กทช. ทุ่มงบหนุน ม.อ. พัฒนาระบบ E-learning เพื่อเด็กพื้นที่เสี่ยงภาคใต้
กทช. หนุนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยระบบ E-learning ทุ่ม 74 ล้านพัฒนาคุณภาพทั้งระบบการส่งสัญญาณและครูพี่เลี้ยง
รองศาสตราจารย์ธวัช ชิตตระการ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 ตุลาคม 2552 ซึ่งเป็นวันสถาปนา คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ครบรอบ 5 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จะมีการลงนามความร่วมมือในโครงการต้นแบบศูนย์ทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ กทช. ที่สำนักงานใหญ่ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เสนอของบประมาณสำหรับโครงการดังกล่าวในวงเงิน 74 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบการสอนทางไกล หรือ E-learning เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนในจุดเสี่ยง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งยังมีปัญหาความไม่สงบในพื้นที่
รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเตรียมความพร้อมวิชาพื้นฐาน สำหรับนักเรียนในพื้นที่จุดเสี่ยงภาคใต้ด้วยกระบวนการ E-learning มาเป็นเวลา 2 ปี แล้ว โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณทั้งจากมหาวิทยาลัยไซเบอร์และจาก สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา โดยการดำเนินงานประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ตรงกับความต้องการของนักเรียนในพื้นที่ ซึ่งครอบคลุม 5 จังหวัด คือ สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส อย่างไรก็ตาม ในปี 2553 มหาวิทยาลัย ได้มีแนวนโยบายที่จะดำเนินการให้ต่อเนื่อง เพราะจะเป็นการช่วยเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนในจุดเสี่ยง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งยังมีปัญหาความไม่สงบ ทำให้ครูที่มีความรู้และประสบการณ์ต้องออกจากพื้นที่เป็นจำนวนมาก ให้นักเรียนเหล่านั้นได้เรียนผ่านสื่อโดยผู้สอนเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนักเรียนในพื้นที่อื่นๆ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จึงได้ขอการสนับสนุนจาก กทช. หรือ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งมีนโยบายที่สอดคล้องกัน คือ ต้องการขยายโอกาสทางการศึกษา และได้เคยให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม มาแล้ว โดยได้ขอสนับสนุนงบประมาณในวงเงิน 74 ล้านบาท
ในการดำเนินการตามโครงการนี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จะมีการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพของระบบการส่งสัญญาณ ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมา ยังมีปัญหาและอุปสรรคด้านเทคนิค เช่น สัญญาณภาพที่ส่งไปยังปลายทางไม่คมชัด หรือสะดุด งบประมาณที่จะได้รับมาจะทำให้สามารถเพิ่มคุณภาพทั้งภาพและเสียง ของการเรียนการสอน และมีระบบสำรองเพื่อให้ความมั่นใจว่าสัญญาณภาพที่ส่งไปยังปลายทางจะยังชัดเจนตลอดเวลา จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการถามคำถามกลับมายังผู้สอนของนักเรียนให้ดีขึ้น และจะสร้างความพร้อมให้กับโรงเรียนปลายทาง พร้อมกับกระจายจุดให้การเรียนการสอนลงสู่ระดับที่ย่อยลงไป เพื่อให้นักเรียนไม่ต้องเดินทางมารวมศูนย์ที่จังหวัดเป็นครั้งคราวเหมือนที่ผ่านมา และสามารถรับสื่อที่มีคุณภาพ
นอกจากนั้น จะมีการสร้างบรรยากาศของห้องเรียนปลายทางให้มีบรรยากาศของห้องเรียนจริงๆ โดยพัฒนาครูผู้สอนที่เป็นครูพี่เลี้ยงให้เป็นระบบ สามารถจะตอบปัญหานักเรียนได้เลยนอกเหนือจากที่ได้รับจากวิทยากรหลักที่เป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยแล้ว


