คณะวิทย์ ม.อ. นำผลจากงานวิจัยเพื่อคุณภาพชีวิตชุมชนใช้เทคโนโลยีเมมเบรน ทำเครื่องกรองน้ำคุณภาพสูง-ราคาต่ำ

รองศาสตราจารย์จุฑามาศ ศตสุข คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาที่บางส่วนของประเทศไทยกำลังเกิดอุทกภัย ทำให้ประชาชนเกิดความยากลำบากและขาดแคลนสิ่งของอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะน้ำสะอาดที่ใช้ดื่ม และน้ำประปาเริ่มมีสีและกลิ่นที่ผู้ประสบภัยไม่กล้าใช้บริโภค คณะผู้วิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ และสถานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมมเบรน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้มีการใช้องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยประดิษฐ์เครื่องกรองน้ำที่มีประสิทธิภาพสามารถกรองตะกอน กลิ่น สี และเชื้อโรคในน้ำ โดยเน้นความสะดวกต่อการพกพา ง่ายต่อการติดตั้ง และสามารถเป็นต้นแบบออกสู่ชุมชน

ทั้งนี้ สถานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมมเบรน เป็นหน่วยงานที่ได้ทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเมมเบรนเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ เพื่อจัดการด้านคุณภาพน้ำดื่ม ซึ่งกำลังมีปัญหาเนื่องจากแหล่งน้ำธรรมชาติเกิดการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนัก ปัญหาน้ำทะเลรุกแหล่งน้ำใต้ดินในพื้นที่ชายฝั่ง ทำให้น้ำดื่มน้ำใช้ในธรรมชาติขาดคุณภาพ ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยระหว่างอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 ได้มีบทบาทในการผลิตน้ำดื่มด้วยเทคโนโลยีเมมเบรน บรรจุขวดจำนวน 1 แสนขวด เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งได้รับความเดือดร้อนในเขตเมืองหาดใหญ่ และใกล้เคียง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดรุณี ผ่องสุวรรณ ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีวัสดุ ผู้วิจัยและออกแบบเครื่องกรองน้ำ กล่าวว่า เครื่องกรองน้ำของคณะวิทยาศาสตร์ มีลักษณะพิเศษจากเครื่องกรองอื่นๆ ตรงที่ “ตัวไส้กรองเซรามิก” ซึ่งมีส่วนผสมตามสูตรที่ได้พัฒนามาจากองค์ความรู้จากการวิจัยของนักวิชาการ ทำให้มีความทนทาน มีอายุการใช้งานนาน 1 ปี - 1 ปีครึ่ง มีความละเอียดในการกรอง 0.3 ไมครอน สามารถกรองเชื้อโรคในน้ำ เช่นเชื้อจุลินทรีย์และแบคทีเรียบางชนิด และ “รูปแบบของไส้กรอง” ที่ถูกนำไปประกอบกับท่อ พีวีซี ทำให้ง่ายต่อการประกอบและทำความสะอาด เนื่องจากท่อ พีวีซี สามารถหาซื้อได้ทั่วไป โดยทั้ง “รูปแบบ” และ “สูตรส่วนผสมของเซรามิค” ที่นำมาทำไส้กรอง ได้ถูกนำไปจดอนุสิทธิบัตรไว้แล้ว

     

เครื่องกรองน้ำ ที่ออกแบบโดยคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีอยู่ 3 ชนิด คือ ชนิดท่อเดี่ยว ชนิด 2 ท่อ และ ชนิด 3 ท่อ โดยชนิดท่อเดี่ยว จะมีเฉพาะไส้กรองเซรามิกเป็นส่วนประกอบ ส่วนชนิด 2 ท่อ และ ชนิด 3 ท่อนั้น จะเพิ่มสารกรองคาร์บอน เพื่อใช้กรองตะกอน กลิ่น สี คลอรีน สารอินทรีย์ และ สารกรองเรซิน เพื่อกรองหินปูน ลดความกระด้างในน้ำ และดูดซับสี มีราคาต่อชิ้นประมาณ 2,000 บาท และสามารถกรองน้ำได้ประมาณ 30 ลิตร ต่อชั่วโมง “เครื่องกรองนี้ สามารถใช้กรองคลอรีนและเชื้อโรคที่ติดมากับน้ำประปาเพื่อบริโภค ซึ่งทุกวันนี้ได้มีการนำไปใช้กรองน้ำดื่มประจำวันในภาวะปกติ แต่ไม่แนะนำให้ใช้กับน้ำเน่าเสีย ส่วนการใช้กับน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ต้องขึ้นอยู่กับว่าน้ำนั้นมีสารที่เป็นโลหะหนักเจือปนมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม กำลังมีการทำการวิจัยส่วนผสมของไส้กรอง เพื่อให้สามรถกรองโลหะหนักที่เจือปนมากับน้ำ เช่น สารหนูได้” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดรุณี กล่าว

     

ปัจจุบัน กำลังการผลิตไส้กรองของ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ยังมีปริมาณไม่มาก คือเพียงประมาณ 20-30 ชิ้น ต่อ 2 สัปดาห์ เนื่องจากเตาเผาเซรามิกที่มีอยู่มีขนาดเล็ก ซึ่งเมื่อความต้องการมีสูงขึ้นจะต้องมีการจัดหาเตาขนาดใหญ่ เพื่อสนองความต้องการของผู้สนใจต่อไป