ขนมกรุบกรอบ-นมเปรี้ยว-น้ำอัดลม ตัวการปัญหาโรคอ้วนในเด็ก
งานวิจัยพบพฤติกรรมการบริโภคอาหารว่างและขนมของเด็กวัยเรียนเสี่ยงการเกิดโรคอ้วน แนะผู้ปกครองปรับความเข้าใจใหม่ เลี่ยงขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม นมรสหวานและนมเปรี้ยว
การบริโภคอาหารมื้อหลักของคนเราจำเป็นต้องบริโภคให้ครบทั้ง 3 มื้อ และสมดุลกันระหว่างอาหารทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะวัยเด็กที่ต้องการพลังงานและสารอาหารในการเจริญเติบโต อาหารว่างและขนมจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ เป็นส่วนเสริมให้เด็กได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าที่จำเป็นต่อร่างกาย อย่างไรก็ตามปัจจุบันอาหารว่างและขนมส่วนใหญ่มักมีแป้ง น้ำตาล และไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งให้เพียงพลังงาน แต่มีสารอาหารอื่นที่จำเป็นค่อนข้างน้อย จึงอาจส่งผลต่อภาวะโภชนาการและการเจริญเติบโตของเด็กได้
พญ.อารยา ตั้งวิฑูรย์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงได้จัดทำโครงการวิจัยเรื่อง “พฤติกรรมการบริโภคอาหารว่างและขนมของเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในอำเภอหาดใหญ่: ความสัมพันธ์กับภาวะโภชนาการ” โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.)
“ความจริงเด็กควรได้รับพลังงานจากอาหารว่างไม่เกินร้อยละ 20 ของพลังงานที่ต้องการในแต่ละวัน แต่ในความเป็นจริงเด็กมีโอกาสเลือกทานขนมได้หลากหลาย ซึ่งขนมปัจจุบันนี้ส่วนมากมีแป้ง น้ำตาลและไขมันมาก ให้พลังงานสูง แต่สารอาหารที่จำเป็นมีน้อยมาก เราจึงตั้งสมมติฐานว่าการบริโภคขนมเหล่านี้น่าจะมีความสัมพันธ์กับภาวะอ้วน ผอม หรือเตี้ยของเด็ก ๆ บ้าง” แพทย์หญิงอารยาอธิบาย
การวิจัยในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนรัฐบาลและเอกชน ทั้งในเขตและนอกเขตเทศบาล พบโรคอ้วนในเด็กเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับการศึกษาที่ผ่าน ๆ มา โดยเด็กนักเรียนนิยมบริโภคอาหารว่างและขนมที่มีแป้ง น้ำตาล และไขมันเป็นส่วนประกอบหลักในปริมาณมาก และพบว่าการ ได้รับพลังงานจากนมเปรี้ยวมากกว่า 1 กล่องต่อวัน (ขนาดบรรจุ 180 มิลลิลิตรต่อกล่อง) และการกินข้าวมากกว่า 6 ทัพพีต่อวันเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคอ้วนของเด็กวัยเรียนด้วย แต่ขณะเดียวกันกลับพบว่าเด็กอ้วนบริโภคนมจืดชนิดไขมันต่ำมากกว่าเด็กไม่อ้วน และบริโภคน้ำหวาน น้ำผลไม้ ขนมกรุบกรอบที่มีโปรตีนสูงน้อยกว่าเด็กไม่อ้วน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากเด็กหรือผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารที่เป็นสาเหตุของโรคอ้วนพอสมควร
“จากการศึกษาพบว่ากลุ่มเป้าหมายการวิจัยคือเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีพฤติกรรมทางโภชนาการที่น่าเป็นห่วง คือ นิยมบริโภคขนมซองที่มีแป้งและไขมันปริมาณมาก โดยบริโภคเฉลี่ยวันละ 3-4 ครั้ง ส่วนเครื่องดื่มที่นิยมบริโภคมากที่สุด คือ น้ำอัดลม
โดยเฉลี่ยเด็กได้รับพลังงานจากขนมและอาหารว่างประมาณ 495 กิโลแคลอรี หรือเทียบเท่าร้อยละ 30 ของพลังงานที่ต้องการต่อวัน ซึ่งมากกว่าปริมาณมาตรฐานที่ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยกำหนดไว้ ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินนี้เป็นไขมันได้”
ดังนั้นการมีภาวะโภชนาการที่ดีและถูกต้อง นอกจากผู้ปกครองจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องนี้ดีแล้ว กุมารแพทย์หรือนักโภชนาการเองก็จะต้องมีการรณรงค์ให้ความรู้และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกชนิดและปริมาณอาหารว่างและขนมอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ก็ควรเน้นเรื่องอาหารหลักที่รับประทาน การปรับกิจวัตรประจำวันและการออกกำลังกายให้เหมาะสมควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้เด็กมีภาวะโภชนาการที่ดี หลีกเลี่ยงโรคอ้วนหรือภาวะผอมซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการต่อไปนั่นเอง
สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ ที่ฝ่ายสื่อสารสาธารณะและขับเคลื่อน สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) http://www.rdh.psu.ac.th โทร. 074-455-150 หรือ อีเมล์ southern.rdh@gmail.com


