นักแผ่นดินไหว ม.อ. เผยคนเชื่อโหรเพราะขาดความเข้าใจ แนะหลายหน่วยบูรณาการความรู้-เครื่องมือ สร้างความเชื่อมั่น

ดร.ไพบูลย์ นวลนิล นักแผ่นดินไหววิทยา ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยกรณีที่มีการตื่นกลัวเรื่องการทำนายเกี่ยวกับแผ่นดินไหวรุนแรง เมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า สถานการณ์แผ่นดินไหวเป็นสิ่งที่ยากจะระบุชัดเจนว่าเกิดบริเวณใด เมื่อไร และรุนแรงเพียงใด แม้จะมีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจวัดก็ตาม การขาดความรู้ความเข้าใจของประชาชน ประกอบกับไม่มีการยืนยันข้อเท็จจริงเพื่อเรียกความเชื่อมั่นในทันทีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อรวมกับข่าวกับได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในหลายประเทศในปีที่ผ่านมา จึงทำให้หลายคนหวาดกลัวและวิตกกังวล แม้ผู้ที่ทำนายจะไม่มีความรู้ทางวิชาการในเรื่องดังกล่าวเลยก็ตาม

ในส่วนของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นั้น ได้มีข้อมูลรวมถึงเครื่องมืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับด้านธรณีพิบัติภัย ซึ่งสามารถนำมาประกอบในด้านการเรียนการสอน และใช้งานในสถานการณ์จริงได้เพียงในระดับหนึ่ง ยังและต้องมีการแสวงหาองค์ความรู้ด้านนี้เพื่อให้มีข้อมูลที่ทันสมัย แต่อย่างไรก็ตาม การทำโครงการเพื่อศึกษาวิจัยด้านธรณีพิบัติภัยจะไม่เหมือนการจัดทำโครงการอื่นๆ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า จึงไม่สามารถตั้งงบประมาณเพื่อรองรับได้ เช่นกรณีการเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในต่างประเทศ หากจะต้องเดินทางไปเพื่อเก็บข้อมูลทันทีคงทำไม่ได้ นอกจากนั้น ยุทธศาสตร์การวิจัยเรื่องที่เกี่ยวกับภัยพิบัติในหลายหน่วยงานที่สนับสนุนการวิจัย เพิ่งมีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลต้องใช้งบประมาณเพื่อฟื้นฟูความเสียหายไปแล้วจำนวนมหาศาล ซึ่งหากเกิดแผ่นดินไหวขึ้นจริงๆ คงจะต้องใช้งบประมาณเพื่อการศึกษาวิจัยเรื่องนี้โดยเฉพาะอีกจำนวนมากเช่นเดียวกัน

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีนักวิชาการธรณีพิบัติภัย และเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีศักยภาพอยู่ในหลายหน่วยงาน เช่น การมีสถานีตรวจวัดและเครื่องมือวัดแผ่นดินไหว เพื่อติดตามรอยเลื่อนของเปลือกโลก ทั้งของกรมทรัพยากรธรณี กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต กรมอุตุนิยมวิทยา และมหาวิทยาลัย แต่การเตรียมความพร้อมการและดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้องค์ความรู้และบูรณาการแบบยั่งยืนมีน้อยมาก คณะกรรมการแผ่นดินไหวแห่งชาติ ควรเรียกประชุมหน่วยงานดังกล่าวร่วมกัน เนื่องจากถือว่าเป็นภัยของประชาคมโลกที่เกิดขึ้นแล้วอาจมีผลกระทบต่อหลายประเทศ จึงอยากจะให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาร่วมกันใช้ทรัพยากรและองค์ความรู้มาแก้ปัญหาและเตรียมความพร้อมในการรับมือ มากกว่าการเชื่อคำทำนายและข่าวลือ เพื่อก้าวพ้นคำว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” ให้ได้

“ที่ผ่านมา การเตรียมความพร้อมในการรับมือแผ่นดินไหวและสึนามิของทางราชการ หลังเหตุการณ์สึนามิเอเซีย เมื่อ 26 ธันวาคม 2547 ทำได้ดีพอสมควร โดยมีการตั้งศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และติดตั้งหอเตือนภัยทั้งสองฝั่งทะเล สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยาก็ได้ติดตั้งสถานีแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นเป็น 40 สถานีทั่วประเทศแต่ขาดงบประมาณบำรุงรักษา ทำให้ตกอยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง รวมทั้งการซ้อมอพยพผู้คนเมื่อเกิดเหตุการณ์สึนามิ และการซ้อมรับมือกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว ก็ยังไม่จริงจังเท่าที่ควร ซึ่งหลายท่านก็แสดงความกังวลในเรื่องนี้ ซึ่งในทุกครั้งที่เกิดข่าวลือเกี่ยวกับแผ่นดินไหวและสึนามิ หากคณะกรรมการแผ่นดินไหวแห่งชาติ ได้ออกมาให้ความกระจ่างถึงข้อเท็จจริงก็คงจะทำให้เกิดผลดีไม่น้อย” ดร.ไพบูลย์ นวลนิล กล่าว