อให้อากาศและแสงแดดผ่านเข้ามาได้ ที่เรียกว่า “ฉิมแจ้” และทางเดินเท้าหน้าอาคาร ที่จะช่วยบังแดดฝนเมื่อเดินจากบ้านหลังหนึ่งไปยังอีกหลังหนึ่ง หรือ “โหงวกากี่” ซึ่งถูกปรับเปลี่ยนมาผสมผสานกับวิธีคิดแบบภาคใต้


