นักศึกษา ม.อ.กับ กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์
“การเรียนไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต ทักษะทางสังคม การใช้ชีวิต การอยู่ร่วมกันของสังคมเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า งานบำเพ็ญประโยชน์ ม.อ.จะเน้นไม่มีการแบ่งแยกพื้นที่ เชื้อชาติ และศาสนา”
นายอลงกรณ์ ผดุ้งกูล ประธานสภานักศึกษา องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และประธานสภาเครือข่ายเยาวชนสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ชั้นปีที่ 4 ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ กล่าวถึงกิจกรรมด้านบำเพ็ญประโยชน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ว่า
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ มีชมรม 38 ชมรม ทำงานที่แตกต่าง แต่ละปีจะจัดทำโครงการต่างๆ 100 โครงการ ม.อ จะปลูกฝังให้นักศึกษามองเห็นประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง โดยยึดถือพระราชปณิธานของสมเด็จพระราชบิดา ”ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นกิจที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” และเน้นเรื่องของการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งไม่ได้หมายถึงความต่างด้านศาสนาเท่านั้น แต่รวมถึงการอยู่ร่วมกัน ท่ามกลางความแตกต่างทางความคิด เชื้อชาติ เพศ ด้วย
กิจกรรมที่นักศึกษา ม.อ.ทำ แบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1.การบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม ค่ายอาสา การออกไปในพื้นที่ขาดแคลน เพื่อปรับปรุงอาคารเรียน ให้ความรู้ด้านสุขภาพ ความรู้เรื่องยา 2.การบริการวิชาการ ให้ความรู้ด้านการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ภาษาจีน 3.ด้านศิลปวัฒนธรรม อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้ 4.ด้านกีฬา การเข้าร่วมแข่งขันกีฬา การถ่ายทอดความรู้เรื่องกีฬา
กิจกรรมด้านบำเพ็ญประโยชน์ ใน ม.อ.มี 5 ชมรม คือ ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ชมรมการศึกษาเพื่อสังคม ชมรมสาธารณสุขสัมพันธ์ ชมรมอาสาพัฒนา ชมรมโรตาแรคท์
ทุกปี ม.อ.จะมีกิจกรรม “น้องใหม่บำเพ็ญ”สำหรับการรับน้องปี 1 มีกิจกรรมพหุวัฒนธรรม เป็นกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 3 ศาสนา นำนักศึกษาไทยพุทธ มุสลิม ไปทำความสะอาดมัสยิด วัดไทย หรือ สุสานจีน โดยปรับปรุงภูมิทัศน์ ทาสี ถางหญ้า โดยไม่ได้แยกว่า ผู้ไปร่วมกิจกรรมต้องนับถือศาสนาใด
“ค่ายศรีตรังสัมพันธ์” เป็นกิจกรรมของนักศึกษาทุกคณะ ที่ใช้ดอกศรีตรังสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเป็นชื่อค่าย จัดในช่วงเดือนตุลาคม หลังสอบกลางภาคแรก ประมาณ 5-10 วัน เป็นการทำกิจกรรมร่วมกันของทุกวิทยาเขต ทุกเชื้อชาติ ศาสนา เช่น วิทยาเขตปัตตานี ส่วนใหญ่มีนักศึกษามุสลิม ส่วนวิทยาเขตหาดใหญ่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ตรัง ก็จะมีปะปนกันไป กิจกรรมได้แก่ การปรับปรุงอาคารเรียน ล่าสุดไปที่จังหวัดสตูล ปรับปรุงห้องสมุด ทาสีอาคาร จัดบอร์ดนิทรรศการให้ความรู้

กิจกรรมเพื่อชุมชน ของม.อ.จะเด่นในด้านการสัมพันธ์กับชุมชน เช่น เรามีกิจกรรม “ข้าวหม้อ แกงหม้อ” ชาวบ้านจะนำอาหารมาสมทบกับนักศึกษา ทำกิจกรรมและรับประทานอาหารร่วมกัน เราจะเน้นโรงเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ห่างไกล ขาดโอกาสทางการศึกษา ไม่เฉพาะโรงเรียนเท่านั้นที่เราไปพัฒนา เราไปสร้างสัมพันธ์และพัฒนาชุมชนด้วย เช่น ไปพัฒนา โรงเรียน ต.ช.ด โรงเรียนขยายโอกาส ในสงขลา พัทลุง ตรัง สุราษฎร์ธานี ซึ่งขาดแคลนครู และงบประมาณ
ไม่ว่าจะไปที่พื้นที่ใด พบว่าทุกคนมีความเอื้ออารีต่อกัน มีความสุขร่วมกัน ม.อ.เป็นที่รู้จัก จากการที่นักศึกษาลงไปทำกิจกรรม ทำให้เด็กๆในพื้นที่ก็ใฝ่ฝันที่จะเข้าเรียนใน ม.อ.
เราไม่มีงบประมาณเป็นหมื่นเป็นแสน เรา เอาแรงจากนักศึกษา ไปทำร่วมกับชุมชน อาจจะหาทุนโดยการการทอดกฐิน ดนตรีเปิดหมวก ในงานเกษตรภาคใต้ ในมหาวิทยาลัย หรือตามห้างสรรพสินค้าใน อำเภอหาดใหญ่
เรามีเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาภาคใต้ในการทำงานร่วมกันกับมหาวิทยาลัยในภาคใต้ เช่นมหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมาเราเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย รับบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง เวชภัณฑ์ที่จำเป็น ที่อาคารกิจกรรมนักศึกษา แล้วนำไปที่แจกจ่ายผู้ประสบภัย ที่บริเวณรอบนอกของ อ.หาดใหญ่ อ.นาหม่อม อ.นาทวี จ.สงขลา โดยได้รับความร่วมมือจากบุคลากรและคนในท้องถิ่น บางปีที่น้ำท่วมใหญ่ นักศึกษา ม.อ.ก็เปิดศูนย์ฯเป็นเวลานาน
สำหรับเครือข่ายเยาวชนสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีภารกิจในการดูแลป่าต้นน้ำ และป่าชายเลน ในภาคใต้ ปลูกฝังและเพิ่มเครือข่าย ขยายจากนักศึกษาไปยังนักเรียนชั้นมัธยม และนักเรียนประถม ซึ่งจะสื่อไปถึงประชาชนได้ง่ายกว่า การไปบอกกับประชาชนโดยตรง
“ถ้าเยาวชน ทุกคนใช้พระราชปณิธาน ในการคิดถึงประโยชน์ส่วนตัวน้อย คิดถึงประโยชน์ผู้อื่นเป็นหลัก ประเทศเรายังคงพัฒนาไปได้มาก โดยไม่แบ่งแยกทางความคิด เชื้อชาติ ศาสนา ถ้าจะทำหรือบำเพ็ญประโยชน์ให้ใคร เราไม่ควรแบ่งแยก ว่าทำพื้นที่ใด ให้ใคร”
“การเรียนไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต ทักษะทางสังคม การใช้ชีวิต การอยู่ร่วมกันของสังคมเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า”


