

![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ร่วมกับ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดโครงการ “คาราวานวิทยาศาสตร์” และการแข่งขันจรวดขวดน้ำระดับประเทศ ครั้งที่ 10 รอบคัดเลือกภาคใต้ ซึ่ง อพวช. มีภารกิจในการสร้างความรู้ ...(อ่านต่อ)
“ครูคิดเสมอว่าการศึกษาช่วยพัฒนาคน แล้วคนก็จะมาช่วยพัฒนาชาติ สิ่งเดียวที่จะช่วยพัฒนาชาติคือการศึกษา จะให้เงินให้ทองสักเท่าไร ก็ไม่มีประโยชน์ ให้วันนี้พรุ่งนี้ก็หมด แต่การศึกษาที่เราให้ไปจะอยู่กับเขาตลอด” ผู้ช่วยศาสตราจารย์คมสันต์ วงค์วรรณ์ อาจารย์สอนวิชาดนตรี ประจำภาควิชาสารัตถศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้ก่อตั้งโครงการ “คืนความรู้สู่บ้านเกิด”...(อ่านต่อ)

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของภาคใต้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษา สู่ดินแดนภาคใต้เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาของท้องถิ่น และเพื่อการสนับสนุนการพัฒนาภูมิภาค เป็นมหาวิทยาลัยที่มีเจตนาแต่เริ่มก่อตั้ง ที่จะให้เป็นมหาวิทยาลัยหลายวิทยาเขต โดยมุ่งมั่นที่จะให้สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางวิชาการระดับสูงเพื่อตอบสนองการพัฒนาภาคใต้ และเป็นสถาบันที่รับใช้ชุมชนได้อย่างแท้จริง
ปรัชญา/ปณิธานในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้น้อมนำพระราโชวาทของเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ มาเป็นศูนย์รวมจารีตที่พึงยึดมั่น ที่ฝั่งลึกในสำนึกของจิต และความนึกคิดของบุคลากรและนักศึกษา ทุก ๆ คน ที่ดำเนินรอยตามที่ว่า “ขอให้ถือผลประโยชน์ส่วนตัวเปนที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เปนกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศ จะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพย์ไว้ให้บริสุทธิ ” ทั้งคุณค่าเจตคติและปณิธานนี้ ได้น้อมนำและขยายผลสู่การทำกิจกรรม การทำคุณประโยชน์ต่อสังคม และปฏิบัติพันธกิจด้วยความรับผิดชอบอย่างมีประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานของบุคลากรมาโดยตลอดและจะผูกติดอยู่ควบคู่กับองค์กรแห่งนี้ตลอดไป
| ข้อมูลทั่วไป | ||
| ประวัติ | ||
| การบริหารงาน | ||
| พบอธิการบดี | กองทุน / มูลนิธิ ม.อ. | |
| หอเกียรติคุณ | หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย | |
| วิทยาเขตหาดใหญ่ | วิทยาเขตปัตตานี | |
| วิทยาเขตภูเก็ต | วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี | |
| วิทยาเขตตรัง | คณะ |
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ตั้งวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์ ไว้อย่างชัดเจนเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบและให้ประสบผลสำเร็จได้อย่างชัดแจ้ง ตราสัญลักษณ์ ดอกไม้ และสีของมหาวิทยาลัยก็เช่นเดียวกัน ได้มีการกำหนดไว้เพื่อเป็นจุดศูนย์รวมที่จะแสดงถึงความเป็นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ให้ประจักษ์แก่ทุกหมู่เหล่า นอกจากนี้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ยังได้จัดทำรายงานประจำปีและเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง
โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีการจัดทำวีซีดีเพื่อแนะนำมหาวิทยาลัยดังต่อไปนี้
ในส่วนข้อมูลอื่นๆได้นำเสนอดังในรายละเอียดต่อไปนี้
"มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับภูมิภาคเอเชีย ทำหน้าที่ผลิตบัณฑิต บริการวิชาการ และทำนุบำรุงวัฒนธรรม โดยมีการวิจัยเป็นฐาน"
เพื่อเสาะหาวิชาอันก่อเกิดเป็นทุนวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนสู่มหาวิทยาลัยวิจัย สามารถถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีเพื่อยกระดับศักยภาพชุมชนเข้มแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับนานาชาติ
ตัวชี้วัดความสำเร็จ (ระดับเป้าประสงค์)
เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถ ดำรงด้วยคุณธรรมบนพื้นฐานความเป็นไทย มีทักษะชีวิต สำนึกสาธารณะ และสมรรถนะสากลที่สมบูรณ์สู่ตลาดงานสากล
ตัวชี้วัดความสำเร็จ (ระดับเป้าประสงค์)
เพื่อสร้างบริบททางวิชาการที่เปิดกว้าง ต่อการแสวงหาความรู้ ด้วยมิติ/รูปแบบ/ภารกิจ/ที่มีการบูรณาการอย่างหลากหลายและทั่วถึง เสริมสร้างทรัพยากรบุคคลในท้องถิ่นสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้
ตัวชี้วัดความสำเร็จ (ระดับเป้าประสงค์)
เพื่อการดำเนินยุทธศาสตร์การบริหารจัดการเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดรับกับการบริหารมหาวิทยาลัยหลายวิทยาเขต ภายใต้กรอบปฏิบัติตามหลัก ธรรมมาภิบาล
ตัวชี้วัดความสำเร็จ (ระดับเป้าประสงค์)
เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะ และปรับวัฒนธรรมองค์กร สู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่มีการสร้างสม และจัดการองค์ความรู้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างมั่นคงยั่งยืน
ตัวชี้วัดความสำเร็จ (ระดับเป้าประสงค์)

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้พัฒนาภารกิจอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องตามกรอบแนวทางการพัฒนาหาวิทยาลัยและยุทธศาสตร์การบริหาร ที่เน้นการทำงานเชิงระบบเพื่อการขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัย โดยกำหนดนโยบายที่ชัดเจน มีระบบการบริหารบุคคล มีระบบบริหารที่ดี มีธรรมาภิบาล และมีฐานการเงินที่เข้มแข็งในระยะยาวเพื่อมุ่งหวังให้มหาวิทยาลัยเข้าสู่เป้าหมาย การเป็นมหาวิทยาลัยเน้นวิจัย โดยมีผลการดำเนินงานในภาพรวมของมหาวิทยาลัยทุกวิทยาเขต/เขตการศึกษา และคณะ/หน่วยงาน ในช่วงปี 2551-2552 สามารถดูรายละเอียดได้ที่ รายงานประจำปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 2551-2552
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานชื่อให้แก่มหาวิทยาลัย ว่า “มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์” ตามพระนามฐานันดรศักดิ์ของสมเด็จพระบรมราชชนก กรมหลวงสงขลานครินทร์ (จากพระมหากรุณาธิคุณนี้ มหาวิทยาลัยจึงถือว่าวันที่ 22 กันยายน ของทุกปีเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของมหาวิทยาลัย โดยกำหนดเป็น “วันสงขลานครินทร์” โดยมีประวัติที่สำคัญดังต่อไปนี้

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ 69 ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
ทรงพระราชสมภพในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันศุกร์ เดือนยี่ ปีเถาะ ขึ้น 3 ค่ำ ตรงกับวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2434 และทรงผนวชเป็นสามเณร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2447
![]() |
![]() |
เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงศึกษา ณ โรงเรียนราชกุมารในพระบรมมหาราชวัง และทรงเสด็จไปศึกษาต่อต่างประเทศที่โรงเรียนกินนอนแฮร์โรว์ ประเทศอังกฤษ และวิชาการทหารเรือในประเทศเยอรมัน เมื่อจบการศึกษาได้รับพระราชอิสริยยศเป็นนายเรือตรีแห่งราชนาวีเยอรมัน และนายเรือตรีแห่งราชนาวีสยาม กระทั่ง พ.ศ. 2459 ทรงได้รับพระราชอิสริยยศเป็นนายนาวาเอกและนายพันเอกทหารบก (ราชองครักษ์) แล้วทรงลาออกจากกองทัพเรือเพื่อเสด็จไปศึกษาวิชาการสาธารณสุขและวิชาการแพทย์ ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาด สหรัฐอเมริกา ทรงสอบได้ประกาศนียบัตรการสาธารณสุขและปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต ชั้น Cum Laude และทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสมาคมเกียรตินิยมทางการศึกษาแพทย์ อัลฟา โอเมกา อัลฟา ด้วย

ทรงอภิเษกสมรสกับนางสาวสังวาลย์ ตะละภัฏ (สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี) เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2463 ณ วังสระปทุม มีพระราชโอรส และพระราชธิดา 3 พระองค์ ได้แก่
![]() |
![]() |
ตำแหน่งราชการทรงเป็นอธิบดีกรมมหาวิทยาลัย กระทรวงศึกษาธิการ ข้าหลวงตรวจการศึกษาทั่วไป นายกกรรมการคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล กรรมการสภากาชาดสยาม ประธานกรรมการอำนวยการวชิรพยาบาล พระอาจารย์พิเศษคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และแพทย์ประจำโรงพยาบาลแมคคอร์มิค
ทรงสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2472 รวมพระชนมายุ 37 พรรษา 8 เดือน 23 วัน

ในปี พ.ศ. 2505 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล โดยคณะกรรมการพัฒนาภาคใต้ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำโครงการที่จะจัดให้มีมหาวิทยาลัยในภาคใต้ขึ้นตาม แผนพัฒนาภาคใต้ ในขั้นต้นคณะกรรมการจัดทำโครงการคิดกันว่าจะจัดตั้งในระดับวิทยาลัย ศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (College of Arts and Sciences) แล้วต่อไปจึงจะขยายเป็นมหาวิทยาลัย คณะกรรมการชุดนี้ ได้ดำเนินการตามโครงการถึงขั้นสำรวจบริเวณที่จะก่อตั้งมหาวิทยาลัย โดยทำการสำรวจที่ทุ่งนเรนทร์ ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี แต่การดำเนินงานของคณะกรรมการชุดนี้ก็ต้องหยุดชะงักลง เพราะไม่ได้รับงบประมาณในปี 2506 ประกอบทั้งในช่วงนี้มีการเปลี่ยนรัฐบาล และได้มีการตั้งคณะกรรมการพัฒนาภาคใต้ ชุดใหม่ โดยมี พ.อ.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศในรัฐบาลชุดนั้นเป็นประธานคณะกรรมการ
คณะกรรมการพัฒนาภาคใต้ชุดใหม่ ได้ดำเนินการตามโครงการที่จะจัดให้มีมหาวิทยาลัยในภาคใต้ต่อไปจนถึงปี 2508 คณะรัฐมนตรีก็อนุมัติในหลักการ 2 ประการคือ

คณะกรรมการพัฒนาภาคใต้ชุดนี้ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการก่อตั้งมหาวิทยาลัยภาคใต้ขึ้นในปี พ.ศ. 2508 โดยมี พ.อ.ถนัด คอมันตร์ เป็นประธานคณะกรรมการฯ คณะกรรมการฯ เริ่มดำเนินการให้มีการก่อสร้างมหาวิทยาลัยที่ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ในปี พ.ศ. 2509 โดยมุ่งที่จะใช้เป็นอาคารของคณะวิศวกรรมศาสตร์ก่อน ในขณะที่ดำเนินการก่อสร้างที่จังหวัดปัตตานีนั้น มหาวิทยาลัยยังไม่มีชื่อเป็นทางการจึงใช้ชื่อว่า "มหาวิทยาลัยภาคใต้"และมีสำนักงานชั่วคราวของมหาวิทยาลัยอยู่ที่อาคารคณะ วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ปัจจุบันคือ อาคารคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล) ในระยะนี้คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย อยู่ในรูปของคณะกรรมการ (คือคณะกรรมการดำเนินการก่อตั้งมหาวิทยาลัยภาคใต้) โดยมีประธานคณะกรรมการทำหน้าที่เหมือนอธิการบดี ซึ่งในขณะนั้นคือ พ.อ.ถนัด คอมันตร์ ต่อมาคณะกรรมการฯ เห็นว่า เพื่อให้สถาบันแห่งนี้เป็นศูนย์รวมในด้านจิตใจ ของประชาชนชาวไทย และเพื่อเป็นศิริมงคลแก่มหาวิทยาลัย ควรได้นำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อขอพระราชทานชื่อ ให้แก่มหาวิทยาลัย
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานชื่อ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2510 ว่า "มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์" ตามพระนามฐานันดรศักดิ์ของสมเด็จพระบรมราชชนก กรมหลวงสงขลานครินทร์ (จากพระมหากรุณาธิคุณนี้ มหาวิทยาลัยจึงถือว่าวันที่ 22 กันยายน ของทุกปีเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของมหาวิทยาลัย โดยกำหนดเป็น "วันสงขลานครินทร์"

ในปี 2510 มหาวิทยาลัยก็เปิดรับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นแรกของมหาวิทยาลัย จำนวน 50 คน โดยใช้อาคารเรียนของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เช่นเดียวกัน ด้านการเรียนการสอนนั้น ศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข ได้เสนอให้ตั้งคณะวิทยาศาสตร์ขึ้นมาเพื่อเป็นแกนกลางบริการสอนวิชาพื้นฐาน ทางด้านวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ แก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เปิดรับนักศึกษาแล้ว และแก่คณะอื่นๆ ที่จะเปิดรับต่อไป ในเดือน พฤษภาคม 2510 มหาวิทยาลัยก็มีอาจารย์รุ่นแรกจำนวน 5 คน คือ ดร.ประดิษฐ์ เชยจิตร ดร.ปรีดา วิบูลย์สวัสดิ์ ดร.นาท ตัณฑวิรุฬห์ อาจารย์เย็นใจ เลาหวณิชย์ และ ดร.ศิริพงษ์ ศรีพิพัฒน์ ทำการสอนวิชาทางด้านวิทยาศาสตร์ ส่วนวิชาพื้นฐานด้านวิศวกรรมศาสตร์นั้น ได้รับความร่วมมือในการสอน และวัสดุอุปกรณ์การทดลอง จากโรงเรียนช่างฝีมือทหาร กรุงเทพฯ

ในระหว่างที่การดำเนินการก่อสร้างมหาวิทยาลัยที่ปัตตานีดำเนินการแล้วเสร็จ เป็นบางส่วนแล้วนั้น ศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข และคณะอาจารย์ใหม่ ของมหาวิทยาลัยได้เดินทางไปสำรวจดูแลการก่อสร้าง และพบว่าบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ไม่เหมาะสมที่จะสร้างเป็นอาคารของคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพราะสภาพพื้นดินเป็นที่ลุ่มและดินมีความอ่อนมาก ไม่สามารถรองรับน้ำหนักเครื่องจักร หรือรับน้ำหนักอาคารคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เป็นอาคารใหญ่ๆ ได้ และอีกประการหนึ่ง บริเวณนี้อยู่ติดชายทะเล ความชื้นและไอน้ำจากทะเลจะทำให้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ของคณะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโลหะและเครื่องอิเล็กทรอนิกส์เสื่อมสภาพได้ง่าย คณะสำรวจจึงเห็นว่าปัตตานีเหมาะที่จะใช้เป็นอาคารคณะศึกษาศาสตร์ และคณะวิชาทางศิลปศาสตร์มากกว่า ส่วนอาคารของคณะวิศวกรรมศาสตร์นั้น คณะสำรวจได้พิจารณาหาสถานที่ใหม่ที่มีความเหมาะสม คณะสำรวจเห็นว่าบริเวณที่ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีความเหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยมาก คณะสำรวจจึงได้ติดต่อกับคุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร ซึ่งคุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร ก็ได้บริจาคที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นจำนวน 690 ไร่ เพื่อให้จัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยต่อไป
ส่วนในด้านการ บริหารนั้น ในวันที่ 12 มีนาคม 2511 ได้มีพระบรมราชโองการประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ขึ้น มหาวิทยาลัยจึงกำหนดให้วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของมหาวิทยาลัยโดยกำหนดเป็น "วันสถาปนามหาวิทยาลัย" และในวันที่ 8 เมษายน 2511 ก็มีประกาศแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ออกเป็น 3 ส่วนคือ

และในวันที่ 17 เมษายน 2511 ก็ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ ฯพณฯ พ.อ. ถนัด คอมันตร์ เป็นอธิการบดี และศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข เป็นรองอธิการบดี ในปี 2511 มหาวิทยาลัยก็เปิดรับนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์รุ่นแรก จำนวน 60 คน เป็นนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์ 35 คน และสาขาศิลปศาสตร์ 25 คน โดยในภาคการศึกษาแรกก็ยังคงใช้อาคารเรียนของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์อยู่ เมื่อการก่อสร้างอาคารที่ปัตตานีแล้วเสร็จเป็นบางส่วน ในภาคการศึกษาที่ 2 คณะอาจารย์และนักศึกษาก็ได้ย้ายมาที่ศูนย์ปัตตานีพร้อมกันในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2511 ส่วนนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ก็ยังคงอาศัยเรียนที่กรุงเทพฯ ต่อไป ต่อมาในวันที่ 5 ธันวาคม 2511 มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ยกเลิกการแบ่งส่วนราชการ ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2511 โดยประกาศฯ ใหม่ ให้เพิ่มคณะศึกษาศาสตร์เป็นส่วนราชการของมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม
สำหรับการก่อสร้างมหาวิทยาลัยที่ศูนย์ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลานั้น เริ่มก่อสร้างในปี 2512 เมื่อการก่อสร้างบางส่วนแล้วเสร็จในปี 2514 วันที่ 5 กรกฎาคม 2514 อาจารย์และนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีที่ 2, 3 และ 4 ประมาณ 200 คน ก็ย้ายมาอยู่ประจำที่ศูนย์หาดใหญ่ ส่วนนักศึกษาปีที่ 1 ก็ยังคงเรียนที่กรุงเทพฯ และย้ายตามลงมาในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2515 สำหรับนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ซึ่งเริ่มเปิดรับรุ่นแรกในปี 2512 จำนวน 60 คน และบุคลากรหน่วยต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ก็ย้ายมายังศูนย์หาดใหญ่ในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2515เช่นเดียวกัน จึงถือว่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ย้ายที่ทำการมาอยู่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อย่างถาวรภายในปี 2514

จากนั้นเป็นต้นมา มหาวิทยาลัยฯ ก็ดำเนินงานมาด้วยความเจริญก้าวหน้า และได้เปิดคณะวิชาต่างๆ จนถึงปัจจุบันมี 25 คณะ ในด้านการผลิตบัณฑิต มหาวิทยาลัยฯ เปิดสอนสาขาวิชาการต่างๆ จำนวน 236 สาขา เป็นการศึกษาระดับปริญญาเอกและเทียบเท่า 20 สาขา หลักสูตรฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง 9 สาขา, ปริญญาโท 86 สาขา, ประกาศนียบัตรบัณฑิต 2 สาขา, ปริญญาตรี (4-6 ปี) 121 สาขา ซึ่งพอจะสรุปพัฒนาการได้ตามลำดับดังนี้
ปี 2510 - รับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นรางวัลนานาชาติ ได้รับพระบรมราชาณุญาตให้จัดตั้งขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลเป็นรางวัลเดียว ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรางวัลฯ แก่ผู้รับรางวัลฯ ในแต่ละปี ด้วยพระองค์เอง และทรงรับมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ตั้งแต่แรก
นอกจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ เป็นองค์ประธานในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ที่จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้รับรางวัลฯ เป็นประจำทุกปี
มหาวิทยาลัยกำหนดทิศทางการพัฒนาที่สอดรับกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่จะเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ทำหน้าที่ผลิตบัณฑิต บริการวิชาการ และทำนุบำรุงวัฒนธรรม โดยมีการวิจัยเป็นฐานไว้ในนโยบายและแผนพัฒนามหาวิทยาลัย ในช่วงปี พ.ศ. 2550 – 2554 ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารงาน ดังต่อไปนี้
|
รศ.ดร. บุญสม ศิริบำรุงสุข |
||
|
|
||
|
รศ.นพ. ธวัชชัย เชื้อประไพศิลป์ |
รศ.ดร. สุรพล อารีย์กุล |
คุณเรืองนิด วรรณวงศ์ |
|
คุณศิริพร สิริสุวพงศ์ |
รศ.วิลาศ สัตยสัณห์สกุล |
|
|
|
||
|
อาจารย์ พิชิต เรืองแสงวัฒนา |
รศ. ผดุงยศ ดวงมาลา |
รศ.ดร. ธวัช ชิตตระการ |
|
รศ.ดร. ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล |
รศ. วรัญ ตันชัยสวัสดิ์ |
ผศ. อุทัย เก้าเอี้ยน |
|
รศ.ดร. ฉัตรไชย รัตนไชย |
ผศ.ดร. นิวัติ แก้วประดับ |
ผศ.ดร. เมธี สรรพานิช |
|
ผศ. สมปอง ทองผ่อง |
ผศ.ดร. ยุพดี ชัยสุขสันต์ |
ผศ. นิฟาริด ระเด่นอาหมัด |
|
ผศ. นพพร เหรียญทอง |
ผศ.ดร. เสียง กฤษณีไพบูลย์ |
รศ.ดร. ปิติ ทฤษฎิคุณ |
|
|
||
|
ศ.ดร. อมรรัตน์ พงศ์ดารา |
ผศ.ดร. โรจนัจฉริย์ ด่านสวัสดิ์ |
รศ.ดร. วัลลภ สันติประชา |
|
รศ.ดร.ไชยรัตน์ เฉลิมรัตนโรจน์ |
รศ. สุเมธ พีรวุฒิ |
รศ.ดร.อรัญญา เชาวลิต |
|
ผศ.ดร. สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ |
รศ. อาหวัง ล่านุ้ย |
ผศ.จงพิศ ศิริรัตน์ |
|
รศ.ดร. จุฑามาส ศตสุข |
รศ.ดร.เจริญ นาคะสรรค์ |
รศ.ดร. จรัญ บุญกาญจน์ |
|
รศ.ดร.อดิศา แซ่เตียว |
ผศ. ณัฐวิทย์ พจนตันติ
|
ศ.ดร. ภาวิณี ชินะโชติ |
|
ผศ. จรูญ ตันสูงเนิน |
รศ. ภูวดล บุตรรัตน์ |
อาจารย์วศิน สุวรรณรัตน์ |
|
ดร.สามารถ ทองเฝือ |
รศ. ระวีวรรณ ชอุ่มพฤกษ์ |
ดร. นิทัศน์ เพราแก้ว |
|
ดร. ศักดิ์ชัย คีรีพัฒน์ |
รศ.ดร. ปรารถนา กาลเนาวกุล |
อาจารย์ศุภชัย แสงปัญญา |
|
รศ.ดร. สนั่น ศุภธีรสกุล |
รศ. อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ |
ผศ. พักตรา คูบุรัตถ์ |
|
ดร. รัตนา เรืองไรรัตนโรจน์ |
||
|
อาจารย์วิโรจน์ ภู่ต้อง |
ผศ.ดร. พงศ์ศักดิ์ เหล่าดี |
ดร. ยูโซะ ตาเละ |
|
รศ.ดร. พีระพงศ์ ทีฆสกุล |
ผศ.ดร. วสันต์ อติศัพท์ |
นายสมศักดิ์ เหล่าเจริญสุข |
|
รศ.ดร. เกริกชัย ทองหนู |
รศ.ดร. เกริกชัย ทองหนู |
รศ. ปัญญรักษ์ งามศรีตระกูล |
|
ผศ. กมล คงทอง |
||
|
|
||
|
ผศ.ดร. กิจจา สว่างเจริญ |
รศ.ดร. วันดี สุทธรังษี |
ดร. จารุวรรณ กฤตย์ประชา |
|
รศ.ดร. วิเชียร จาฏุพจน์ |
ผศ.ดร. ราม แย้มแสงสังข์ |
ผศ.ดร.กร ศรเลิศล้ำวาณิช |
|
รศ.ดร. ยุทธนา ฏิระวณิชย์กุล |
ผศ. ชูชาติ ผลบัณฑิต |
อาจารย์พนิดา สุขศรีเมือง |
|
รศ. ปริญญา อรุณวิสุทธิ์ |
||
|
|
ดร. สุรเดช จารุธนเศรษฐ์ |
รศ. นวลจิรา ภัทรรังรอง |
สำหรับการบริหารงานภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีหน่วยงานภายในและหน่วยงานในแต่ละวิทยาเขตเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงได้มีการผังการบริหารเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างและความเหมาะสมของมหาวิทยาลัย
สามารถดูรายละเอียดได้จาก http://www.planning.psu.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=14&Itemid=109(pdf)(1) วางนโยบายของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการศึกษา การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และการทะนุบำรุงและถ่ายทอดคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรม ของชาติให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐในส่วนรวมและในส่วนที่เกี่ยวกับภาคใต้
(2) จัดวางระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัยและอาจมอบให้ส่วนราชการใด ในมหาวิทยาลัยเป็นผู้วางระเบียบและออกข้อบังคับสำหรับส่วนราชการนั้นเป็นเรื่องๆ ไปก็ได้
(3) อนุมัติให้ปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญาและประกาศนียบัตร
(4) พิจารณาเสนอจัดตั้ง รวม และยุบเลิก สำนักงานวิทยาเขต บัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน สำนัก ศูนย์หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นและภาควิชา
(5) อนุมัติการรับเข้าสมทบหรือยกเลิกการสมทบ ซึ่งสถาบันการศึกษาชั้นสูงและสถาบันวิจัย
(6) กำหนดเขตการศึกษาของมหาวิทยาลัยให้เป็นวิทยาเขต
(7) ดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และพิจารณาถอดถอนอธิการบดี ศาสตราจารย์และศาสตราจารย์พิเศษ
(8) พิจารณาแต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการศูนย์หรือหัวหน้าหน่วยงาน ที่เรียกชื่ออย่างอื่น รวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองของตำแหน่งดังกล่าว ถ้ามี หัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ศาสตาจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์พิเศษ และผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ
(9) พิจารณาให้ความเห็นชอบหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย และมาตรฐานที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนด
(10) จัดวางระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารงานการเงินหรือทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
(11) พิจารณาอนุมัติงบประมาณเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย
(12) ตั้งคณะกรรมการหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องหนึ่งเรื่องใด หรือเพื่อให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในอำนาจและ หน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย
(13) แต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา 20 ให้รักษาการในตำแหน่งอธิการบดีในกรณีที่ตำแหน่งอธิการบดีว่างลง
(14) หน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ
เว็บไซต์ : http://www.sapa.psu.ac.th/51/![]() |
ฯพณฯ พ.อ.(พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ เม.ย. 2511 - มี.ค. 2512 |
![]() |
ศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข มี.ค. 2512 - ก.ค. 2514 |
![]() |
ศาสตราจารย์ ดร.บัวเรศ คำทอง ก.ค. 2514 - ก.ค. 2516 |
![]() |
ศาสตราจารย์นายแพทย์สวัสดิ์ สกุลไทย์ ก.ค. 2516 - ก.ค. 2518 |
![]() |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ผาสุข กุลละวณิชย์ ก.ค. 2518 - ก.ค. 2522 |
![]() |
ศาสตราจารย์นายแพทย์ทองจันทร์ หงศ์ลดารมภ์ ก.ค. 2522 - มิ.ย. 2528 |
![]() |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ผาสุข กุลละวณิชย์ ก.ค. 2528 - พ.ค. 2534 |
![]() |
รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริพงษ์ ศรีพิพัฒน์ มิ.ย. 2534 - พ.ค. 2540 |
![]() |
รองศาสตราจารย์ ดร.สุนทร โสตถิพันธุ์ มิ.ย. 2540 - พ.ค. 2543 |
![]() |
รองศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ชิตพงศ์ มิ.ย. 2543 - มี.ค.2549 |
![]() |
รองศาสตราจารย์ ดร.บุญสม ศิริบำรุงสุข มิ.ย. 2549 - ปัจจุบัน |
![]() | อธิการบดีได้ใช้วิธีการสื่อสารถึงประชาคมภายในมหาวิทยาลัย โดยผ่านรายการหลัก "พบกับอธิการบดี" ซึ่งอยู่ในหน้าแรกของเว็บไซต์มหาวิทยาลัย เพื่อให้ประชาคมรับทราบแนวคิดในการบริหารและผลสรุปที่สำคัญจากการประชุมในระดับนโยบาย รวมทั้งเปิดให้มีการสื่อสารแบบสองทิศทางโดยบุคลากรและนักศึกษาสามารถให้ข้อเสนอแนะเชิงบริหารและร้องเรียนข้อราชการผ่าน "สายตรงอธิการบดี" |
ตามคำสั่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่ 021/2552 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2552 และคำสั่งที่ 065/2552 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2552 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย และคณะกรรมการดังกล่าวได้ครบวาระการดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2554 แล้วนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2522 และ โดยมติสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในคราวประชุมครั้งที่ 330(3/2554) เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2554 และในคราวประชุมครั้งที่ 331(4/2554) เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2554 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยชุดใหม่ มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 2 ปี ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าว มีหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาแก่สภามหาวิทยาลัยและส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย ประกอบด้วยผู้มีรายนามดังต่อไปนี้

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในภาคใต้ เริ่มก่อตั้งที่ตำบลรูสมิแล อำเภอเมืองจังหวัดปัตตานี เมื่อปี
พ.ศ.2509 ในระยะแรกใช้ชื่อว่า "มหาวิทยาลัยภาคใต้" (UNIVERSITY OF SOUTHERN THAILAND) ต่อมา ในเดือน กันยายน 2510 มหาวิทยาลัยฯได้รับพระราชทานชื่อว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (PRINCE OF SONGKLA UNIVERSITY) ตามพระนามฐานันดรศักดิ์ สมเด็จพระบรมราชชนก เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดชกรมหลวงสงขลานครินทร์ ในวันที่ 12 มีนาคม 2511 ได้มีพระบรมราชโองการ ประกาศใชัพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัย จึงกำหนดให้วันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้กำหนดเป้าหมาย เพื่อการพัฒนาภาคใต้ ตามแผนพัฒนาการศึกษา อันเป็นพื้นฐาน ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และเสมอภาค ของประชาชน และเพื่อเป็นแหล่ง บริการ วิชาการชุมชน ทั้งในชนบทและในเมือง ซึ่งปัจจุบันมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ประกอบด้วยห้าวิทยาเขต โดยแต่ละวิทยาเขตมีการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในพื้นที่

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เริ่มก่อสร้างอยู่อาคารครั้งแรกที่จังหวัดปัตตานี ต่อมามีการก่อสร้างมหาวิทยาลัยที่ศูนย์ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2512 เมื่อการก่อสร้างบางส่วนแล้วเสร็จในปี 2514 วันที่ 5 กรกฎาคม 2514 อาจารย์และนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีที่ 2, 3 และ 4 ประมาณ 200 คน ก็ย้ายมาอยู่ประจำที่ศูนย์หาดใหญ่ ส่วนนักศึกษาปีที่ 1 ก็ยังคงเรียนที่กรุงเทพฯ และย้ายตามลงมาในปลายปีการศึกษา 2514 สำหรับนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ซึ่งเริ่มเปิดรับรุ่นแรกในปี 2512 จำนวน 60 คน และบุคลากรหน่วยต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ก็ย้ายมายังศูนย์หาดใหญ่ในปี 2514 เช่นเดียวกัน จึงถือว่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ย้ายที่ทำการมาอยู่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัด สงขลา อย่างถาวรภายในปี 2514 จากนั้นเป็นต้นมา มหาวิทยาลัยฯ ก็ดำเนินงานมาด้วยความเจริญก้าวหน้า และได้เปิดคณะวิชาต่างๆ จนถึงปัจจุบันมี โดยวิทยาเขตหาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งปัจจุบันความพร้อมด้านการผลิตบัณฑิตทั้งหมด 14 คณะ โดยข้อมูลต่างๆของวิทยาเขตหาดใหญ่ มีดังต่อไปนี้
เว็บไซต์วิทยาเขตหาดใหญ่ : http://www.hatyai.psu.ac.th/
หน่วยงานภายวิทยาเขตหาดใหญ่ ประกอบด้วยหน่วยงานย่อยที่ให้บริการทั้งนักศึกษา อาจารย์/บุคลากร
โดยมีหน่วยงานดังต่อไปนี้
ในช่วงปี พ.ศ. 2511–2514 มหาวิทยาลัยเพิ่งจะจัดตั้งโดยมีสำนักงานอธิการบดีเป็นศูนย์รวมของการบริหารงานกลาง ยังไม่มีการแบ่งงาน เนื่องจากบุคลากรยังมีจำนวนน้อย โดยแบ่งภาระความรับผิดชอบเป็นการภายในเท่านั้น ในช่วงปี พ.ศ. 2515-2519 ได้แบ่งออกเป็นฝ่ายวิชาการ ฝ่ายกิจการนักศึกษา ฝ่ายวางแผนและพัฒนา และกองกลาง โดยงานในกองกลาง ได้แบ่งเป็นแผนกต่าง ๆ ดังนี้ แผนกสารบรรณ แผนกสวัสดิการ (รวมงานอาคารสถานที่) แผนกคลัง และแผนกการเจ้าหน้าที่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 ได้มีการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการบริหารที่มีรองอธิการบดีวิทยาเขตและผู้ช่วยอธิการบดี 5 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายวางแผนและพัฒนา ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายกิจการนักศึกษา และฝ่ายสวัสดิการ
ในปี พ.ศ. 2522 ได้มีการรวมงานของฝ่ายต่าง ๆ เข้าเป็นกองแล้วนำเสนอทบวงมหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติการแบ่งส่วนราชการ โดยทบวงมหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2522 ให้เป็นงานส่วนกลาง ซึ่งอยู่ในวิทยาเขตหาดใหญ่ 7 กอง และเป็นกองในส่วนของวิทยาเขตปัตตานี 2 กอง กองกลางเป็น 1 ใน 7 กอง ของสำนักงานอธิการบดี ในปัจจุบันกองกลางแบ่งออกเป็น 6 งาน
เบอร์ติดต่อ 0-7428-2021-24
เว็บไซต์ http://www.general.psu.ac.th/
2. กองคลัง
กองคลังมุ่งเน้นให้การบริหารจัดการและการบริการด้านการเงิน การคลัง การพัสดุ อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องและรวดเร็ว มุ่งพัฒนาตน พัฒนางาน ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย คำนึงถึงความพึงพอใจของผู้รับบริการเป็นที่ตั้ง
เบอร์ติดต่อ 0-7428-2130-49
เว็บไซต์ http://www.finance.psu.ac.th/
3. กองการเจ้าหน้าที่
กองการเจ้าหน้าที่มีวัตถุประสงค์สนับสนุนและพัฒนาภารกิจด้านการบริหารงานบุคคล ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ ถูกต้อง เป็นธรรม ตามระเบียบ และกฎเกณฑ์ของทางราชการ ให้ข้อมูล คำแนะนำ ตอบข้อหารือ เสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลแก่ บุคลากร ผู้บริหาร และหน่วยงานของมหาวิทยาลัยอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทันสมัย
เบอร์ติดต่อ 0-7428-2041-57
เว็บไซต์ http://www.personnel.psu.ac.th/
4. กองอาคารสถานที่
รับผิดชอบงานก่อสร้าง การใช้พื้นที่ ให้บริการยานพาหนะ ที่พัก ห้องประชุม ทะเบียนราษฎร์ ซ่อมแซมบำรุงรักษาอาคารสถานที่ ยานยนต์ ระบบสาธารณูปโภค ดูแลรับผิดชอบความปลอดภัย ดูแลบำรุงรักษาภูมิทัศน์ และสิ่งแวดล้อม สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ
เบอร์ติดต่อ 0-7428-2171-2
เว็บไซต์ http://www.ppss.psu.ac.th/
5. กองกิจการนักศึกษา
กองกิจการนักศึกษา เป็นส่วนราชการหนึ่งในสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 ตามประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ลงวันที่ 20 เมษายน 2522 ในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2522 ประกอบด้วยงานต่าง ๆ ตามหนังสือทบวงมหาวิทยาลัย ที่ ทม 0202/7959 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2542 จำนวน 3 งาน 1 หน่วย คือ งานแนะแนวและจัดหางาน งานบริการและสวัสดิการนักศึกษา งานกิจกรรมนักศึกษา และหน่วยธุรการ ต่อมาได้มีการปรับปรุงงานใหม่ตามหนังสือทบวงมหาวิทยาลัย ที่ ทม 0202/24594 ลงวันที่ 20 กันยายน 2531 จำนวน 4 งาน คือ งานแนะแนวและจัดหางาน งานบริการและสวัสดิการนักศึกษา งานกิจกรรมนักศึกษา และงานธุรการ และเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2547 ได้เพิ่มหน่วยงานใหม่อีกจำนวน 2 หน่วยงาน คือ หน่วยสารสนเทศ และหน่วยกิจกรรมนานาชาติ
เบอร์ติดต่อ 0-7428-2201-5
เว็บไซต์ http://student.psu.ac.th/news/
6. กองแผนงาน
เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารประสานงานและให้คำปรึกษาชี้แนะ แก่คณะ/หน่วยงาน ในการกำหนดกรอบนโยบาย การจัดทำแผน การจัดสรรทรัพยากร ตลอดจนมีการติดตาม ประเมินผลอย่างเป็นระบบ โดยมีการปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพ และเป็นไปในเชิงรุก มีจิตสำนึกในการให้บริการ มีการวิจัยสถาบัน และระบบสารสนเทศที่ทันสมัย พร้อมต่อการใช้งานและพัฒนาให้เป็นที่ยอมรับและเชื่อมั่นจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำการพัฒนามหาวิทยาลัยไปสู่เป้าหมายสูงสุด
เบอร์ติดต่อ 0-7428-2060
เว็บไซต์ http://www.planning.psu.ac.th/
7. กองบริการการศึกษา
กองบริการการศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นหน่วยงานกลางที่สนับสนุนนโยบายและเจตนารมณ์ตามภารกิจหลัก ของมหาวิทยาลัยในด้านการจัดการศึกษา การบริการวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ให้บรรลุ วัตถุประสงค์โดยการประสานนโยบายของ มหาวิทยาลัยไปสู่การปฏิบัติในระดับคณะ วิทยาลัย ศูนย์ สถาบัน สำนัก และหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์หลักและ แผนกลยุทธ์ของมหาวิทยาลัย
เบอร์ติดต่อ 0-7428-2241-55
เว็บไซต์ http://www.eduservice.psu.ac.th/
8. กองทะเบียนและประมวลผล
กองทะเบียนและประมวลผลเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบงานด้านทะเบียนและประมวลผลของนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ มีภารกิจหลักดังต่อไปนี้ รับรายงานตัวนักศึกษาใหม่ ทะเบียนประวัติ โดยจัดเก็บและบันทึกข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ของนักศึกษาให้ เป็นปัจจุบัน รับลงทะเบียนเรียน ออกบัตรประจำตัวนักศึกษา จัดทำตารางเรียน จัดทำตารางสอบ รับทำสัญญาเพื่อศึกษาวิชาแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์ คำนวณผลการศึกษา แจ้งผลการศึกษา ตรวจสอบการสำเร็จการศึกษาและเสนอขออนุมัติปริญญา/ประกาศนียบัตร จัดทำใบปริญญาบัตร/ประกาศนียบัตร ออกใบประมวลผลการศึกษา ออกหนังสือรับรองต่างๆ ให้บริการหน้าเคาน์เตอร์แก่นักศึกษา ให้บริการรับชำระเงินค่าเอกสารสำคัญทางการศึกษา
เบอร์ติดต่อ074 – 446734
เว็บไซต์ http://reg.psu.ac.th
สำนักวิจัยและพัฒนา (Research and Development Office)เป็นหน่วยสนับสนุนการบริหารจัดการงานวิจัยที่สามารถร่วมขับเคลื่อนการพัฒนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ไปสู่มหาวิทยาลัยเน้นวิจัยที่มีประสิทธิภาพ
สำนักงานประกันคุณภาพเป็นหน่วยงานหลักที่สร้างและพัฒนาระบบประกันคุณภาพ เพื่อผลักดันให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์สู่ความเป็นสากล
อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (อว.มอ. ) เป็นหน่วยงานอิสระภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีภารกิจในการจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐาน ระบบ กลไก และมาตรการจูงใจและองค์ประกอบอื่น ๆ ที่สามารถสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา ยกระดับเทคโนโลยี สร้างนวัตกรรม และส่งเสริมวัฒนธรรมการวิจัยในภาคเอกชน สร้างและพัฒนาผู้ประกอบการและธุรกิจที่อาศัยฐานความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และงานสร้างสรรค์ เป็นแหล่งรองรับและพัฒนาศักยภาพกำลังคนทางวิทยาศาสตร์ เป็นกลไกสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา การยกระดับและถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างสถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจเอกชน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
มุ่งมั่นเป็นกลไกในการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษาและภาคเอกชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานความรู้ โดยผลักดันการพึ่งตนเองทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ภารกิจที่จะต้องดำเนินการเมื่ออุทยานวิทยาศาสตร์ดำเนินการเต็มรูปแบบแล้ว ดังนี้
หอประวัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จะเป็นหอเกียรติยศที่ทรงคุณค่า ในบริบทการสร้างและเชิดชูเกียรติแห่งสถาบัน เป็นแหล่งบันทึกความทรงจำอันน่าภาคภูมิใจ ที่บูรณาการอุดมการณ์แห่งพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนก สานต่อเจตนารมณ์การก่อกำเนิดมหาวิทยาลัย สร้างหล่อหลอมให้มหาวิทยาลัยสามารถยืนหยัดได้อย่างสมเกียรติและภาคภูมิ เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
เบอร์ติดต่อ 0-7428-2038
จากวันที่เริ่มก่อตั้ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของภาคใต้ จนถึงปัจจุบัน (ปีการศึกษา 2549) นับรวมได้ 39 ปีแล้ว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาในทุกระดับการศึกษารวม 66,757 คน จากจำนวน 35 รุ่น ขณะที่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กระจายอยู่ในหลายจังหวัดและหลายสาขาอาชีพ เป็นกลุ่มศิษย์เก่าที่มีการรวมตัวกัน ทั้งเป็นการพบปะสังสรรค์ธรรมดาแบบไม่เป็นทางการ และการจัดตั้งเป็นสมาคมและชมรม โดยหากจะแบ่งตามกลุ่มใหญ่ๆ แล้วมีอยู่ 4 กลุ่ม คือ สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลุ่มศิษย์เก่าในจังหวัดต่างๆ กลุ่มศิษย์เก่าของคณะ และกลุ่มศิษย์เก่าที่แบ่งตามวิทยาเขตและเขตการศึกษา กลุ่มเหล่านี้โดยปกติจะมีการรวมตัวกันเพื่อจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสต่างๆ อยู่เป็นประจำ แต่ยังไม่มีกลไกที่ทำให้มีการเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ
ดังนั้นเพื่อให้เกิดการรวมตัวกันที่สร้างพลังที่สามารถผลักดันให้เกิดกิจกรรมที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนามหาวิทยาลัยได้ ทั้งในส่วนของการสะท้อนข้อมูลที่นำไปสู่การเพิ่มคุณภาพบัณฑิต การให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับแหล่งงาน แนะแนวทางการทำงาน หาแหล่งฝึกงานสำหรับว่าที่บัณฑิต การเข้ามาสนับสนุนหรือร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการตั้งปัญหาหัวข้อวิจัยหรือร่วมทำแหล่งทุน การเป็นสื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมมหาวิทยาลัย รวมถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมอื่นๆ เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยโดยการเสวนาร่วมกับศิษย์เก่า 2 ครั้ง (เมื่อวันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2548 และ วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2549) ได้สร้างแนวคิดร่วมในการจัดตั้ง “สำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์” ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์ที่ช่วยในการประสานความเชื่อมโยง และกระตุ้นให้เกิดการรวมตัวของศิษย์เก่าของคณะ และในจังหวัดต่างๆ มากขึ้น และร่วมพัฒนามหาวิทยาลัยตามแนวทางที่กล่าวข้างต้น
ประสานกาย ประสานใจ ลูกพระบิดา เพื่อส่งเสริมเกียรติแห่งสถาบัน
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้พิจารณาเห็นว่า ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับความหลากหลายของสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และทรัพยากรที่จำกัด สถาบันอุดมศึกษาซึ่งถือเป็นหน่วยผลิตที่สำคัญ และเป็นที่รวมทรัพยากรที่มีค่ายิ่งของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ บุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์ ตลอดจนเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่สามารถอยู่อย่างโดดเดี่ยว จำเป็นต้องเตรียมการและกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ตลอดจนความซับซ้อนของสังคมไทยและสังคมโลกได้อย่างเท่าทัน รวมทั้งตอบสนองนโยบายรัฐบาลด้วย การผนึกกำลังปฏิบัติงานในลักษณะเครือข่ายความร่วมมือ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ร่วมกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน จัดสรรบทบาทหน้าที่ให้สอดคล้องกับศักยภาพของสมาชิก เสริมสร้างความเข้มแข็งและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน นับเป็นกลยุทธ์ที่สอดคล้องเหมาะสมสำหรับโลกในยุคปัจจุบัน และสำหรับประเทศไทยการสร้างความร่วมมือและทำงานแบบบูรณาการระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ของประเทศยังเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ทั้งนี้ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารประเทศ
ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณให้สถาบันอุดมศึกษาสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ การดำเนินงานภายในประเทศ ได้ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือหลายโครงการ อาทิ เครือข่ายบริหารงานวิจัยเครือข่ายอุดมศึกษาจังหวัด/ภาคที่เน้นการใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันอุดมศึกษา เครือข่ายบัณฑิตอุดมคติไทย เครือข่ายเพื่อการทำงานบูรณาการกับจังหวัด ซึ่งเครือข่ายต่างๆ เหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์/เนื้องาน บางเครือข่ายประกอบด้วยสถาบันอุดมศึกษากลุ่มเดียวกัน การจัดสรรงบประมาณสนับสนุนก็มีความหลากหลาย บางเครือข่ายได้รับงบประมาณสนับสนุนน้อยมากจนแทบไม่มีผลกระทบ
นอกจากนี้ยังได้รับข้อสังเกตจากสถาบันอุดมศึกษาว่ามีความซ้ำซ้อนและสับสนในระดับสถาบัน เห็นควรกำหนดให้มีเครือข่ายกลางและเชื่อมโยงไปสู่เครือข่ายย่อยต่าง ๆ เพื่อให้เห็นภาพรวมเครือข่าย และผลักดันให้เครือข่ายเป็นกลไกการทำงานพัฒนาอุดมศึกษาของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างแท้จริงและลดความซ้ำซ้อน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาให้เครือข่ายความร่วมมือเป็นโครงสร้างหนึ่งของระบบบริหารจัดการอุดมศึกษา และเป็นกลไกส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาสร้างความร่วมมือในการปฏิบัติภารกิจ เสริมสร้างความเข้มแข็งและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ตลอดจนเป็นศูนย์กลางผลักดันเชิงนโยบายและโจทย์ปัญหาของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย รูปแบบการจัดตั้งเครือข่ายอุดมศึกษาและการกำหนดแม่ข่ายในช่วงแรก
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามีแนวคิดเรื่องการจัดตั้งเครือข่ายเพื่อการพัฒนาอุดมศึกษาโดยพิจารณาการกำหนดรูปแบบการจัดตั้งเครือข่ายเพื่อการพัฒนาอุดมศึกษาโดยยึดพื้นที่ เป็นเกณฑ์ (Area approach) ซึ่งมีข้อดีหลายประการทั้งในเรื่องของความใกล้ชิดในพื้นที่ ความสะดวกในการติดต่อประสานงาน และมีโจทย์ในพื้นที่คล้าย ๆ กัน โดยจัดกลุ่มอิงตามยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดของรัฐบาล และผนวกกรุงเทพมหานครเข้าไว้ในภาคกลาง เป็น 9 เครือข่าย ดังนี้
โดยเครือข่ายอุดมศึกษาภาคใต้ตอนล่างมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นแม่ข่าย ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจะใช้เครือข่ายกลางนี้เป็นแกนในการทำงานทุกเรื่อง รวมทั้งค่อย ๆ ส่งเสริมให้เครือข่ายของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่ดำเนินงานอยู่ในปัจจุบันปรับเข้าสู่โครงสร้างเครือข่ายกลางต่อไป
การตรวจสอบภายในของส่วนราชการเกิดขึ้นจากกระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาส่วนราชการที่เป็นกระทรวง ทบวง กรม และเทียบเท่า ให้มีตำแหน่งอัตรากำลังเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบภายในของส่วนราชการโดยเฉพาะ คณะรัฐมนตรีมีมติให้ส่วนราชการจัดตั้งหน่วยตรวจสอบภายในขึ้นโดยมอบหมายให้สำนักงานก.พ. เป็นผู้พิจารณาตำแหน่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในของส่วนราชการ ตามหนังสือที่ สร. 0201/ ว 78 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2519 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงได้ให้มีตำแหน่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน จำนวน 2 อัตรา ตามมติคณะรัฐมนตรี เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2521 เป็นต้นมา ปัจจุบันหน่วยตรวจสอบภายใน มีสถานที่ตั้งสำนักงานอยู่ที่อาคารสำนักงานอธิการบดีชั้น 3 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยใช้ชื่อเป็นการภายในว่า หน่วยตรวจสอบภายใน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เบอร์ติดต่อ 0-7428-2014 - 9กองทะเบียนและประมวลผลเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบงานด้านทะเบียนและประมวลผลของนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ มีภารกิจหลักดังต่อไปนี้
งานหลักสูตรและพัฒนาอาจารย์เป็นส่วนหนึ่งของกองบริการการศึกษา สังกัดสำนักงานอธิการบดี
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีเป้าประสงค์เพื่อเป็นหน่วยงานสนับสนุนและประสานงานเชิงนโยบายตาม
ภารกิจหลักด้านการผลิตบัณฑิตของมหาวิทยาลัย เพื่อให้บัณฑิตเป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางวิชาการ มีการ
แสวงหาความรู้ตลอดชีวิต มีคุณธรรม มีทักษะชีวิต มีสำนึกสาธารณะ และมีสมรรถนะสากลบนพื้นฐานความ
เป็นไทย
เว็บไซต์งานหลักสูตรและพัฒนาอาจารย์ http://www.eduservice.psu.ac.th/laksood/index.html
สภาข้าราชการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จัดตั้งขึ้นตามระเบียบมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ.2546 ภายใต้การกำกับดูแลการดำเนินงานโดยรองอธิการบดีวิทยาเขตหาดใหญ่
คณะกรรมการสภาข้าราชการฯ ชุดแรกประกอบด้วย กรรมการผู้แทนคณะ/หน่วยงานเทียบเท่าและกรรมการซึ่งประธานสภาข้าราชการฯ เสนอแต่งตั้งอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการผู้แทนคณะ/หน่วยงานเทียบเท่า มีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี สภาข้าราชการชุดที่หนึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งระหว่าง 19 มิถุนายน 2547 – 18 มิถุนายน 2548 โดยมี
นายบุญสิทธิ์ บัวบาน เป็นประธานกรรมการสภาข้าราชการชุดที่หนึ่ง ได้กำหนดโครงสร้างการบริหารงานเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงานโดยแบ่งออกเป็นฝ่ายต่าง ๆ 5 ฝ่าย คือ ฝ่ายเลขาธิการ ฝ่ายวิชาการและพัฒนา ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายสวัสดิการและกิจการพิเศษ และฝ่ายการเงิน
เบอร์ติดต่อ 0-7428-8021เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามระเบียบสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ว่าด้วยสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2522 โดยสภาอาจารย์และสภาอาจารย์วิทยาเขต มีหน้าที่หลักดังต่อไปนี้
1. ให้คำปรึกษาและเสนอความคิดเห็นต่อมหาวิทยาลัยและสภามหาวิทยาลัย ในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้สโมสรอาจารย์และข้าราชการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เว็บไซต์ http://staffclub.psu.ac.th/
สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2517 โดยมีผู้เข้าชื่อสมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์ทั้งสิ้น 169 คน ที่ประชุมใหญ่มีมติให้จัดตั้ง สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ 2 ประการ คือ
1. ส่งเสริมให้สมาชิกออมทรัพย์ โดยการถือหุ้นและฝากเงินในสหกรณ์
2. ให้เงินกู้แก่สมาชิก สำหรับใช้เพื่อการอันจำเป็นหรือมีประโยชน์ และนายทะเบียนสหกรณ์ได้ออกหนังสือสำคัญรับจดทะเบียนให้ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2517 เลขทะเบียนที่ กพธ.5/2517 และเริ่มเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2517
สอ.มอ. มีสมาชิกเริ่มต้น 169 คน สามารถเก็บทุนเรือนหุ้นจากสมาชิกในครั้งแรกได้ทั้งสิ้น 8,440.- บาท โดยมีศาสตราจารย์นายแพทย์สวัสดิ์ สกุลไทย์ เป็นประธานกรรมการดำเนินการชุดแรก ปัจจุบัน สอ.มอ. มีสำนักงานให้บริการทั้งสิ้น 4 แห่ง คือ
1. สำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่ อาคารสวัสดิ์ สกุลไทย์ (เยื้องศูนย์คอมพิวเตอร์) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
2. สำนักบริการคณะแพทยศาสตร์ ตั้งอยู่ที่ ชั้นใต้ดิน อาคารโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
3. สำนักงานสาขาวิทยาเขตปัตตานี ตั้งอยู่ที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
4. สำนักงานสาขาวิทยาเขตภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคารวิทยาบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขตการศึกษาภูเก็ต
สอ.มอ. เปิดให้บริการ เคาน์เตอร์เซอร์วิส
- ณ สอ.มอ. สำนักงานใหญ่ ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-15.30 น.
- ใบแจ้งหนี้ที่สามารถชำระได้
สอ.มอ. เปิดให้บริการรับชำระภาษีอากรประจำปี ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส (เฉพาะสมาชิกที่มีใบเรียกเก็บภาษีจากกรมสรรพากรแล้ว)
- ณ สอ.มอ. สำนักงานใหญ่ ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-15.30 น.
- อัตราค่าบริการ 15.- บาท
เบอร์ติดต่อ 0-7421-2812, 0-74-2118-11,0-7428-6930
เว็บไซต์ http://psucoop.psu.ac.th/main/

เป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ และมีระบบสืบค้นหนังสือ On-line พร้อมฐานข้อมูลและวารสารอิเล็กทรอนิคส์ โดยนักศึกษาสามารถยืมคืนหนังสือระหว่างวิทยาเขต หรือสถาบันอื่น ๆ ที่มหาวิทยาลัยมีความร่วมมือได้ เวลาเปิดทำการสำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร
1. เปิดภาคเรียนแรก
วันจันทร์-ศุกร์ 08.30-22.30 น.
วันเสาร์ 09.00-20.00 น.
วันอาทิตย์ 09.00-20.00 น.
ก่อนการสอบ 2 สัปดาห์เปิดบริการถึง 24.00 น.
2. เปิดภาคเรียนที่สอง
วันจันทร์-ศุกร์ 08.30-22.30 น.
วันเสาร์ 09.00-20.00 น.
วันอาทิตย์ 09.00-20.00 น.
ก่อนการสอบ 2 สัปดาห์เปิดบริการถึง 24.00 น.
3. เปิดภาคฤดูร้อน
วันจันทร์-ศุกร์ 08.30-19.30 น.
วันเสาร์ 09.00-17.00 น.
วันอาทิตย์ ปิดทำการ
4. ปิดภาคเรียน
วันจันทร์-ศุกร์ 08.30-16.30 น.
วันเสาร์-อาทิตย์ ปิดทำการ
5. วันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดบริการ
ศูนย์ฯ ได้จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์จำนวนมากไว้บริการแก่นักศึกษา อาจารย์ และข้าราชการของ ม.อ. คอมพิวเตอร์เหล่านี้เชื่อมต่ออยู่บนเครือข่าย ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าใช้บริการคอมพิวเตอร์และใช้บริการ Internet ได้ทั้งที่ห้องปฎิบัติการของศูนย์ฯ และจากหน่วยงานต่าง ๆ ทุกหน่วยงาน ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.cc.psu.ac.th/
สำหรับนักศึกษาที่จะติดต่อรับจดหมาย ไปรษณียภัณฑ์ พัสดุ หรือ ธนาณัติ ที่ส่งมาจากทางบ้าน ญาติ หรือเพื่อน สามารถรับได้ที่คณะหรือหอพักนักศึกษาตามที่จ่าหน้าซอง โดยจะต้องนำบัตรประจำตัวนักศึกษาหรือบัตรประชาชนมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง ซึ่ง นักศึกษาสามารถตรวจสอบ EMS ลงทะเบียน พัสดุ ธนาณัติ DHL (จดหมายธรรมดาสืบค้นไม่ได้)ได้ที่ http://docfinder.psu.ac.th/post/
ตัวอย่าง การจ่าหน้าซองจดหมาย มี 2 แบบ คือโรงอาหาร และร้านค้าต่าง ๆ ไว้ให้บริการต่างๆ อยู่ภายใน "ศูนย์อาหารโรงช้าง" ได้แก่ ร้านอาหาร ร้านมินิมาร์ท ร้านกาแฟ ร้านซักรีด ร้านเสริมสวย ร้านกิ๊ฟช็อป ร้านถ่ายเอกสาร ซุ้มอาหารต่าง ๆ ร้านคอมพิวเตอร์ และร้านหนังสือ
วิทยาเขตหาดใหญ่ ประกอบด้วยหอสมุด 2 แห่ง ได้แก่ สำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลง เป็นหอสมุดกลางของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และหอสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่เดิมมีชื่อว่า ห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
หอสมุดคุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร เกิดขึ้นจากนโยบายของผู้บริหารมหาวิทยาลัยในสมัย นพ.สวัสดิ์ สกุลไทย เป็นอธิการบดี (พ.ศ.2516-2518) ที่ต้องการรวมห้องสมุดคณะต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์และห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์เข้าด้วย กัน เป็นหอสมุดกลางเพียงแห่งเดียว หอสมุดคุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร จึงเป็นหอสมุดกลางของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2521 มีฐานะเป็นงานหอสมุดกลาง สังกัดกองบริการการศึกษา สำนักงานอธิการบดี จนกระทั่งวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2532 ได้รับการยกฐานะเป็น ฝ่ายหอสมุดคุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร สังกัดสำนักวิทยบริการ
หอสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพ เดิมมีชื่อว่า ห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2516 โดยรองศาสตราจารย์นายแพทย์ จงดี สุขถมยา ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชารังสีวิทยา ได้ไปติดต่อขอหนังสือตำราทางการแพทย์จากโรงพยาบาล Fifth Field ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของทหารอเมริกัน ตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิท ทางโรงพยาบาล Fifth Field ก็ยินดียกให้ เพราะในขณะนั้นรัฐบาลอเมริกันมีนโยบายจะถอนฐานทัพกลับ ดังนั้นทางคณะแพทยศาสตร์ จึงได้หนังสือมาเป็นจำนวนหนึ่ง ซึ่งมากพอสมควร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ขณะนั้นคือ นายแพทย์เกษม ลิ่มสุวงค์ ได้ขอยืมสถานที่ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดเป็นห้องสมุดเล็กๆ มีขนาดเนื้อที่ประมาณ 20 ตารางเมตร ในขณะนั้นยังไม่มีบรรณารักษ์ที่จะดำเนินงาน งานห้องสมุดจึงอยู่ในความดูแลของอาจารย์พยาบาลคือ คุณพริ้มเพรา สุชาตานนท์ หนังสือที่ได้มายังไม่ได้จัดหมวดหมู่ แต่อาจารย์พยาบาล ซึ่งมีความรู้ทางการแพทย์ได้แยกหนังสือเหล่านั้นออกเป็นตู้ ตามสาขาวิชาการแพทย์อย่างคร่าวๆ
ต่อมาในปี 2518 ทางคณะแพทยศาสตร์ได้ไปทาบทามตัวบรรณารักษ์จาก หอสมุดคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้โอนมาทำหน้าที่บรรณารักษ์เพราะขณะนั้นหนังสือเริ่มมากขึ้นนักศึกษาและอาจารย์แพทย์มีปัญหา ในการใช้หนังสือเพราะหาหนังสือไม่เจอ เนื่องจากว่าไม่มีการจัดหมวดหมู่หนังสือตามระบบสากล และไม่มีการจัดระบบการบริหารงานอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการบรรณารักษศาสตร์
พ.ศ. 2519 คุณวรนุช เตียวตระกูล บรรณารักษ์จากหอสมุดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โอนมาปฏิบัติราชการในตำแหน่งบรรณารักษ์ และรับผิดชอบงานห้องสมุด ซึ่งปัจจุบันมีฐานะเป็นหัวหน้าฝ่ายหอสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพ
พ.ศ. 2522 ห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์ได้ย้ายจากที่ทำการชั่วคราวบริเวณตึกวิศวกรรมศาสตร์ มาอยู่ที่บริเวณชั้น 3 ของตึกอาคารบริหารคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งมีเนื้อที่กว้างขวางกว่าเดิมจาก 20 ตารางเมตร เป็น 1,000 ตารางเมตร
พ.ศ. 2529 เดือนกันยายน ห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์ได้ย้ายจากบริเวณชั้น 3 ของตึกอาคารบริหารคณะแพทยศาสตร์ มาอยู่ที่ตึกอาคารเรียนรวมและหอสมุด ซึ่งมีเนื้อที่กว้างกว่าเดิมจาก 1,000 ตารางเมตร เป็น 2,042 ตารางเมตร จุที่นั่งอ่านได้ 250 ที่นั่ง
พ.ศ. 2532 ได้มีการจัดตั้งสำนักวิทยบริการ ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์ ถูกปรับบุบไปขึ้นกับสำนักวิทยบริการ เป็นฝ่ายหอสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพ สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยโอนบุคลากรห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์มาสังกัดฝ่ายหอสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพ แต่การบริหารงานบุคลากร การดูแลบังคับบัญชา การของบประมาณประจำปีบางส่วน คณะแพทยศาสตร์ยังคงดำเนินการอยู่เช่นเดิม เว้นแต่งบประมาณหมวดวัสดุ ค่าวัสดุวารสาร และตำราเรียนส่วนกลาง มหาวิทยาลัยเป็นผู้ของบประมาณ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ มีโรงพยาบาล 2 แห่งภายในวิทยาเขต คือ
ในวันที่ 26 สิงหาคม 2519 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมา ทรงวางศิลาฤกษ์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ ซึ่งตั้งอยู่หลักกิโลเมตรที่ 27 ด้านตะวันออกของถนนกาญจนวนิช มีเนื้อที่ประมาณ 120,000 ตารางเมตร และเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2522 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า พระราชทานนามโรงพยาบาลว่า "โรงพยาบาลสงขลานครินทร์" มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า " SONGKLANAGARIND HOSPITAL " โรงพยาบาลสงขลานครินทร์สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 4 ประการ คือ
• เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์
• เพื่อให้บริการด้านรักษาพยาบาล การบำบัดโรค และการป้องกันโรคให้แก่ประชาชนในจังหวัดภาคใต้
• เพื่อให้บริการตรวจพิเศษและตรวจทางห้องปฏิบัติการแก่โรงพยาบาลใกล้เคียง
• เพื่อใช้เป็นสถานที่ค้นคว้าและวิจัยอันที่จะนำไปแก้ปัญหาสาธารณสุขของภาคใต้
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 ตามนโยบายของรัฐบาลที่ประสงค์ให้เป็นโรงพยาบาล เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยระดับตติยภูมิ (โรคยากและซับซ้อน) สำหรับประชากรใน 14 จังหวัดภาคใต้ และเป็นโรงพยาบาลขนาด 853 เตียง ให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ผู้ป่วยอุบัติเหตุและ ฉุกเฉินในสาขาต่างๆ ได้แก่ เวชปฏิบัติทั่วไป สูตินรีเวช ศัลยกรรม อายุรกรรม กุมารเวชกรรม ศัลยศาสตร์ ออร์โธปิดิกส์และกายภาพบำบัด ตา หูคอจมูก จิตเวช นอกจากนี้ยังให้บริการคลินิกระงับปวดและฝังเข็ม รังสีรักษา และผ่าตัดแบบผู้ป่วยนอก นอกจากนี้ยังมีศูนย์ความเป็นเลิศ ทางด้านหัวใจ มะเร็ง ทางเดินอาหารและตับ
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของนักศึกษาแพทย์ แพทย์ใช้ทุน/แพทย์ประจำบ้านและนักศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตร์ สุขภาพอื่นๆ ตลอดจนเป็นแหล่งวิจัยของบุคลากร สาขาวิทยาศาสตร์ สุขภาพต่างๆ
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ใช้กลไกการส่งมอบบริการต่างๆให้กับผู้รับบริการทางการแพทย์ผ่านแผนกผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และผู้ป่วยฉุกเฉิน ในลักษณะทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่วประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ และวิชาชีพอื่นๆ เพื่อให้สามารถประสานบริการในการให้บริการผู้ป่วยได้
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มีอาคารที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลทั้งสิ้น 8 หลัง อาคารทุกหลังเชื่อมต่อกันเพื่อรองรับภารกิจ หลักของโรงพยาบาล ด้านผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยในและฉุกเฉินมีห้องผ่าตัด หออภิบาลผู้ป่วย ศูนย์ความเป็นเลิศ และแผนกตรวจ วินิจฉัยโรค
ที่ตั้ง คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เบอร์ติดต่อ 074-287620, 074-287630 สายภายใน 7620, 7630
คลินิกบริการทันตกรรมชั้น 1 อาคาร 3 โทร.074-429884,074-287625 หรือสายภายใน 7625
เว็บไซต์ http://www.dent.psu.ac.th/unit/jdenthos/
โรงพยาบาลทันตกรรม เป็นโรงพยาบาลสังกัดคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษา เป็นฐานการวิจัยทางคลินิกและพัฒนาเทคโนโลยีทางทันตกรรม เป็นศูนย์กลางการให้บริการทางทันตกรรมในภาคใต้ นอกจากจะมีการให้บริการรูปแบบต่าง ๆ ในโรงพยาบาลทันตกรรมแล้ว ยังมีศูนย์สุขภาพช่องปากชุมชนเมือง ซึ่งตั้งอยู่ที่โรงพยาบาลมิตรภาพสามัคคี (มูลนิธิท่งเซีย เซี่ยงตึ๊ง)รวมทั้งมีการออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ให้บริการงานทันตกรรมแก่ผู้ด้อยโอกาสและประชาชนทั่วไปในชุมชนใกล้เคียง หน่วยทันตกรรมพระราชทานให้บริการงานทันตกรรมแก่ผู้ด้อยโอกาสในถิ่นธุรกันดารที่อยู่ห่างไกลอีกด้วย
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ประกอบด้วยศูนย์ที่ให้บริการทั้งนักศึกษา อาจารย์/บุคลากร รวมทั้งบุคคลทั่วไป
โดยมีศูนย์ทั้งหมด 12 หน่วยงาน ดังนี้
ศูนย์คอมพิวเตอร์มุ่งมั่นที่จะให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของผู้รับบริการ กว่าสองทศวรรษแห่งการเป็นผู้นำในการให้บริการคอมพิวเตอร์ ศูนย์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2518 เพื่อเป็นหน่วยงานกลางของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ในการให้บริการคอมพิวเตอร์ และขยายขอบข่ายการให้บริการไปถึงการให้บริการสารสนเทศ บริการเครือข่าย บริการ Internet และ Intranet ตลอดกว่าสองทศวรรษนี้ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งศูนย์ฯ ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายที่จัดให้บริการแก่ผู้ใช้เป็นอุปกรณ์ที่ดีและทันสมัยที่สุด ศูนย์ฯ มีความภูมิใจที่จะกล่าวว่าเราเป็นศูนย์คอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ทั้งด้านคุณภาพของอุปกรณ์ บุคลากร และระบบการให้บริการ และเรามีความมุ่งมั่นที่จะรักษาสถานภาพไว้ให้เป็นเช่นนี้ตลอดไปดังนโยบายคุณภาพ ของศูนย์คอมพิวเตอร์
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ เดิมได้จัดตั้งเป็น “โครงการจัดตั้งศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์” ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2528 โดยมติของที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ครั้งที่ 116 (4/2528) เพื่อเป็นหน่วยงานเฉพาะในการซ่อมแซมบำรุงรักษาและพัฒนาเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของคณะและหน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ในช่วงแรกของการดำเนินงาน (พ.ศ. 2530 - พ.ศ. 2532) ศูนย์เครื่องมือฯ ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการ International Development Program (IDP) ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งให้ความช่วยเหลือในด้านให้ทุนฝึกอบรมแก่บุคลากรศูนย์เครื่องมือฯ ด้านการบำรุงรักษาเครื่องมือวิทยาศาสตร์ บริจาคเครื่องมือพื้นฐานในการซ่อมบำรุง และส่งผู้เชี่ยวชาญมาจัดอบรมการบำรุงรักษาและดูแลเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ได้จัดตั้งอย่างเป็นทางการโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาการจัดตั้งส่วนราชการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 109 ตอนที่ 45 ลงวันที่ 9 เมษายน 2535 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวมกิจกรรมด้านการให้บริการเครื่องมือวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน เพื่อปรับปรุงให้มีเอกภาพด้านการจัดวางระบบงานและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อให้บริการด้านการใช้และการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องมือวิทยาศาสตร์แก่นักศึกษา บุคลากรของมหาวิทยาลัยและบุคลากรภายนอกได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งเป็นศูนย์ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและการสร้างเครื่องมือวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย การแบ่งส่วนราชการได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 109 ตอนที่ 93 ลงวันที่ 11 กันยายน 2535 โดยให้แบ่งส่วนราชการศูนย์เครื่องมือฯ ออกเป็น 3 ฝ่าย ดังนี้
- สำนักงานเลขานุการ
- ฝ่ายซ่อมบำรุงรักษาและพัฒนาเครื่องมือ
- ฝ่ายบริการเครื่องมือวิจัยทางวิทยาศาสตร์
ในปี พ.ศ. 2536 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อทำโครงการจัดหาเครื่องมือวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาทางวิชาการของมหาวิทยาลัย และได้เสนอโครงการนี้ต่อสำนักงบประมาณในปี พ.ศ. 2538 และได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการพิเศษผูกพัน 5 ปี (พ.ศ. 2539 - พ.ศ. 2543) วงเงิน 189.75 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาเครื่องมือวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีราคาแพงมีความซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อใช้ในงานวิจัยและการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาฐานความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่รองรับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของมหาวิทยาลัยในการให้บริการทางวิชาการทั้งในด้านการพัฒนาและแก้ปัญหาของท้องถิ่น
เว็บไซต์ http://www.imt-gt.psu.ac.th
ศูนย์ศึกษาเพื่อพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย (IMT-GT Studies Center) เป็นกิจกรรมที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2537 และตามมติ ครม. ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2538 มอบหมายให้กรมวิเทศสหการ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นหน่วยงาน หลักรับผิดชอบในความร่วมมือสาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และสนับสนุนการดำเนินงาน ของคณะทำงานด้านทรัพยากรมนุษย์ร่วม 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเร่งรัดแผนงาน/โครงการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานและการ เคลื่อนย้ายแรงงานเพื่อส่งเสริมการพัฒนาร่วมกันในพื้นที่เขตเศรษฐกิจสามฝ่าย โดย มี รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์รับผิดชอบดำเนินการโดยไม่มีหน่วยงานรองรับ ต่อ มาที่ประชุมไตรภาคีระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 5 ในปี 2538 ได้เห็นชอบให้จัดตั้ง เป็น Studies Center ขึ้นในมหาวิทยาลัยหลักของแต่ละประเทศ และที่ประชุมสภา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในคราวประชุมครั้งที่ 206 (8/2539) มีมติเห็นชอบให้จัด ตั้งเป็นหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยอยู่ภายใต้การกำกับของอธิการบดีและได้รับงบสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดิน โดยมีสำนักงานคณะกรรมการประสานการพัฒนาความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพบ.) เป็นหน่วยประสานการสนับสนุน
ศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (ภาคใต้) จัดตั้งโดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อวางรากฐานและแนวทางในการนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ในการ พัฒนาประเทศอย่างทั่วถึง และเพื่อส่งเสริมให้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศให้แพร่หลายมาก ยิ่งขึ้น สามารถนำไปใช้ปฎิบัติงานการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมี ประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับท้องถิ่นทุกภูมิภาคของประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) จึงได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในภูมิภาค เพื่อจัดตั้งศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศขึ้น โดยได้มีการลงนามในบันทึกความร่วมมือการจัดตั้งศูนย์ภูมิภาคระหว่างสำนัก งานฯ และมหาวิทยาลัยในภูมิภาค 5 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์ภูมิภาคฯ ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์ภูมิภาคฯ ภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร ศูนย์ภูมิภาคฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และศูนย์ภูมิภาคฯ ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา
เว็บไซต์ http://www.nanotec.psu.ac.th
Center of excellence in Nanotechnology at Prince of Songkla University was established in 2006 under the collaboration among researcher from three faculties; Sciences, Pharmacy and Engineering. Today, the research in Nanotechnology is actively carried out in Thailand because we cannot deny advance Technology in this century. Our main focus is on Nano-Materials as we group together we hope that we can stimulate and generate the research atmosphere and activities. Also the expansion of graduate studies can generate the opportunities to keep pace with advances in Nanotechnology.
The strength of our group arises from our well qualified members and the excellent facilities for teaching ad research. The group currently has over 20 academic staff members. Further expansion of the group is expected to continue for the near future. We also welcome other disciplines and member staff from other universities nationally or internationally. With these members, the group maintains a rigorous research environment with activities spanning both traditional and new emerging areas of research in Nanotechnology.
โครงการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยเมื่อ คราวประชุมครั้งที่ 145 (4/2532)เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2532 เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยฯ ด้านการทำนุบำรุง อนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่แลกเปลี่ยนและพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรมทั้งที่เป็นมรดกวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของประเทศ โดยอยู่บนพื้นฐานของการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และให้บริการวิชาการทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมเพื่อกำหนดทิศทางในการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูส่งเสริมและพัฒนาวัฒนธรรม เพื่อการเพิ่มคุณค่าให้แก่ภูมิปัญญาท้องถิ่น การเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางวัฒนธรรมให้แก่ท้องถิ่น จนสามารถนำคุณค่า และกระบวนการทางวัฒนธรรมไปใช้เพื่อสร้างสรรค์ การพัฒนาศักยภาพนาศักยภาพของชุมชนทั้งทางด้านภูมิรู้ และภูมิธรรมของท้องถิ่นและของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
ศูนย์กริดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (PSU Grid Center) ได้รับการสนับสนุนจัดตั้งโดยคณะ/หน่วยงาน ต่อไปนี้
ภาควิชา คณะ/หน่วงานหลัก: คณะวิศวกรรมศาสตร์
- ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
- ภาควิชาวิศวกรรมเคมี
- ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล
ภาควิชา คณะ/หน่วยงานร่วม: คณะวิทยาศาสตร์
- ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
- ภาควิชาฟิสิกส์
- ภาควิชาชีวเคมี
- ภาควิชาเคมี
โดยมีวัตถุประสงค์
1. สร้างและดูแลโครงสร้างพื้นฐานระบบกริด
2. ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อสร้างบุคลากรสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยื่น
 และสร้างความเข้มแข็งให้กับการวิจัยด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัยโดยใช้เทคโนโลยีกริดและบูรณาการ
3. สนับสนุนให้งานวิจัยที่ต้องการสมรรถนะสูงใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีกริด
4. ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลงานวิจัยที่ใช้ประโยชน์เทคโนโลยีกริด
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้มอบหมายให้ภาควิชาเภสัชเวท และเภสัชพฤกษศาสตร์ ดำเนินการจัดตั้งพิพิทธภัณฑ์สมุนไพร และยาไทยภาคใต้ เป็นหน่วยงานภายในภาควิชาฯ ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2537 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานที่ที่รวมองค์ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรในด้านต่างๆ อาทิเช่น รวบรวมตัวอย่างพืชแห้งในรูปของพิพิธภัณฑ์พืช (Herbarium) องค์ความรู้เกี่ยวกับเภสัชกรรมแผนไทย ฐานข้อมูลความรู้เรื่องสมุนไพรต่างๆ เพื่อให้บริการกับบุคลากรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ตลอดจนการรวบรวมภูมิปัญญาพื้นบ้านของภาคใต้
ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 คณะเภสัชศาสตร์ ได้จัดให้มีโครงการศูนย์สมุนไพรทักษิณ โดยรวมเอาพิพิทธภัณฑ์สมุนไพร และยาไทยภาคใต้เข้าไว้ด้วยกันโดยจัดตั้งเป็นหน่วยงานภายใน เทียบเท่าภาควิชา ของคณะเภสัชศาสตร์ ซึ่งการดำเนินงานของศูนย์สมุนไพรทักษิณ อยู่ในรูปของคณะกรรมการดำเนินงาน
ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรเพื่อการส่งออกทำหน้าที่ในการให้บริการทางวิชาการ เทคโนโลยี ข้อมูลและข่าวสาร แก่ผู้ประกอบการทางด้านอุตสาหกรรมเกษตร หน่วยงานรัฐและบุคคลทั่วไปที่สนใจ โดยจำแนกบริการออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้
- การให้บริการตรวจวิเคราะห์จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2548 ในนาม "ศูนย์ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ภาคใต้" ภายใต้การสนับสนุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยคณะวิทยาการจัดการ เริ่มเปิดดำเนินการ ในวันที่ 15 ธันวาคม 2548 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการเงินการลงทุนสู่เยาวชน และประชาชนในภูมิภาคใต้ ณ คณะวิทยาการจัดการ
Modern SMIC เพื่อคนรุ่นใหม่ศูนย์ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ภาคใต้ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นให้เป็นมิติใหม่ของ smic แบบ Modern ที่พร้อมสรรพ สามารถรองรับทุกความต้องการเรียนรู้อย่างมีสไตล์ของคนรุ่นใหม่ทุกเพศ ทุกวัย ด้วยดีไซน์การตกแต่งแบบโมเดิร์น เน้นความโปร่ง โล่ง สบาย เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์สืบค้นข้อมูลสารสนเทศ อินเตอร์เน็ตไร้สาย มุมนันทนาการ ทั้งจอชมการถ่ายทอดสัมมนา การเสวนา การติดตามข่าวสาร มุมดูหนัง ฟังเพลง มุมเกมลับสมอง
ครบทุกอรรถรสการเรียนรู้ภายในศูนย์มีข้อมูลต่างๆมากมาย ในรูป SET Smart , CD Rom และ VCD ให้ท่านสามารถมาศึกษา ค้นคว้าได้ด้วยตนเองเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่นักศึกษา คณาจารย์ ผู้ลงทุนรายย่อย ให้เข้าถึงข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ สามารถดูข้อมูลปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน และราคาหลักทรัพย์
สะดวกสบายด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อระบบสืบค้นข้อมูล และจุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง Wi-Fi สำหรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กส่วนตัว ครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในห้องสมุด
ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับความเห็นชอบให้มีการจัดตั้งเป็นหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2548 และได้เปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2548 โดยในตอนเริ่มต้นจะมีภารกิจละวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการผลักดัน ส่งเสริมและสนับสนุนให้นักศึกษา บัณฑิต ศิษย์เก่า บุคลากรในมหาวิทยาลัยและผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ โดยเน้นธุรกิจที่ใช้ความรู้เป็นฐาน และผลักดัน ส่งเสริม สนับสนุนผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ นวัตกรรมและผลงานสร้างสรรค์ให้มีศักยภาพ และมีการดำเนินการเชิงพาณิชย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้สนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมบ่มเพาะในลักษณะ 3 ประสาน ซึ่งประกอบด้วย การบ่มเพาะวิสาหกิจ (UBI) การจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี (TLO) และโครงการวิจัยและพัฒนาภาครัฐร่วมกับเอกชนในเชิงพาณิชย์ จึงได้สนับสนุนการจัดตั้งหน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่มหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการวิจัยและการดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้จำนวน 10 มหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็น 1 ใน 10 ของมหาวิทยาลัยที่ได้รับการสนับสนุน ภายใต้การดำเนินงานศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ โดยได้เพิ่มการให้บริการด้านการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ครอบคลุมการให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์
มุ่มมั่นสร้างสรรค์ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนเพื่อการเรียนรู้ที่ยั่งยืน It at its best for innovative/creative teaching/learning resources for life-long learning
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ประกอบด้วยสถาบันที่ให้บริการผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบุคคลทั่วไปที่สนใจ
โดยมีสถาบันทั้งหมด 8 สถาบัน ดังต่อไปนี้
เว็บไซต์ http://www.smes.psu.ac.th/index.htm
เป็นศูนย์รวมของข้อมูลและบริการแนะนำ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs ทราบข้อมูลอย่างครบวงจรและสามารถเข้าถึงบริการต่างๆของหน่วยงานรัฐและเอกชน ทั้งด้านการส่งเสริมพัฒนาและด้านการกำกับควบคุม โดยเป็นแหล่งบริการแรกที่ SMEs จะได้พึ่งพิงในการเริ่มธุรกิจหรือแก้ไขปัญหาการดำเนินธุรกิจนอกเหนือจากการแนะนำให้ข้อมูล
สถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือ สจรส.มอ. ภาคใต้ ม.อ. เป็นสถาบันจัดการงานวิจัยที่เป็นหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ที่มิใช่ส่วนราชการ จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันวิจัยสาธารณสุข (สวรส.) และได้มีพิธีลงนามความร่วมมือในการจัดตั้งสถาบัน เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2546 โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
1. เป็นสถาบันจัดการงานวิจัย ที่ทำหน้าที่กำหนดทิศทาง สนับสนุนและส่งเสริม งานวิจัยระบบสุขภาพในระดับพื้นที่ภาคใต้ โดยสร้างองค์ความรู้และเกิดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาระบบสุขภาพที่มีความเฉพาะและหลากหลายของชุมชนใน พื้นที่ภาคใต้ ตลอดจนการเผยแพร่ผลงานวิจัยเพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์ และตอบสนองการปฏิรูประบบสุขภาพ
2. เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือของนักวิชาการ นักวิจัย และประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งที่มาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จากสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จากองค์กรพัฒนาเอกชน และจากชุมชน เพื่อให้เป็นกลไกในการทำงานที่เข้มแข็งและต่อเนื่อง
3. เพื่อสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งของงานวิจัยบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัย ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพ
เป็นชุมชนวิชาการในการพัฒนาองค์ความรู้และมนุษยชาติตามแนวทางสันติวิธีเพื่อสร้างสังคมสันติสุข
1. สร้างองค์ความรู้และพัฒนาทักษะวิชาการเพื่อเป็นทุนทางปัญญาของสถาบัน
2. บูรณาการองค์ความรู้ตามแนวทางสันติศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์และสันติสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม
3. กระตุ้นและขับเคลื่อนแนวคิดสันติวิธีเพื่อสร้างความเสมอภาคในสังคม
สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นองค์กรวิชาการด้านสันติศึกษาแห่งแรกในภาคใต้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2547 โดยการเสนอแนะของศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ดร.เอกวิทย์ ณ ถลางและคุณโสภณ สุภาพงษ์ ในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิและการนำของรองศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ชิตพงศ์ อธิการบดีและคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ณ ขณะนั้น เพื่อสร้างองค์ความรู้และทักษะในการพัฒนาสังคมและทรัพยากรมนุษย์ตามแนวทางสันติวิธีด้วย กระบวนการด้านการจัดการความขัดแย้ง ด้านจิตตปัญญาศึกษา (การพัฒนามิติทางจิตใจ) ด้านสิทธิมนุษยชน และด้านสันติวิธีในวิถีอิสลาม ภารกิจหลักของสถาบันประกอบด้วย การเรียนการสอนโดยระดับปริญญาตรีเปิดสอนรายวิชาเลือก ระดับปริญญาโทเปิดสอนสาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษา
ปัจจุบัน สถาบันสันติศึกษามีฐานะเป็นหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยระดับเทียบเท่าคณะมุ่งเน้นการเรียนรู้ในเชิงองค์รวมเพื่อผลิตมหาบัณฑิตที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม และมีศักยภาพในการวิเคราะห์ สร้างสรรค์สังคมเพื่อให้เกิดสันติภาพ ดังนั้น สถาบันฯ จึงมีความร่วมมือทั้งการสอน การวิจัยและการบริการวิชาการกับคณะต่างๆ ได้แก่ คณะศิลปศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาลัยอิสลามศึกษา คณะรัฐศาสตร์ วิทยาการสื่อสาร อีกทั้งมีความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันพระปกเกล้า ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Royal Road University ประเทศแคนาดา Universiti Sains Malaysia (USM) สหพันธรัฐมาเลเซีย
(1) การสอน โดยเปิดสอนรายวิชาเลือกในระดับปริญญาตรี และระดับบัณฑิตศึกษาสาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษา
(2) การวิจัยและพัฒนาหลักสูตร เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการจัดการความขัดแย้งในสังคม เพื่อพัฒนาหลักสูตรเหมาะสมกับวิถีสังคมไทยร่วมสมัย
(3) การบริการวิชาการ โดยให้บริการสังคมและบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยทั้งในรูปแบบการให้คำปรึกษาทางวิชาการ การอบรม – สัมมนา และการบรรยายพิเศษ
(4) การส่งเสริมสันติวัฒนธรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างสิ่งแวดล้อมแห่งสันติผ่านกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักศึกษา เป็นต้นว่า โครงการเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม โครงการคุยผ่านหนัง การสนับสนุนกิจกรรมชมรมสันติศึกษา โครงการนักศึกษากับการสร้างสันติภาพภาคใต้ (Dream Keeper II) การอบรมระยะสั้นด้านจิตตปัญญาศึกษา
เว็บไซต์ http://www.corin.psu.ac.th
สถาบันทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดตั้งขึ้นจากข้อตกลงความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยโดยกรมวิเทศสหการและทบวงมหาวิทยาลัย กับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (USAID)
ภายใต้โครงการการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นสถาบันที่เป็นมืออาชีพ ด้านการจัดการทรัพยากรชายฝั่งของประเทศ ดำเนินการวิจัย บริการวิชาการ และสนับสนุนการเรียนการสอน ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรชายฝั่ง สถาบันฯ มีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นสถาบัน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการทรัพยากรชายฝั่งและลุ่มน้ำที่มีส่วนร่วมในโปรแกรมและกิจกรรมต่างๆ ในประเทศไทยและในภูมิภาคในการส่งเสริมการดำรงอยู่อย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่ลุ่มน้ำ สถาบันได้ มุ่งเน้นการใช้วิธีการบูรณาการ ความร่วมมือแบบพหุภาคี และการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างเข้มแข็ง สถาบันฯ มีศักยภาพในด้านการขับเคลื่อนกระบวนการเทคนิคและวิธีการให้เห็นเป็นรูปธรรมด้านงานวิจัยและการเรียนรู้ ในพื้นที่การปรับปรุงนโยบายการศึกษาและอบรมซึ่งใช้แนวคิด “การเรียนรู้โดยผ่านการลงมือทำ”
ผลงานในอดีตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ถึงปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงความชำนาญการในการเป็นสถาบันเฉพาะทางที่ดำเนินโครงการวิจัยและงานบริการวิชาการ สร้างองค์ความรู้ในการจัดการทรัพยากรแบบองค์รวมจากการปฎิบัติจริงในพื้นที่ เน้นการส่งเสริมท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพในการพัฒนา นอกเหนือจากงานวิจัยแล้ว สถาบันฯ เป็นองค์กรที่ผลงานโดดเด่นด้านงานวิเทศสัมพันธ์ และการพัฒนาหลักสูตรการจัดการทรัพยากรชายฝั่ง แบบบูรณาการ เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ มีโครงการเพื่อสนองพระราชดำริ และโครงการต่างๆ ทั้งใน ประเทศและประเทศลุ่มน้ำโขง เป็นสถาบันที่พึ่งตนเอง มีแหล่งงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก ทั้งในและต่างประเทศ
เว็บไซต์ : http://www.confucius.psu.ac.th
สถาบันขงจื๊อ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก The Office of Chinese Language Council International (เรียกชื่อย่อว่า ฮั่นปั้น) จะเปิดดำเนินการในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันขงจื๊อ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นสถาบันที่มหาวิทยาลัยสงขลาครินทร์ กับกว่างซี นอร์มอล ยูนิเวอซิตี้ ร่วมมือกันจัดตั้งขึ้น วัตถุประสงค์หลักของสถาบันขงจื้อคือ การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองมหาวิทยาลัยให้แน่นแฟ้น เป็นการเปิดกว้างโอกาสทางการศึกษาในเรื่องภาษาจีน และวัฒนธรรมจีนให้แก่ประชาชนไทยที่สนใจภาษาจีน เพื่อพัฒนาการศึกษาทางด้านภาษาจีนให้มีมาตรฐานมากขึ้น และสิ่งที่สำคัญคือ การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
The Drug Delivery System Research Center consists of an interdisciplinary team of faculty from the department of Pharmaceutical Technology and department of Pharmaceutical Chemistry. The team of experts is taking a synergistic, interdisciplinary approach to research and graduate education in delivery of therapeutic agents. For this purpose, the drug delivery Research Center was awarded a grant of 5,000,000 Baht spread over five years beginning on July 1, 2007. In April 2007, the center was officially recognized by the University Senate for its present and future contribution to drug delivery.
Most important component of the Drug Delivery System Research Center is the Advisory board, which is composed of the dean and representatives from different disciplines. Drug Delivery Research Center has sponsored a seminar program. Faculty in the Drug Delivery System Research Center has submitted interdisciplinary research proposals, while the center providing seed grants to encourage new research initiative and to support graduate students in research projects. The Drug Delivery Research Center also hosts an annual conference.
สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) เป็นหน่วยงานในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยความร่วมมือและการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ความคิดในการก่อตั้งเริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ.2546 เพื่อขยายศักยภาพของนักวิชาการในการแก้ไขปัญหาสุขภาพและพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาวะภาคใต้ หลังจากการพิจารณาข้อเสนอแนะจากหลายฝ่าย การก่อตั้งสำเร็จเรียบร้อยและเริ่มทำงานตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2547
สถาบันวิศวกรรมชีวการแพทย์ได้ดำเนินการจัดตั้งเป็นสถาบันเครือข่ายวิจัยเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2543 ภายใต้ความตกลง ระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อให้เป็นหน่วยงานหลัก ในการสร้าง และพัฒนาเครือข่ายวิจัยตลอดจน จัดการ ประชุมแห่งชาติประจำปี และจัดอบรมเชิงปฏิบัติการทางวิศวกรรมชีวการแพทย์ เพื่อถ่าย ทอดเทคโนโลยี นอกจากนั้นสถาบันฯ ยังมีภาระกิจในการสร้างงานวิจัยและพัฒนาบุคลากร ซึ่งงานวิจัยได้พัฒนาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 จนสามารถสร้างนวัตกรรม จดสิทธิบัตรทั้งในและต่างประเทศ และกำลังจะดำเนินการจดสิทธิบัตร และสร้างต้นแบบ เชิงพาณิชย์อีกหลายรายการ
นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังมีความร่วมมือกับทั้งภาครัฐ และ ภาคเอกชนในการนำเอาเทคโนโลยีที่ได้จากการวิจัย ไปผลิตและจำหน่าย เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ภาคอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์
มหาวิทยาลัยสงขลานคริทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ประกอบด้วยหน่วยงานอื่นๆ ดังต่อไปนี้
เว็บไซต์ http://www.psuwit.psu.ac.th
โรงเรียนม.อ.วิทยานุสรณ์ เป็นโรงเรียนระดับมัธยมในสังกัดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยโรงเรียนได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ในภูมิภาคจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามโครงการพัฒนากำลังคนเชิงรุกเพื่อเพิ่มสมรรถนะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ซึ่งจะมีทุนการศึกษาแก่นักเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนถึงปริญญาเอก
"พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา 50 พรรษา สยามบรมราชกุมารี " หรือ "Princess Maha Chakri Sirindhorn Natural History Meseum" พิพิธภัณฑ์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนาม พร้อมทั้งมีพระราชานุญาติให้อัญเชิญพระนามาภิไทยย่อ "สธ" มาประดิษฐาน พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา 50 พรรษา สยามบรมราชกุมารี จึงดำเนินภารกิจเพื่อ สนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ โดยพิพิธภัณฑ์มีเป้าประสงค์ให้ประชาชนในท้องถิ่นภาคใต้ได้เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติวิทยาของคาบสมุทรไทย เพื่อก่อให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา 50 พรรษา สยามบรมราชกุมารี เปิดทำการ วันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา 9.00 - 16.30 น. เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ อัตราค่าเข้าชม นักเรียน นักศึกษา 15 บาท บุคคลทั่วไป 30 บาท
จากการดำเนินงานโครงการมุ่งสู่บูรณาการงานวิจัยกับชุมชนซึ่งมี รศ.ดร.สมยศ ทุ่งหว้า เป็นหัวหน้าคณะ ทำงาน ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว มีข้อสรุปว่าทุกส่วนต้องการให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่แบบ one stop service ที่เป็นทั้ง inlet และ outlet ในงานวิชาการและงานวิจัย ให้แก่ ชุมชน นักวิชาการและอาจารย์ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เนื่องจากมีความต้องการจากชุมชนในการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย และเพื่อให้นักวิจัยในมหาวิทยาลัยได้มีโอกาสรับรู้ความต้องการของชุมชน สำหรับเป็นแนวทางในการพัฒนางานวิจัยเพื่อตอบสนองต่อชุมชน สำนักวิจัยและพัฒนาจึงรับอาสาเป็นหน่วยงานกลางในการประสานความต้องการระหว่างนักวิจัยในมหาวิทยาลัย และชุมชน โดยจะทำหน้าที่ในการประสานงานสร้างเครือข่ายระหว่างนักวิจัยและ ชุมชน พัฒนาฐานข้อมูลความต้องการงานวิจัยของชุมชน จัดให้มีการระดมความคิดเห็นระหว่างนักวิจัยและชุมชน เผยแพร่ผลงานวิจัยเพื่อการผลักดันสู่การใช้ประโยชน์ และจัดทำอนุกรมชุดความรู้ มอ. (PSU Technical Report Series) เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ให้เป็นระบบ เพื่อให้นักวิจัยในมหาวิทยาลัยได้รับรู้ถึงความต้องการของชุมชน และสามารถพัฒนางานวิจัยให้ใช้ประโยชน์ได้จริงในชุมชน และเป็นช่องทางสำหรับชุมชนที่ต้องการติดต่อเพื่อหาข้อมูลหรือนักวิจัย รวมทั้งจัดทำวารสารสงขลานครินทร์ปริทรรศน์ (PSU Review) เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยสู่การใช้งานในชุมชน
หน่วยเภสัชสารสนเทศ DIC คณะเภสัชฯ มอ. เป็นเครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศโดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน
เว็บไซต์ http://www.psuradio88.com
สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เป็นหน่วยงานในกำกับของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ต้องจัดหารายได้ให้เพียงพอต่อการดำเนินงานและพัฒนาตามภารกิจหลักของสถานีวิทยุฯ เริ่มกระจายเสียงด้วยระบบสเตอริโอผ่านคลื่นความถี่เอฟเอ็ม 88.0 เมกกะเฮิร์ต อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 โดยมีวัตถุประสงค์แรกก่อตั้ง เพื่อเป็นแหล่งวิชาการให้นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ฝึกปฏิบัติงานด้านอุปกรณ์เครื่องเสียงและเครื่องส่งวิทยุ ในระยะแรกมีกำลังส่งครอบคลุมพื้นที่ไม่กว้างขวางนัก มีช่วงเวลาออกอากาศเพียง 5 ชั่วโมงต่อวัน เฉพาะช่วงกลางคืน โดยไม่ได้รับอนุญาตให้โฆษณาสินค้า ต่อมาในปี 2526 จึงได้รับอนุญาตให้ทำการโฆษณาสินค้าได้ เพื่อประหยัดงบประมาณแผ่นดิน และได้ขยายเวลาออกอากาศในช่วงกลางวัน และในปี 2550 ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณวิทยุและอุปกรณ์ส่วนควบบนเขาคอหงส์ ทำให้สามารถขยายกำลังส่งครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสงขลาและพื้นที่บางส่วนของจังหวัดใกล้เคียง
สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้มีการพัฒนาเป็นลำดับ ปัจจุบันเป็นสถานีวิทยุที่มีสัดส่วนของรายการประเภทความรู้และข่าวสารสูงที่สุด เมื่อเทียบกับสถานีวิทยุอื่นๆ ในภาคใต้ ข้อได้เปรียบนี้เกิดจากการที่เป็นสถานีวิทยุของสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งมีความพร้อมด้านบุคลากรทางวิชาการที่มีความรู้ในสาขาต่าง ๆ สามารถอธิบายและตอบข้อสงสัยของชุมชนตามความเชี่ยวชาญของแต่ละบุคคลได้ ผ่านทางรายการสารคดีเชิงวิชาการ และรายการสนทนาต่าง ๆ เช่น รายการสภากาแฟ, รายการเครือข่ายสายตรงวิทยุสถาบัน และรายการรอบรั้ว มอ.วันอาทิตย์ เป็นต้น และยังเสริมแนวทางการตอบสนองสังคมด้วยรายการที่รับฟังความต้องการของชุมชน เช่น รายการแลบ้านแลเมือง เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน นำสู่ผู้รับผิดชอบให้ดำเนินการชี้แจงหรือแก้ไขปัญหาต่อไป อันเป็นการสนองต่อภารกิจหลักประการหนึ่งของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คือ “การให้บริการชุมชน”
นอกจากนี้ ในยุคของโลกเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ สามารถรับข่าวสารซึ่งถ่ายทอดผ่านดาวเทียมจากสถานีวิทยุซึ่งอยู่ต่างทวีป เพื่อถ่ายทอดให้ผู้ฟังได้รับฟังข่าวที่รวดเร็ว ฉับไว และได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้น เช่น ข่าว VOA จากสหรัฐอเมริกา, ข่าว BBC จากประเทศอังกฤษ และ ข่าว CRI จากประเทศจีน เป็นต้น
ในปัจจุบัน สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานใหม่ โดยให้มีผู้จัดการมืออาชีพมาบริหารกิจการทั้งหมดแทนการให้เอกชนแบ่งเช่าช่วงเวลา เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด
แนะนำรายการข่าวมหาวิทยาลัย
1. สภากาแฟ เป็นรายการสนทนาเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง และสาระความรู้ทั่วไป ออกอากาศทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 10.00 -11.00น. และในวันเสาร์(จิบกาแฟข้างสภา) เวลา10.00 -12.00น.
2. เครือข่ายสายตรงวิทยุสถาบัน เป็นรายการสนทนาที่เกิดจากความร่วมมือของสถานีวิทยุในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ที่มีความต้องการจะเสนอข่าว สาระความรู้ และสารคดี ให้ประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งออกอากาศพร้อมกัน ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 12.00 -13.00น.
3. แลบ้านแลเมือง เป็นรายการสนทนาที่มีเป้ามายเพื่อช่วยเหลือสังคม โดยรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน จากนั้นประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการช่วยเหลือ รวมถึงให้สาระความรู้ในเรื่องต่างๆ แก่ประชาชนด้วย ออกอากาศทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 13.00 -17.00น.
4. รอบรั้ว ม.อ.วันอาทิตย์ เป็นรายการสนทนาที่นำเสนอข่าวประชาสัมพันธ์ งานวิจัย การประชุมสัมมนา ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทุกวิทยาเขต และเขตการศึกษาเป็นหลัก ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 18.00 – 19.00น.
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีพันธกิจที่สำคัญประการหนึ่ง คือ พัฒนามหาวิทยาลัย ให้เป็นชุมชนวิชาการ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับนานาชาติ สร้างความเป็นผู้นำทางวิชาการในสาขา ที่สอดคล้องกับศักยภาพของชุมชนภาคใต้ และเชื่อมโยงสู่สากล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้เป็นองค์ความรู้และมีมูลค่าเพิ่ม อันเป็นการเพิ่มความเข้าใจท้องถิ่น และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน จากการดำเนินงานที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยได้สร้างผลงานวิจัยจำนวนมาก และเกี่ยวข้องกับชุมชนในระดับหนึ่ง แต่ยังขาดความต่อเนื่องและความเชื่อมโยงกับชุมชน การนำผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริงยังมีน้อย และงานวิจัยส่วนใหญ่ ยังไม่ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง
สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ เล็งเห็นว่าการเปิดโอกาสให้บัณฑิตเข้าไปเรียนรู้ร่วมกับชุมชน เป็นช่องทางหนึ่งในการเชื่อมโยงนักวิชาการในมหาวิทยาลัยกับชุมชน ให้สามารถทำงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริง และพัฒนาหรือต่อยอดงานวิจัยสู่ระดับนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นการหล่อหลอมและพัฒนาบัณฑิตของมหาวิทยาลัย ให้มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ปลูกจิตสำนึกของบัณฑิตให้มีอุดมการณ์เพื่อส่วนรวม สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ จึงได้จัดโครงการบัณฑิตอาสาขึ้น ซึ่งคาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ดังกล่าว และทำให้มหาวิทยาลัยเป็นที่ยอมรับของชุมชนมากยิ่งขึ้น
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี จัดสร้างขึ้นโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เพื่อเป็นศูนย์ประชุมระดับนานาชาติแห่งใหม่ของประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ตั้งอยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ริมถนนปุณณกันต์ เพียง 9 กิโลเมตร จากท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ใกล้สถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมทางใต้ที่นำมาประยุกต์ เพื่อให้เป็นศูนย์ประชุมอันทันสมัยเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ระบบแสง-เสียงและโสตทัศนูปกรณ์ครบครันสำหรับการจัดประชุมและการจัดแสดงนิทรรศการ นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวใต้

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในภาคใต้เริ่มก่อตั้งที่ตำบล รูสมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เมื่อปีพ.ศ.2509 ในระยะแรกใช้ชื่อว่า "มหาวิทยาลัยภาคใต้" (UNIVERSITY OF SOUTHERN THAILAND) ต่อมาในเดือนกันยายน2510มหาวิทยาลัยฯได้รับพระราชทานชื่อว่า มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ (PRINCE OF SONGKLA UNIVERSITY)ตามพระนาม ฐานันดรศักดิ์สมเด็จพระบรมราชชนกเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดชกรมหลวง สงขลานครินทร์ ในวันที่12 มีนาคม 2511 ได้มีพระบรมราชโองการ ประกาศใช้ พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัย จึงกำหนดให้วันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่ พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ได้กำหนดเป้าหมาย เพื่อการพัฒนาภาคใต้ ตามแผน พัฒนาการศึกษา อันเป็นพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อการอยู่ร่วมกัน อย่างสันติสุข และเสมอภาคของประชาชนและเพื่อเป็นแหล่ง บริการ วิชาการชุมชน ทั้งในชนบท และในเมือง โดยที่วิทยาเขตปัตตานี ตั้งอยู่ที่ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ซึ่งปัจจุบันความพร้อมด้านการผลิตบัณฑิตทั้งหมด 6 คณะ ซึ่งสามารถดูข้อมูลของวิทยาเขตปัตตานีได้ดังต่อไปนี้
เว็บไซต์วิทยาเขตปัตตานี : http://www.pn.psu.ac.th
| วิทยาเขตปัตตานี |
|
หน่วยงานภายวิทยาเขตปัตตานี ประกอบด้วยหน่วยงานย่อยที่ให้บริการทั้งนักศึกษา อาจารย์/บุคลากร
โดยมีหน่วยงานทั้งหมด 7 หน่วยงาน ดังนี้
กองธุรการ วิทยาเขตปัตตานี สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2522 โดยประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่องการแบ่งส่วน ราชการในสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 20 เมษายน 2522 แบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบ ออกเป็น 7 งานคือ งานสารบรรณ งานการเจ้าหน้าที่ งานพัสดุ งานประชาสัมพันธ์ งานการเงินและบัญชี งานยานยนต์ และงานอาคารสถานที่และการซ่อมบำรุงรักษา (งานอาคารสถานที่และการซ่อมบำรุงรักษา อยู่ในระหว่างดำเนินการจัดตั้ง เป็นโครงการจัดตั้งกองอาคารสถานที่และการซ่อมบำรุงรักษา)
ปัจจุบัน กองบริการการศึกษาประกอบด้วย 4 งาน ได้แก่ งานทะเบียนและสถิตินักศึกษา งานหลักสูตรและพัฒนาคณาจารย์ งานวิเทศสัมพันธ์ และงานธุรการ มีภารกิจหลักในการให้บริการทางการศึกษาและสนับสนุนพัฒนางานวิชาการ วิเทศสัมพันธ์ และการเรียนการสอนของวิทยาเขตปัตตานี ดำเนินการประสานงานและบริการทางวิชาการให้แก่บุคลากรกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มคือ นักศึกษาและอาจารย์ ในงานที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน หลักสูตร งานวิจัย การดำเนินการเกี่ยวกับนักศึกษา ตั้งแต่แรกเข้าสู่สถานภาพนักศึกษาจนพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา และดำเนินกิจกรรมด้านวิเทศสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยก้าวไปสู่ความเป็นนานาชาติ
กองกิจการนักศึกษาเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นหน่วยงานที่สังกัดกองบริการการศึกษา วิทยาเขตปัตตานี และได้แยกมาเป็นโครงการจัดตั้งกองกิจการนักศึกษา การบริหารงาน ขึ้นตรงต่อรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและชุมชน ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้าง เพื่อจัดตั้งเป็นกองกิจการนักศึกษาที่ถูกต้องตามการแบ่งส่วนราชการ ประกอบด้วย 3 งานที่ถูกต้อง คือ งานกิจกรรมนักศึกษา งานแนะแนวการศึกษา งานบริการและสวัสดิการนักศึกษา และแบ่งเป็นการภายในอีก 2 งานคือ งานธุรการ และงานพัฒนานักศึกษา โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนานักศึกษาให้มีความพร้อม ความสมบูรณ์ทั้งทางด้านวิชาการ บุคลิกภาพ และคุณธรรม ตลอดจนการจัดการอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในมหาวิทยาลัย และหลังสำเร็จการศึกษาไปแล้ว
โครงการจัดตั้งกองอาคารสถานที่ จะต้องเป็นเลิศในด้านการให้บริการ และการจัดการด้านอาคารสถานที่ และด้านสาธารณูปโภค ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
โครงการจัดตั้งกองแผนงานมีหน้าที่จัดทำแผนของมหาวิทยาลัย ทั้งแผนงาน แผนงบประมาณ แผนกำลังคน ติดตามและประสานงาน การดำเนินงานของคณะ/หน่วยงานให้เป็นไปตามแผน ทบทวน ปรับแผน และประเมินผลแผน รวบรวมข้อมูลทั่วไปเพื่อใช้ประกอบการวางแผนจัดการ และจัดสรรทรัพยากร สร้างความเข็มแข็งของการวิจัยสถาบัน เพื่อสนับสนุนการวางแผนและพัฒนา จัดทำผังแม่บทด้านกายภาพให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการศึกษาของมหาวิทยาลัย
สำนักวิทยบริการเป็นองค์กรที่มีคุณภาพการให้บริการในทุกภารกิจ และมุ่งพัฒนาองค์กรให้มีมาตรฐานคุณภาพระดับชาติ
- บริการทรัพยากรการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการเป็นมหาวิทยาลัยเน้นวิจัย ผ่านระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์และเพื่อร่วมพัฒนาสังคมอุดมปัญญา
- ผลิตบริการพัฒนาและเผยแพร่นวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา เพื่อสนับสนุนภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยในการก้าวไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเน้นวิจัย และการเป็น e-university
- พัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อสนับสนุนภารกิจหลักของสำนักวิทยบริการและการพัฒนาฝ่ายต่าง ๆ สู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีนโยบายที่จะรวมกิจกรรมด้านงานบริการห้องสมุดและเทคโนโลยีทางการศึกษาเข้าด้วยกัน เพื่อปรับปรุงให้มีเอกภาพด้านการจัดวางระบบงานและเพิ่มประสิทธิภาพ ด้านการเรียน การสอน วิจัยและการบริการวิชาการ จึงจัดตั้งสำนักวิทยบริการขึ้น ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อให้บริการทางการศึกษาแก่นักศึกษา บุคลากรของมหาวิทยาลัยและบุคคลภายนอกได้อย่างเต็มที่ จึงต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักวิทยบริการขึ้น เมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2532 โดยการรวมหน่วยงานเดิมที่ทำหน้าที่ในการให้บริการทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกัน คือ ฝ่ายหอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา (เปลี่ยนชื่อเป็นฝ่ายเทคโนโลยีทางการศึกษา) ฝ่ายหอสมุดคุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร และห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์ (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นฝ่ายหอสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพ) และตั้งหน่วยงานเพิ่มอีก 1 หน่วยงาน คือ สำนักงานเลขานุการ
ต่อมา มติสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ 299 (6/2550) เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2550 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ออกประกาศ ให้จัดตั้งฝ่ายหอสมุดคุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร เป็น สำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2550 และมติสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ 307(5/2551) เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2551 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ออกประกาศให้จัดตั้งหน่วยงานภายในสำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลงฯ โดยย้ายฝ่ายหอสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพไปสังกัด ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2551
1.สำนักงานเลขานุการ
2.ฝ่ายหอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้
3.ฝ่ายเทคโนโลยีทางการศึกษา
“เป็นผู้นำด้านบริการวิชาการที่มีคุณภาพ เพื่อความเข้มแข็งของชุมชนและสังคม”
“สำนักส่งเสริมและการศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เดิมชื่อว่า “โครงการส่งเสริมการศึกษาและฝึกอบรมภาคพิเศษ” จัดตั้งขึ้นเพื่อสนองนโยบายหลักสำคัญ ประการหนึ่งของมหาวิทยาลัย คือการให้บริการวิชาการแก่สังคม โดยทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางของมหาวิทยาลัยที่จะนำทรัพยากรด้านกำลังคน วิทยาการ/เทคโนโลยีและเครื่องมือต่าง ๆ ที่มีอยู่ภายในมหาวิทยาลัยไปใช้ในการบริการวิชาการแก่ชุมชน โดยเฉพาะต่อชุมชนในจังหวัดภาคใต้ ได้รับประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2529 ให้เป็นส่วนราชการหนึ่งของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อให้เป็นหน่วยงานกลางของมหาวิทยาลัยที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ปฏิบัติภารกิจหลักในการให้บริการวิชาการแก่สังคม ได้แก่ การจัดอบรมสัมมนา การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การบริการแหล่งเรียนรู้แก่ชุมชน การสาธิตบริการอาหารแก่ชุมชน การบริการสื่อการเรียนรู้ VDO on Demand และ Radio on Demand โดยมีหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย สำนักงานเลขานุการ ฝ่ายฝึกอบรมและการศึกษาต่อเนื่อง ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่ ฝ่ายส่งเสริมและการศึกษาต่อเนื่องวิทยาเขตหาดใหญ่ ฝ่ายบริการวิชาการชุมชน และสถานีบริการวิชาการในพื้นที่ 3 แห่งคือ สถานีบริการวิชาการชุมชนจะนะ สถานีบริการวิชาการชุมชนเทพา สถานีบริการวิชาการชุมชนปัตตานี
เว็บไซต์ http://senate.pn.psu.ac.th/
สภาอาจารย์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามระเบียบสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ว่าด้วยสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2522
งานทะเบียนและสถิตินักศึกษาเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบงานด้านทะเบียนและประมวลผลของนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีภารกิจหลักได้แก่
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระดับชาติและระดับนานาชาติ มุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ การพัฒนาสังคมและวัฒนธรรม เพื่อความเป็นเลิศ และก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติ
กิจกรรมด้านวิเทศสัมพันธ์เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดองค์ความรู้จากภายนอก สู่มหาวิทยาลัย เพื่อสนับสนุนการวิจัย การเรียนการสอน การพัฒนาบุคลากร และการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมของมหาวิทยาลัยไปสู่สังคมโลก
หอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ สร้างขึ้นด้วยการริเริ่มและดำเนินการของ ฯพณฯ พันเอกถนัด คอมันตร์ อธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งในขณะนั้น ฯพณฯ พันเอกถนัด คอมันตร์ เป็นกรรมการมูลนิธิจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ท่านจึงได้นำเรื่องที่จะสร้างห้องสมุด เข้าปรึกษากรรมการมูลนิธิเพื่อขอความช่วยเหลือในการก่อสร้าง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้ให้งบประมาณมาก่อสร้างอาคารเป็นเงินทั้งสิ้น 3,595,000.00 บาท ด้วยเหตุนี้ จึงเรียกหอสมุดนี้ว่า หอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้
หอสมุดได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อ วันที่ 6 มิถุนายน 2513 เป็นอาคาร 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 1,200 ตารางเมตร ติดเครื่องปรับอากาศทั้งหลัง ทำพิธีเปิดใช้เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2515 และเปิดให้บริการในปีการศึกษา 2516 เป็นต้นมา และในปี พ.ศ. 2529 มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารหอสมุดหลังใหม่เชื่อมต่อด้านหลัง ของหอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ด้วยเงินงบประมาณแผ่นดินในวงเงิน 33,000,000 บาท เนื้อที่ประมาณ 5,000 ตารางเมตร ติดเครื่องปรับอากาศทั้งหลัง มีที่นั่งอ่านหนังสือประมาณ 500 ที่นั่ง
อาคารหอสมุดหลังใหม่สร้างแล้วเสร็จ (2 ชั้น) ในเดือนมกราคม 2531 และเปิดให้บริการตั้งแต่ภาคการศึกษาฤดูร้อน ของปี 2531 อาคารดังกล่าวยังไม่เสร็จสมบรูณ์ ทั้งนี้เนื่องจากความจำกัดในเรื่องงบประมาณ
ในปีงบประมาณ 2538-2540 หอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ได้รับงบประมาณ 17 ล้านบาทเพื่อพัฒนาการดำเนินงานของหอสมุดฯ เข้าสูระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ตามโครงการพัฒนาระบบห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค (PULINET) โดยระบบห้องสมุดอัตโนมัติที่หอสมุดฯ ใช้อยู่ในปัจจุบันคือระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ALIST
ปี 2540 สำนักวิทยบริการได้รับงบประมาณในการต่อเติมอาคารหอสมุดฯ (ชั้น 3) เป็นเงิน 19,650,000.00 บาท ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2543 เปิดให้บริการแก่ผู้ใช้เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2543
เว็บไซต์ : http://www.cc.pn.psu.ac.th/
ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2529 มหาวิทยาลัยได้จัดตั้ง หน่วยคอมพิวเตอร์ ขึ้นในวิทยาเขตปัตตานี เพื่อรับผิดชอบให้บริการคอมพิวเตอร์ด้านการเรียนการสอน งานบริหาร งานวิจัย แก่นักศึกษา บุคลากร และหน่วยงานในวิทยาเขตปัตตานี โดยให้หน่วยคอมพิวเตอร์ขึ้นตรงต่อศูนย์คอมพิวเตอร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และรองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานีปัจจุบัน
หน่วยคอมพิวเตอร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบและบริหารจัดการงานบริการคอมพิวเตอร์ทางวิชาการของวิทยาเขตปัตตานี ซึ่งให้บริการคอมพิวเตอร์ด้านการเรียนการสอนของวิทยาเขตปัตตานี บริการฝึกอบรมคอมพิวเตอร์แก่บุคลากรภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย และบริการคอมพิวเตอร์เพื่อสนับสนุนงานบริหารและบริการวิชาการของวิทยาเขตปัตตานี
เว็บไซต์ http://sport.pn.psu.ac.th/home.html
เว็บไซต์ : http://radio.oas.psu.ac.th/
สถานีวิทยุกระจายเสียง ม.อ.ปัตตานี
จากแนวโน้มของความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ (Resgionalization Internationalization) ของประชาคมโลกในยุคโลกาภิวัฒน์ (Globalization) และสังคมสารสนเทศ (Infromation Society) เป็นตัวเร่งความจำเป็นในการรู้เขารู้เรา เข้าใจและเข้าถึงประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศแถบสมุทรรัฐเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเหตุผลอันนี้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นดังกล่าว จึงสร้างความเข้าใจและความร่วมมือที่จำนำไปสู่ความเป็นมิตรประเทศที่ดีในภูมิภาคแถบสมุทรรัฐฯ ด้วยกัน อันประกอบด้วยประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไนดารุสลาม สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย เหตุผลสำคัญที่โครงการจัดตั้งสถาบันสมุทรรัฐฯ มุ่งศึกษาถึงกลุ่มประเทศเหล่านั้นมีอยู่ 4 ประการ คือ
ประการที่หนึ่งภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยอันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นอกจากมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่คล้ายคลึงกับประเทศแถบสมุทรรัฐฯ แล้ว ปัตตานีในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการค้า วัฒนธรรม และการศึกษาอิสลามในภูมิภาคนี้ ดังนั้นโครงการจัดตั้งสถาบันสมุทรรัฐฯ จึงดำริที่จะจัดรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัตตานีในอดีต-ปัจจุบัน ปัจจัยทางด้านการเมือง การปกครอง สังคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยตั้งชื่อ "มุมปัตตานี" (Pattani Corner) ภายใจโครงการจัดตั้งสถาบันสมุทรรัฐฯ
ประการที่สองประชากรในบริเวณจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย อันประกอบด้วยจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลานั้น มีลักษณะร่วมบางประการกับประชากรในกลุ่มประเทศแถบสมุทรรัฐฯ ทั้งในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม
ประการที่สามปัจจุบันมีความร่วมมือในระดับต่างๆ ระหว่างประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคแถบสมุทรรัฐฯ เช่น กลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) ประเทศผู้ไม่ฝักใผ่ฝ่ายใด (NAM) เขตการค้าเสรี (AFTA) และโครงการพัฒนาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ (IMT-GT) ความร่วมมือระหว่างประเทศเอเซียแปซิฟิก (APEC) ความร่วมมือดังกล่าวจะนำไปสู่การพัฒนาร่วมกันในอนาคต
ประการที่สี่ประเทศเพื่อนบ้านทางตอนเหนือ ทางตะวันออกและตะวันตกของประเทศไทย คือ ประเทศลาว กัมพูชา เวียดนามและพม่า ซึ่งมีวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี และความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์กับประเทศไทยอย่างใกล้ชิดตลอดมา มีแนวโน้มที่จะเป็นสมาชิก ASEAN ในอนาคตอันใกล้นี้ ดังนั้นโครงการจัดตั้งสมุทรรัฐฯ จึงเห็นว่าจำเป็นต้องศึกษาวิจัยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านเหล่านั้น เพื่อประโยชน์หลาย ๆ ด้าน เช่น ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง กฏหมาย และด้านส่งเสริมความร่วมมือและสร้างสรรค์ไมตรีอันดีต่อกันในอนาคต
“สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา จะเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยมีการวิจัยเป็นฐาน ”
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของภาคใต้ มีวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง เพื่อกระจาย โอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาสู่ภาคใต้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาในท้องถิ่นและเพื่อสนับสนุนการพัฒนาภูมิภาคเป็นมหาวิทยาลัยที่มีเจตนาก่อตั้ง ที่จะให้เป็นมหาวิทยาลัยหลายวิทยาเขต มุ่งมั่นที่จะให้สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นศูนย์กลาง ทางวิชาการระดับสูงเพื่อตอบสนองการพัฒนาภาคใต้ และเพื่อเป็นสถาบันที่สามารถรับใช้ชุมชนได้อย่างแท้จริง ด้วยเจตนารมณ์ของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการขยายเขตการศึกษาเพื่อเป็นการกระจายโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนมาที่จังหวัดภูเก็ต โดยวิทยาเขตภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ตำบลกระทู้ อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันความพร้อมด้านการผลิตบัณฑิตทั้งหมด 3 คณะ ซึ่งข้อมูลของวิทยาเขตภูเก็ตมีดังต่อไปนี้
เว็บไซต์วิทยาเขตภูเก็ต : http://www.phuket.psu.ac.th
| วิทยาเขตภูเก็ต |
|
สำนักงานอธิการบดีวิทยาเขตภูเก็ต ประกอบด้วย
1. ฝ่ายนโยบายและแผน
- งานประกันคุณภาพและควบคุมภายใน
เว็บไซต์ : http://www.phuket.psu.ac.th/qa
2. ฝ่ายจัดหาและบริหารทรัพยากร
- งานพัสดุ
เว็บไซต์ : http://www.phuket.psu.ac.th/asset
- งานอาคารสถานที่
เว็บไซต์ : http://www.phuket.psu.ac.th/building
- งานสวัสดิการและสิ่งแวดล้อม
เว็บไซต์ : http://www.phuket.psu.ac.th/assistant_and_evironmental
3. ฝ่ายวิทยบริการ
- งานทะเบียนกลาง
เว็บไซต์ : http://www.phuket.psu.ac.th/registra
4. ฝ่ายกิจการนักศึกษา
- งานหอพักนักศึกษา
เว็บไซต์ : http://www.phuket.psu.ac.th/dormitory
5. ฝ่ายธุรการและประชาสัมพันธ์
6. ฝ่ายการคลัง
7. ฝ่ายวิชาการ

ห้องสมุดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต เป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ และมีระบบสืบค้นหนังสือ On-line พร้อมฐานข้อมูลและวารสารอิเล็กทรอนิคส์ โดยนักศึกษาสามารถยืมคืนหนังสือระหว่างวิทยาเขต หรือสถาบันอื่น ๆ ที่มหาวิทยาลัยมีความร่วมมือได้ เวลาเปิดทำการ
เป็นผู้นำและศูนย์กลางที่ให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ และสื่อการศึกษาที่ดีที่สุดในภูมิภาคชายฝั่งทะเลอันดามัน
ศูนย์การเรียนรู้ (Learning Centre) เป็นหน่วยงานการให้บริการและ ปฏิบัติตามพันธกิจของมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางสนับสนุนการศึกษา ค้นคว้าและวิจัยในภูมิภาคชายฝั่งทะเลอันดามัน
1. เนื่องจาก ในสภาพปัจจุบัน การจัดแบ่งโครงสร้างของงานสนับสนุนการเรียนการสอนกับการปฏิบัติงานจริงไม่สอดรับกัน กล่าวคือ มีขั้นตอนการทำงานหลายขั้นตอน มีความซ้ำซ้อนในการทำงาน ทั้งนี้ เพราะมีการบริหารจัดการงานแบบรวมศูนย์บริการในเพียงบางส่วน ประกอบกับงานสนับสนุนการเรียนการสอน บางงานก็มีบุคลากร ค่อนข้างน้อย ขาดการประสานงานที่ดีต่อกัน ทำให้การปฏิบัติงานของบุคลากรไม่ชัดเจน ยากต่อการบริหารจัดการและติดตามงาน นอกจากนี้ ทรัพยากรสารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่นำมาใช้ก็มีค่อนข้างจำกัด จึงควรมีการบริหารจัดการทรัพยากรเหล่านั้น ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด ลักษณะงานภายใต้ศูนย์การเรียนรู้ มีดังนี้
1.1 กลุ่มงานห้องสมุด : ลักษณะงานที่ปฏิบัติ คือ งานบริการ งานเทคนิค งานจดหมายเหตุ งานจัดการทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์2. ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ความก้าวหน้าทางวิทยาการสื่อสารปัจจัย สำคัญที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ทำให้เกิดผลกระทบ ทั้งในแง่โอกาสและภัยคุกคามต่อทุกประเทศทั่วโลก ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องปฏิรูป ปรับปรุงและพัฒนาในทุก ๆ ด้าน อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของระบบราชการ รัฐบาลได้ผลักดันให้มีการปรับเปลี่ยนบทบาท ภารกิจ ระบบการเงิน โครงสร้างการบริหาร ขั้นตอน กระบวนการและวิธีการทำงานมีการเสริมสร้างระบบราชการให้ทันสมัย โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปฏิบัติงานและการให้บริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นส่วนราชการที่ได้รับผลกระทบกับความเปลี่ยนแปลง จึงได้กำหนด นโยบายและแผนพัฒนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อเป็นทิศทางในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย เพื่อให้สอดรับกับการพัฒนาประเทศและได้ออกมาตรการปรับโครงสร้างกำลังคน โดยให้คณะ/หน่วยงาน ปรับระบบการบริหารจัดการงานช่วยอำนวยการและงานสนับสนุนการเรียนการสอนเป็นแบบรวมศูนย์บริการ มีวัตถุประสงค์ในหลักการจัดโครงสร้างการบริหารแบบรวมศูนย์บริการ เพื่อให้สอดรับนโยบาย/แผนพัฒนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และสอดรับกับแผนพัฒนาเขตการศึกษาภูเก็ต ในการรวมศูนย์บริการ เพื่อประสานภารกิจ ดังนั้น การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น เพื่อเป็นศูนย์ที่รวบรวมทรัพยากรและกำลังคน ทางด้านห้องสมุด เทคโนโลยีสารสนเทศและโสตทัศนูปกรณ์มารวมไว้ด้วยกัน ในการให้บริการแก่คณะ/หน่วยงาน คณาจารย์ นักศึกษาและบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแบบ “ระบบบริการเบ็ดเสร็จที่จุดเดียว (one stop service)”
เว็บไซต์ : http://www.phuket.psu.ac.th/iac
ศูนย์กิจการนานาชาติ เป็นศูนย์ติดต่อประสานงานการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลนครินทร์กับมหาวิทยาลัยต่างๆ พร้อมนำเสนอข้อมูลด้านการศึกษาต่างประเทศและทุนการศึกษา
เว็บไซต์ http://www.pcc.psu.ac.th/psu_bic_pk/index.html
“ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต” เป็นศูนย์รวมในการเสริมสร้าง และพัฒนาผู้ประกอบการ โดยมุ่งเน้นวิสาหกิจที่ใช้นวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับสากล ที่สามารถนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และมั่นคง และเป็นหน่วยงานที่ส่งเสริม และบริหารจัดการทรัพย์สินางปัญญา และถ่ายทอดเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศ ภายใต้การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นความพึงพอใจของผู้รับบริการ
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักการแผนปฏิบัติการสร้างราชการใสสะอาดโดยกำหนดเป็นนโยบายสำคัญของทางราชการและ ประกาศเป็นแผนระดับชาติ กำหนดให้การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งให้กระทรวง กรม และ หน่วยงาน ของรัฐต่างๆดำเนินการตามแผนปฏิบัติการสร้างราชการใสสะอาดสนับสนุนและให้ความร่วมมือในการดำเนินการให้สามารถบรรลุผลอย่าง จริงจัง (ตามหนังสือที่ นร.0205/ว195 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2543 เรื่องแนวปฏิบัติการสร้างราชการใสสะอาด) และแจ้งส่วนราชการ ดำเนินการ 3 เรื่อง คือ
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2545 ก.พ. มีหนังสือขอความร่วมมือส่วนราชการดำเนินการ 3 เรื่องดังกล่าว แล้วรายงานไปยังสำนักงาน ก.พ. ภายใน 30 ตุลาคม 2546
วันที่ 28 กรกฎาคม 2546 มีการประชุมหารือเกี่ยวกับเรื่องแผนปฏิบัติการสร้างราชการใสสะอาดโดยได้มอบหมายให้ รองอธิการบดีฝ่ายระบบบริหารรับผิดชอบในเรื่องทั่วไปและรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาบุคลากรรับผิดชอบในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคล โดยมีกองการเจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ มหาวิทยาลัยได้แต่งตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องนี้เป็น 2 ระดับ คือ
- คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารศูนย์ประสานราชการใสสะอาด โดยมีอธิการบดีเป็นประธาน และรองอธิการบดีของวิทยาเขตต่าง ๆ เป็นคณะกรรมการและมหาวิทยาลัยได้รายงานผลการดำเนินงานให้สำนักงาน ก.พ. ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2546 ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2547 โดยได้ทำกิจกรรมดำเนินการอยู่ในระดับปกติ รายงานให้เข้าตามวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ 4 ด้าน คือ
สถาบันขงจื๊อภูเก็ต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(Confucius Institute at Phuket,Prince of Songkla University: CIP) ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขตการศึกษาภูเก็ตและมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ ภายใต้การรับรองและสนับสนุนจาก ฮั่นป้าน (The Office of Chinese Language Council International : HANBAN) แห่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน นั้น มีภารกิจและวัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาและวัฒนธรรมจีน การค้นคว้าวิจัย และการประชาสัมพันธ์เผยแพร่วัฒนธรรมจีน ตลอดจนเพื่อเป็นการกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างไทยและประเทศสาธารณรัฐประชาชน จีนให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น
สถาบัน ขงจื๊อภูเก็ต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นองค์กรที่มีการบริหารงานอิสระ พึ่งตนเองได้ และไม่หวังผลกำไร เป็นสถาบันที่สนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา อาจารย์ และบุคคลทั่วไป ได้มีโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาภาษาจีนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
มหาวิทยาลัยได้เริ่มโครงการขยายการศึกษามายังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ ปี 2533 โดยเริ่มตั้งแต่การจัดตั้งคณะทำงานศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ คณะทำงานเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าจังหวัด สุราษฎร์ธานี มีศักยภาพด้านต่าง ๆ สูง เหมาะสมที่จะจัดตั้งสถานศึกษาระดับสูงรองรับการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม กอปรกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีเอง โดยข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเอกชน ได้ให้ความสนับสนุนอย่างจริงจัง โครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุราษฎร์ธานีจึงพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฏร์ธานี เป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของภาคใต้ตอนบน ทำหน้าที่ผลิตบัณฑิต บริการวิชาการและทำนุบำรุงวัฒนธรรม มุ่งเน้นสร้างความเป็นเลิศในด้านทรัพยากรชีวภาพ เทคโนโลยีและการจัดการ โดยมีการวิจัยเป็นพื้นฐาน นี่คือวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฏร์ธานีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี มีภารกิจหลักในการสนับสนุนและส่งเสริมการวิจัยต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดมา ปัจจุบันวิทยาเขตสุราษฏร์ธานี มีผลงานวิจัยที่น่าสนใจและโดดเด่นมากมายที่ได้รับการยอมรับและตีพิมพ์ในวารสารต่างๆ มากมาย ทั้งวารสารในประเทศและวารสารต่างประเทศ ด้วยความพร้อมและศักยภาพด้านต่างๆ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี จึงมีความมุ่งมั่นที่ก้าวไปสู่การเป็นวิทยาเขตนานาชาติระดับขนาดกลาง เป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัยและบริการวิชาการของภาคใต้ตอนบน เป็นผู้นำและมีความเป็นเลิศในสาขาวิชาที่บูรณาการศาสตร์ด้านการจัดการเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม สำหรับทรัพยากรชีวภาพในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน สร้างสรรค์บัณฑิตให้เป็นปัญญาชนที่สามารถใช้ภาษาสากลและเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีขุมพลังจากบุคลากรที่มีความสามารถและเสียสละ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้องค์กรก้าวสู่ความเป็นเลิศทางการศึกษา โดยข้อมูลของวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
เว็บไซต์วิทยาเขตสุราษฏร์ธานี : http://www.surat.psu.ac.th
| วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี |
|
เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการจัดการศึกษาหลักสูตรระยะสั้นที่เป็นความต้องการของสังคม และจัดกิจกรรมบริการวิชาการเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และผลิตผลงานวิจัยถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
- การจัดกิจกรรมบริการวิชาการ เป็นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพองค์กรชุมชน บุคลากรทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เช่น การพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น การพัฒนาบุคลากรทางด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษามีภารกิจหลักในด้านการบริหารวิชาการ ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมในเชิงบูรณาการของทรัพยากรชีวภาพ การเกษตรโดยเฉพาะยางพารา และปาล์มน้ำมัน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางอุตสาหกรรมและสังคม โดยบริหารภายใต้แนวทางของการพัฒนาที่ยั่งยืนครบวงจร ทั้งนี้ครอบคลุมองค์ความรู้หลากหลายศาสตร์ที่เน้นการบูรณาการที่ใช้ในกระบวนการต่างๆ ในวงจรของผลิตภัณฑ์
มีภารกิจหลักในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาพื้นฐาน ทางด้านภาษาและการสื่อสาร การจัดการธุรกิจ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ให้แก่นักศึกษาทุกหลักสูตร ทุกคณะ ที่อยู่ในวิทยาเขตสุราษฏร์ธานีและเป็นหน่วยงานที่มีพันธกิจในการช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา และพัฒนา สังคม ท้องถิ่น
เป็นหน่วยงานทีมีหน้าที่รับผิดชอบ ในการให้บริการสนับสนุน และร่วมประสานภารกิจในการดำเนินงานด้านต่างๆ ขององค์กร ประกอบด้วย
- กลุ่มงานสนับสนุนวิชาการ ได้แก่ กิจกรรมบริการการศึกษา กิจกรรมทะเบียนและประเมินผล และกิจกรรมกิจการนักศึกษา
หอบรรณสารสนเทศจัดให้บริการอยู่ภายในอาคารบริการวิชาการกลาง มีระบบสืบค้นข้อมูล On-line ทั้งที่เป็นทรัพยากรสารสนเทศภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย รวมถึงฐานข้อมูลและวารสารอิเล็กทรอนิคส์ โดยนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยสามารถยืมทรัพยากรได้ด้วยตนเองจากห้องสมุดทุกวิทยาเขต และยืมระหว่างวิทยาเขตหรือห้องสมุดของสถาบันอื่น ๆ ภายใต้บริการระหว่างห้องสมุด นอกจากนี้ยังมีบริการพิเศษ ต่าง ๆ อาทิเช่น การยืม - คืน - จ่ายค่าปรับด้วยตนเอง บริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้าผ่าน msn ภายใต้ชื่อ lib_surat@hotmail.com บริการสื่อโสตทัศน์ในรูปแบบต่าง ๆ ภายในศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเอง การรายงานค้างส่ง - ค้างค่าปรับ - การจัดทำทรัพยากรให้บริการทุกวันจันทร์ผ่านเว็บไซต์ การขอรับบริการต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ เป็นต้น โดยติดตามข่าวสารการให้บริการได้ที่ http://lib.surat.psu.ac.th
เว็บไซต์ : http://lib.surat.psu.ac.th/web51/
เป็นห้องสมุดที่ให้บริการนักศึกษา วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี โดยเปิดให้บริการดังนี้
เปิด ภาคการศึกษา
จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 8.30 – 16.30 น.
ปิด ภาคการศึกษา
จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 – 16.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ ปิดบริการ
ศูนย์ปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และเครื่องมือกลาง เป็นศูนย์รวมการเรียนรู้การปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์และดูแลรับผิดชอบเครื่องมือกลางของวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
เว็บไซต์ http://www.surat.psu.ac.th/sur_camp/
เว็บไซต์ : http://opru.surat.psu.ac.th/index.php
หน่วยวิจัยปาล์มน้ำมัน ม.อ. สุราษฎร์ธานี สามารถดำเนินงานวิจัยและผลงานตีพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตปาล์มน้ำมัน วิทยาเขตหาดใหญ่ อีกทั้งได้รับสนับสนุนทุนวิจัยเพิ่มเติมจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี และบริษัทเอกชนต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ โดยผลงานวิจัยที่ทางหน่วยวิจัยได้ดำเนินการ สามารถถ่ายทอดความรู้เหล่านั้นให้แก่ภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิทยาเขตตรังเริ่มด้วยการเป็นโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง มีจุดเริ่มต้นจาก ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง และอุปนายก สภามหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ ได้มีหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ เรื่อง ขอให้ขยายวิทยาเขต ไปที่จังหวัดตรัง เนื่องจากจังหวัดตรังเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดทาง ภาคใต้ฝั่งตะวันตก และตัวจังหวัดยังเป็นศูนย์กลางของ จังหวัดทางภาคใต้ตอนกลางประกอบกับ จังหวัดตรังไม่มี สถาบันการศึกษา ระดับ อุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย)จึงได้มีการประชุมปรึกษาหารือ เรื่องการขยายการศึกษา ของมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ที่จังหวัดตรังระหว่างมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ และจังหวัดตรัง ที่ประชุม มีความเห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะเปิดหลักสูตร บางหลักสูตรที่จังหวัดตรัง ที่ประชุมจึงได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการขยายการศึกษาไปที่ จังหวัดตรังในหลักสูตรบริหารธุรกิจสาขา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ซึ่งต่อมาโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ เขตการศึกษาตรังมีสถานภาพเป็น โครงการจัดตั้งวิทยาเขต โดยความเห็นชอบตาม มติคณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2538 ในระยะเวลาต่อมา ทบวงมหาวิทยาลัยได้เสนอปรับปรุงโครงสร้างการขยายวิทยาเขต โดยเน้น ปรับปรุงรูปแบบการขยายงานจาก "วิทยาเขต" เป็น "วิทยาเขตสารสนเทศ" โครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เขตการศึกษาตรัง มีจุดเน้นของการพัฒนาวิชาการ โดย เน้นทางด้านสังคมศาสตร์ประยุกต์ธุรกิจ และอุตสาหกรรมการบริการ รวมทั้งเทคโนโลยี ที่ใช้ประกอบ ในเชิงธุรกิจ โดย วิทยาเขตตรัง ตั้งอยู่ที่ตำบลควนปริง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ซึ่งปัจจุบันความพร้อมด้านการผลิตบัณฑิตทั้งหมด 1 คณะ ซึ่งข้อมูลของเขตการศึกษาตรังมีดังต่อไปนี้
เว็บไซต์วิทยาเขตตรัง : http://www.trang.psu.ac.th
| วิทยาเขตตรัง |
|
หน่วยงานภายในวิทยาเขตตรัง ประกอบด้วยหน่วยงานย่อยที่ให้บริการทั้งนักศึกษา อาจารย์/บุคลากร
โดยมีหน่วยงานทั้งหมด 6 หน่วยงาน ดังนี้
งานห้องสมุด
เว็บไซต์ : http://library.trang.psu.ac.th/
งานสารสนเทศ IT
เว็บไซต์ : http://www.trang.psu.ac.th/ccenter/
งานโสตทัศนศึกษา
เว็บไซต์ : http://eds.trang.psu.ac.th/vision/
งานประกันคุณภาพ
เว็บไซต์ : http://eds.trang.psu.ac.th/ptw/QA/index.htm
กองทุนวิจัย
เว็บไซต์ : http://www.trang.psu.ac.th/rtrang/
สภานักศึกษา
เว็บไซต์ : http://eds.trang.psu.ac.th/ccenter/host/webstudentcouncil/INDEX.html

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขตการศึกษาตรัง มีโรงอาหารไว้สำหรับบริการนักศึกษา โดยจะเปิดบริการ ตั้งแต่ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-20.00 น. ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์ เปิดบริการเวลา 07.00-17.00 น. มีบริการทั้ง ข้าวแกง อาหารตามสั่ง และอาหารมุสลิม พร้อมเครื่องดื่มไว้ให้ลิ้มลองกันมากมาย และที่สำคัญ ราคาถูกด้วย
บรรยากาศในห้องเรียนในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีหลากหลายรสชาติ ห้องเรียนก็มีหลายขนาด ทั้งใหญ่ กลาง เล็ก มีเครื่องปรับอากาศให้พร้อมเสร็จ ให้นักศึกษานั่งเรียนกันอย่างสบาย ๆ
ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขตการศึกษาตรัง มุ่งเน้นสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ดำเนินการบริการสารสนเทศที่มีคุณภาพและสอดคล้องตามภาระกิจหลักของมหาวิทยาลัย โดยมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นฐานการดำเนินงานในการเป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์และ เข้าสู่การบริการในระดับสากล บริการของห้องสมุด วันและเวลาทำการ
- ยืม คืน หนังสือ วารสาร เทป ซีดี เปิดภาคเรียนม.อ. ตรังมีห้องปฎิบัติการคอมพิวเตอร์ ให้บริการ 5 ห้องด้วยกัน จำนวนคอมพิวเตอร์ประมาณ 300 เครื่อง ซึ่งใช้ในการเรียนการสอน และเปิดให้บริการนักศึกษานอกเวลาราชการ คือในวันธรรมดา จะเปิดให้บริการนักศึกษา ตั้งแต่เวลา 16.30-24.00 น. และในวันเสาร์-อาทิตย์ จะเปิดให้บริการ เวลา 08.30-16.30 น. และหยุดให้บริการในวันนักขัตฤกษ์ และช่วงการสอบ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขตการศึกษาตรัง ได้จัดบริการรถไว้สำหรับให้นักศึกษาได้ใช้งาน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกในการเดินทาง
มหาวิทยาลัยสงขานครินทร์ เขตการศึกษาตรัง ได้ให้บริการ ตู้ ATM สำหรับนักศึกษาได้ใช้งาน ซึ่งจะอยู่บริเวณทางเข้ามหาวิทยาลัย สำหรับตู้บริการนั้นเป็นของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักศึกษาในการ ฝาก-ถอน เงิน และชำระค่าบริการต่างๆ
ห้องสมุดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขตการศึกษาตรัง เป็นศูนย์บริการความรู้ ที่เพียบพร้อมไปด้วยทรัพยากรสารสนเทศที่มีคุณภาพและการบริการที่เป็นเลิศ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน การวิจัย และสนองตอบต่อความต้องการใฝ่รู้ของประชาคมมหาวิทยาลัยและสังคม

| วิทยาเขตหาดใหญ่ | ||
| วิทยาเขตปัตตานี | ||
| วิทยาเขตภูเก็ต | ||
| วิทยาเขตสุราษฏร์ธานี | ||
| เขตการศึกษาตรัง | ||

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ดำเนินการสอนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2522 โดยเปิดรับ นักศึกษาในหลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาเคมีศึกษาเป็นสาขาวิชาแรกและได้จัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2523 มีฐานะเป็นคณะหนึ่งในมหาวิทยาลัย โดยมีภาระกิจหลัก คือ ประสานงานในการจัดการเรียนการสอนระดับ บัณฑิตศึกษา รักษามาตรฐานการศึกษาและประกันคุณภาพการศึกษา ส่งเสริม สนับสนุนการค้นคว้าวิจัย และเป็นหน่วยงาน กลางในการรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา ปัจจุบันบัณฑิตวิทยาลัย มีหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 141 หลักสูตร แยกเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตร 4 สาขา วิชา หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง 6 สาขาวิชา หลักสูตรระดับปริญญาโท 96 สาขาวิชา และ หลักสูตรระดับปริญญาเอก 35 สาขาวิชา
เบอร์ติดต่อ 0-7442-9084 ,0-7428-6981-5,8, 0-7428-6996
คณะวิทยาศาสตร์ จะเป็นคณะที่ผลิตบัณฑิตชั้นนำของประเทศ และสร้างความเป็นเลิศด้านการวิจัยเฉพาะทาง
ผลิตบัณฑิตวิทยาศาสตร์ให้มีความรู้คู่คุณธรรม ถ่ายทอดและบริการวิชาการที่ถูกต้อง ทันสมัย วิจัยเน้นการพัฒนาภาคใต้ มุ่งสู่มาตรฐานระดับสากล
คณะวิทยาศาสตร์จัดตั้งขึ้นในปีเดียวกับการก่อตั้งมหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2510 โดยมีสำนักงานชั่วคราวที่ตึกคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อรับภาระงานสอนรายวิชาพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ให้แก่นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ และเป็นการเตรียมรับการขยายงานเพื่อก่อตั้งคณะวิชาด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์อื่นๆ ของมหาวิทยาลัยในอนาคต คณะฯ ได้รับนักศึกษารุ่นแรกเข้าศึกษาในสาขาวิชาเคมีและคณิตศาสตร์ จำนวน 54 คน ในปีพ.ศ. 2512 มีอาจารย์และข้าราชการเพียง 67 คน ประกอบด้วย 5 ภาควิชา และ 1 หน่วยวิชาเท่านั้น
ปัจจุบันคณะวิทยาศาสตร์ประกอบด้วย 11 ภาควิชา และ 5 หลักสูตร/ภาควิชา ได้แก่ กายวิภาคศาสตร์ คณิตศาสตร์ เคมี จุลชีววิทยา ชีวเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ เภสัชวิทยา วิทยาศาสตร์ทั่วไป สรีรวิทยา วิทยาการคอมพิวเตอร์ ได้แก่ วิทยาศาสตร์พอลิเมอร์ เทคโนโลยีชีวภาพและชีวโมเลกุลสารสนเทศ วัสดุศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และนิติวิทยาศาสตร์ มีการเปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรี 13 สาขาวิชา และระดับบัณฑิตศึกษา 27 สาขาวิชา
นอกเหนือจากภาระกิจด้านการเรียนการสอนแล้ว ภาระกิจหลักอีกอย่างหนึ่งของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก็คือการส่งเสริมด้านการบริการทางด้านวิชาการให้กับชุมชน โดยจะมีทั้งในรูปแบบของการให้คำปรึกษา และด้านการวิเคราะห์วิจัยต่างๆ อาทิเช่น การตรวจสอบคุณภาพน้ำ, การตรวจสอบโปรตีนในยาง และการวิเคราะห์ทางสถิติเป็นต้น

ผลิตวิศวกรและผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพในระดับสากล
คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อ. เป็นคณะแรกของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ที่รับนักศึกษาเข้าศึกษา และเป็นคณะที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการก่อตั้งมหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ.2510 นักศึกษารุ่นแรกมีจำนวน 50 คน
“อนึ่ง ม.อ.ย่อมาจาก มหิดลอดุลยเดช ซึ่งเป็นพระนามย่อของสมเด็จพระราชบิดา สมเด็จพระมหิตลาธิเบศวร์ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ชาวมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และบุคคลทั่วไปนิยมเรียกแทนชื่อเต็มของมหาวิทยาลัยฯ”
1.สำนักงานเลขานุการคณะฯ TEL : 0-7428-7107 FAX : 0-7421-2803 E-mail :sarrapee.s@psu.ac.th
2.ฝ่ายบริการวิชาการ TEL : 0-7428-7088-9
FAX : 0-7445-9399
E-mail : eng-service@eng.psu.ac.th
website : www.acaser.eng.psu.ac.th
3.ฝ่ายคอมพิวเตอร์ทางวิศวกรรมศาสตร์ TEL : 0-7428-7094 E-mail :info@eng.psu.ac.th
4.หลักสูตรการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ TEL : 0-7428-7430
5.ศูนย์วิศวกรรมพลังงาน TEL : 0-7421-2802 FAX : 0-7421-2802
6.ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า (Department of Electrical Engineering) http://www.ee.psu.ac.th TEL : 0-7428-7045-6 FAX : 0-7445-9395 E-mail : booncharoen.w@psu.ac.th
7.ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล (Department of Mechanical Engineering) http://www.me.psu.ac.th TEL : 0-7428-7035-6 FAX : 0-7421-2893 E-mail : mech@me.psu.ac.th
8.ภาควิชาวิศวกรรมโยธา (Department of Civil Engineering) http://www.ce.eng.psu.ac.th/civil/index.php TEL : 0-7428-7015-6 FAX : 0-7445-9396 E-mail : nsupit@eng.psu.ac.th หรือ supit.n@psu.ac.th หรือ jamsai.j@psu.ac.th
9.ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ (Department of Industrial Engineering) http://www.ie.psu.ac.th/TEL : 0-7421-2892 FAX : 0-7455-8829 E-mail : ie-psu@eng.psu.ac.th
10.ภาควิชาวิศวกรรมเคมี (Department of Chemical Engineering) http://homepage.eng.psu.ac.th/che TEL : 0-7428-7055-6 FAX : 0-7421-2896 E-mail : lupong.k@psu.ac.th
11.ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (Department of Computer Engineering) http://www.coe.psu.ac.th TEL : 0-7428-7075-6 FAX : 0-7421-2895 E-mail : darunee.s@psu.ac.th
12.ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และวัสดุ (Department of Mining and Materials Engineering) http://www.mne.psu.ac.th TEL : 0-7428-7065-6 FAX : 0-7421-2897 E-mail : thawatchai.p@psu.ac.th
13.สถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมัน TEL : 0-7428-7185
14.สถานวิจัยเทคโนโลยีเครือข่าย TEL : 0-7428-7075-6 (ติดต่อ รศ.ดร.สันชัย กมลภิวงศ์)
15.สถานวิจัยวิศวกรรมวัสดุ TEL : 0-7428-7321 (ติดต่อ รศ.ดร.พิษณุ บุญนวล)
16.สถานวิจัยเทคโนลีพลังงาน TEL : 0-7428-7035 (ติดต่อ รศ.กำพล ประทีปชัยกูร)
สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี สาขาวิชาวิศวกรรมเหมืองแร่ สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม สาขาวิชาวิศวกรรมการผลิต สาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุ สาขาวิชาวิศกรรมเมคาทรอนิกส์ และสาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์
หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต ระดับปริญญาโท รวม 11 สาขาวิชาสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี สาขาวิชาวิศวกรรมเหมืองแร่ สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุ สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการและระบบ สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรม (ภาคสมทบ) และสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (ภาคสมทบ)
หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรดุษฏีบัณฑิต ระดับปริญญาเอก รวม 5 สาขาวิชาสาขาวิชาวิศวกรรมเคมี สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และสาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุ

คณะทรัพยากรธรรมชาติ (Faculty of Natural Resources) ได้รับการจัดตั้งและประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 92 ตอนที่ 217 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2518 โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจือ สุทธิวนิช เป็นคณบดีคนแรก มีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติงานวิชาการ และการพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ ด้านการเกษตร การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรที่สามารถฟื้นฟูได้ เช่น ทรัพยากรเกษตร ประมง ดิน น้ำ ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม ผ่าน 3 กระบวนการหลัก คือ
1. การเรียนการสอน เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถในวิทยาศาสตร์ของการจัดการทรัพยากรในการผลิตอย่างยั่งยืน ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
2. การวิจัยเพื่อคิดค้นและพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาระบบ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับนำมาใช้ในการพัฒนาการผลิตทางการเกษตรและจัดการทรัพยากรทั้งในเชิงอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ สังคม และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม ตลอดจนแก้ไขปัญหาของชุมชน
3. การบริการวิชาการเพื่อนำความรู้และวิทยาการสมัยใหม่ที่ได้จากการค้นคว้าวิจัยเผยแพร่สู่สังคม ทั้งในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค ประเทศ และนานาชาติ
คณะทรัพยากรธรรมชาติรับนักศึกษารุ่นแรกในปี 2520 จำนวน 60 คน ในหลักสูตร วิทยาศาสตรบัณฑิต (เกษตรศาสตร์) สาขาวิชาพืชศาสตร์ สัตวศาสตร์ และพัฒนาการเกษตร และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (อุตสาหกรรมเกษตร) และเริ่มรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษาในปี 2530 ในหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ สาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร และสาขาวิชาพืชศาสตร์ และเริ่มรับนักศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพืชศาสตร์ ในปี 2543 ได้ผลิตบัณฑิตแล้ว ปริญญาตรี 28 รุ่น จำนวน 3,848 คน ปริญญาโท 19 รุ่น จำนวน 608 คน และปริญญาเอก 2 รุ่น จำนวน 4 คน
ปัจจุบันคณะทรัพยากรธรรมชาติ มี 6 ภาควิชา 2 หน่วยงาน ดังนี้
1. ภาควิชาพืชศาสตร์
2. ภาควิชาสัตวศาสตร์
3. ภาควิชาวาริชศาสตร์
4. ภาควิชาธรณีศาสตร์
5. ภาควิชาการจัดการศัตรูพืช
6. ภาควิชาพัฒนาการเกษตร
7. ฝ่ายวิจัยและบริการ
8. สำนักงานเลขานุการคณะฯ
คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ยึดพระราชดำรัสของพระบรมราชชนกเป็นปณิธานในการดำเนินงาน คือ
คณะทรัพยากรธรรมชาติจะเป็นคณะชั้นนำด้านการวิจัยเพื่อนำไปสู่คุณภาพในการผลิตบัณฑิตด้านการเกษตรและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นที่พึ่งของชุมชนในภูมิภาค
1. สร้างองค์ความรู้ด้านการเกษตรและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ผสมผสานระหว่างวิทยาการสมัยใหม่กับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การเรียนการสอนและสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพ สามารถทำงานที่ส่งผลต่อการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมในท้องถิ่น ประเทศ และภูมิภาคได้
2. ดำเนินการวิจัยในหัวข้อที่เป็นปัญหาสำคัญของภาคใต้เกี่ยวกับระบบการผลิตทางการเกษตร และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ได้มาซึ่งการเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพ โดยประหยัดต้นทุน/ทรัพยากร
3. ดำเนินการเผยแพร่ความรู้ ให้บริการวิชาการ สนับสนุนการแก้ปัญหา ด้านการเกษตรและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติแก่ชุมชนในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
1. ผลิตบัณฑิตด้านการเกษตรและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่มีความรู้ตามมาตรฐานสากล ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีดุลยภาพ และยั่งยืน ใฝ่การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างงานประกอบอาชีพ และมีคุณธรรม จริยธรรม มนุษยสัมพันธ์ ตลอดทั้งกระจายโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา
2. วิจัยด้านการเกษตรและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่มีความหลากหลาย มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ เน้นการแก้ปัญหาสำคัญของภูมิภาคในระบบการผลิต การพัฒนาและการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ
3. สร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านการเกษตรและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพ สามารถถ่ายทอดให้บริการสู่ชุมชนได้ และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นอันนำไปสู่การเป็นที่พึ่งของชุมชน
หลักสูตรและสาขาวิชาต่าง ๆ ของคณะทรัพยากรธรรมชาติที่เปิดสอนในปัจจุบัน ดังนี้
หลักสูตรระดับปริญญาตรี 2 หลักสูตร คือ
รับนักศึกษาปริญญาตรีปีละประมาณ 400 คน ผ่านกระบวนการรับกับ สกอ. รับตรงของมหาวิทยาลัย และโครงการรักเกษตร หลักสูตรบัณฑิตศึกษารับผ่านรวมกับบัณฑิตวิทยาลัย และรับตรงที่คณะตลอดปี ขณะนี้มีนักศึกษาปริญญาตรีจำนวน 1,281 คน ปริญญาโทจำนวน 256 คน และปริญญาเอกจำนวน 29 คน

มุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านอุตสาหกรรมเกษตรระดับสากลเพื่อรับใช้สังคมอย่างมีคุณภาพ
คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่สำคัญในภาคใต้ที่มีส่วนในการพัฒนา อุตสาหกรรมเกษตรแก่ประเทศไทยโดยเฉพาะภาคใต้ เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาอุตสาหกรรมเกษตร ตั้งแต่ปี 2519 และในปี 2530 ได้เปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร และสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ โดยอยู่ในความดูแลของภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะทรัพยากรธรรมชาติ ต่อมาจึงได้รับการยกระดับจากภาควิชา ให้เป็นหน่วยงานระดับคณะ เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมเกษตรให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีการแบ่งโครงสร้างเป็น 5 หน่วยงาน คือ ภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพอุตสาหกรรม ภาควิชาเทคโนโลยีวัสดุภัณฑ์ ภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหการเกษตร และสำนักงานเลขานุการคณะ ต่อมาได้มีการจัดตั้งหน่วยงานภายในโดยผ่านการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย เพื่อประสานงานด้านบริการวิชาการ ประกอบด้วยศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรเพื่อการส่งออก และศูนย์สอบเทียบเครื่องมือวัด
ปัจจุบันคณะอุตสาหกรรมเกษตร นับเป็นคณะที่ 14 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญในการผลิตบัณฑิตทั้งระดับปริญญาตรี ในสาขาวิชาอุตสาหกรรมเกษตร สาขาวิชาเทคโนโลยีวัสดุภัณฑ์ สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร ระดับปริญญาโท ในสาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ สาขาวิชาเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ประมง และระดับปริญญาเอก ในสาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร และสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ

ผู้นำด้านการศึกษา วิจัย และบริการวิชาการด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมในเชิงบูรณาการของภาคใต้ มุ่งสู่มาตรฐานในระดับสากล
ปี พ.ศ. 2531 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ดำเนินการจัดตั้งหลักสูตรปริญญาโท สาขาการจัดการสิ่งแวดล้อมขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมาย ที่จะผลิตมหาบัณฑิตทางด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อสนองตอบความต้องการนักวิชาการด้านนี้ของประเทศ และเพื่อสนับสนุน และส่งเสริม การวิจัยในประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และนำผลวิจัยเข้าถึงประชาชนกลุ่มที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง หรือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ โดยเน้นที่ จะให้ความรู้ ทักษะ และวิธีการในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจน การประเมินผลกระทบ จากกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจ และ สังคมที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในระยะแรกหลักสูตรดังกล่าว อยู่ในความรับผิดชอบ ของบัณฑิตวิทยาลัย และมีการสอนแบบสหสาขาวิชา โดย 15 ภาควิชาใน 5 คณะ คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ และ คณะแพทยศาสตร์
ต่อมา มหาวิทยาลัยฯ ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะให้มีคณะการจัดการสิ่งแวดล้อมขึ้น เพื่อรับผิดชอบหลักสูตรดังกล่าว และ เพื่อสนับสนุนให้มีการขยายขีดความสามารถ ในด้านการสอน และการวิจัย ตลอดจนการช่วยเหลือ และชี้นำสังคมเกี่ยวกับการจัดการปัญหา สิ่งแวดล้อม ให้มากยิ่งขึ้น จึงได้จัดตั้งเป็น โครงการจัดตั้งคณะการจัดการสิ่งแวดล้อม ขึ้นในปี พ.ศ. 2535 และได้รับการจัดตั้งเป็น คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม ในปี พ.ศ. 2539
คณะฯ ได้จัดการบริหาร ดังนี้
เว็บไซต์คณะแพทยศาสตร์ : http://medinfo.psu.ac.th
เว็บไซต์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ : http://hospital.psu.ac.th
เป็นคณะแพทยศาสตร์ชั้นเลิศที่มุ่งสู่ระดับนานาชาติ
คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จัดตั้งขึ้น เพื่อแก้ใขปัญหาทางด้านสาธารณสุขของภาคใต้และของประเทศ และแก้ปัญหาความขาดแคลนบุคลากรทางด้านการแพทย์ โดยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2515 ได้มีประกาศราชกิจจานุเบกษา ให้คณะแพทยศาสตร์ เป็นหน่วยงานระดับคณะของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2515 โดยรับนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 35 คน ในเดือนมิถุนายน 2516 โดยระยะแรกใช้สถานที่ของคณะวิทยาศาสตร์ เป็นที่เรียนภาคทฤษฎี และใช้โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลา เป็นที่เรียนภาคปฏิบัติ โดยเดือนมีนาคม 2522 มีบัณฑิตที่จบการศึกษารุ่นแรกจำนวน 31 คน
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2519 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จ พระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์โรงพยาบาลคณะแพทยศาสตร์ เพื่อให้เป็นสถาบันทางด้านการศึกษาวิจัย การรักษาพยาบาลและฝึกงานของบุคลากร ทางด้านการแพทย์ทุกแขนง และได้พระราชทานนามของโรงพยาบาลในภายหลังว่าโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จนกระทั่ง 18 กันยายน 2529 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงกระทำพิธีเปิดโรงพยาบาลแห่งนี้ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เป็นโรงพยาบาลที่ใช้ในการเรียน การสอน และการรักษาพยาบาลของคณะ และเปิดบริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนทั่วไป ปัจจุบัน สามารถเปิดบริการรับคนไข้ใน ได้ จำนวน 635 เตียง
คณะแพทยศาสตร์ ประกอบด้วยภาควิชาวิสัญญีวิทยา ชีวเวชศาสตร์ เวชศาสตร์ชุมชน อายุรศาสตร์ สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา จักษุวิทยา ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์และกายภาพบำบัด โสต ศอ นาสิกวิทยา พยาธิวิทยา กุมารเวชศาสตร์ จิตเวชศาสตร์ รังสีวิทยา ศัลยศาสตร์


เว็บไซต์คณะทันตแพทย์ : http://www.dent.psu.ac.th/
เว็บไซต์โรงพยาบาลทันตกรรม : http://www.dent.psu.ac.th/unit/jhospital/
เป็นสถาบันชั้นนำทางวิชาการด้านทันตแพทยศาสตร์ ระดับประเทศ ในปี พ.ศ. 2550
ผลิตบุคลากร ผลงานวิชาการ และการบริการทางทันตกรรมที่มีคุณภาพได้มาตรฐานระดับสากลด้วยความภาคภูมิใจ ภายใต้การทำงานเป็นทีม เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีของประชาชน
คณะทันตแพทยศาสตร์ ประกอบด้วยภาควิชาคือ ภาควิชาชีววิทยาช่องปากและระบบการบดเคี้ยว ภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์ ภาควิชาทันตกรรมป้องกัน ภาควิชาทันตกรรมอนุรักษ์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ และ ภาควิชาโอษฐวิทยา

เว็บไซต์คณะเภสัชศาสตร์ : http://www.pharmacy.psu.ac.th
เว็บไซต์หน่วยเภสัชสารสนเทศ : http://drug.pharmacy.psu.ac.th
เป็นสถาบันชั้นนำทางเภสัชศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งทำหน้าที่สร้างบัณฑิต และเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนโดยมีการวิจัยเป็นฐาน
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นสถาบันการศึกษาขั้นสูงในสาขาเภสัชศาสตร์ ที่ดำเนินการเปิดสอนในระดับปริญญาตรีขึ้นไป เป็นแห่งแรกในภาคใต้ โดยเริ่มจัดตั้งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตามการอนุมัติของรัฐบาลใน พ.ศ. 2515 คณะเภสัชศาสตร์ได้รับการจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2521 ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา และสภามหาวิทยาลัยได้แต่งตั้งให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภญ.ดร. สุนาลินี นิโครธานนท์ เป็นคณบดีคนแรก เริ่มเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกตามหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต เมื่อปีการศึกษา 2522 จำนวน 19 คน โดยนักศึกษาในรุ่นแรกนี้ เป็นนักศึกษาที่รับจากการสอบตรงทั้งหมด นับถึงปีการศึกษา 2549 คณะฯ ได้รับนักศึกษามาแล้ว 28 รุ่น และได้ผลิตเภสัชกรออกไปทำงานรับใช้สังคมประมาณ 2,000 คน

คณะวิทยาการจัดการ เป็นคณะชั้นนำในภาคใต้ ที่จัดการเรียนการสอนและวิจัยในด้านการจัดการทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในระดับท้องถิ่นและนานาชาติ ภายในปี 2555
คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มุ่งเน้นการจัดการศึกษา ด้านการจัดการในเชิงทฤษฎีและประยุกต์ใช้ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ สร้างผลงานวิจัย บริการวิชาการแก่สังคมและชุมชน เพื่อนำไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ
คณะวิทยาการจัดการ จัดตั้งขึ้นเป็นคณะที่ 7 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดการรับนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา 2519 แต่เดิมนั้นได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการทบวงมหาวิทยาลัยให้จัดตั้งขึ้นในนาม “คณะสังคมศาสตร์” ที่วิทยาเขตหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2517 ต่อมามหาวิทยาลัย เห็นว่าตามหลักการเดิม มหาวิทยาลัยแบ่งออกเป็น 2 ศูนย์ คือ ศูนย์ทางวิทยาเขตหาดใหญ่ ให้เป็นศูนย์ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และศูนย์ทางวิทยาเขตปัตตานี ให้เป็นศูนย์ทางด้านศิลปวัฒนธรรมและสังคมศาสตร์ แต่เนื่องจากคณะสังคมศาสตร์นี้จะจัดตั้งในวิทยาเขตหาดใหญ่ สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติการเปลี่ยนชื่อเป็น “คณะวิทยาการจัดการ” ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2518
คณะวิทยาการจัดการประกอบด้วย 2 ภาควิชา คือ ภาควิชาบริหารธุรกิจ ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์

คณะศิลปศาสตร์ เป็นคณะชั้นนำทางวิชาการด้านมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ในระดับชาติและนานาชาติ
คณะศิลปศาสตร์ จัดตั้งขึ้นตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกาเล่ม 114 ตอนที่ 47 ก ลงวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2540 เพื่อรองรับและดำเนินการจัดการเรียนการสอนทางด้านวิชาศึกษาทั่วไป สนอบตอบต่อการผลิตบัณฑิตที่พึงประสงค์ของมหาวิทยาลัย ผลิตบัณฑิตศิลปศาสตร์สาขาต่าง ๆ ทั้งในระดับปริญญาตรี และระดับบัณฑิตศึกษา พัฒนาการวิจัยรวมทั้งการให้บริการวิชาการแก่ท้องถิ่น ทั้งนี้โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น 2 ภาควิชา คือ ภาควิชาสารัตถศึกษา และภาควิชาภาษาและภาษาศาสตร์ สีประจำคณะศิลปศาสตร์ คือ สีแดงส้ม

“เป็นองค์กรผลิตบัณฑิต วิจัย และบริการวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชุมชนท้องถิ่นและระดับประเทศ”
“แสวงปัญญา พัฒนาคน: Seek Wisdom, Develop People”
คณะเศรษฐศาสตร์เปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ตั้งแต่ปีการศึกษา 2534 ต่อมาในปีการศึกษา 2542 ได้เปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาธุรกิจเกษตร เป็นแห่งแรกในประเทศไทยและแห่งเดียวในภาคใต้ และในเดือนกันยายน 2546 สภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้อนุมัติจัดตั้งคณะเศรษฐศาสตร์ขึ้นเป็นแห่งแรกของภาคใต้ โดยในการจัดตั้งในครั้งนี้ ได้ระดมทรัพยากรหลักจากภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะทรัพยากรธรรมชาติ และคณาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากคณะวิทยาการจัดการ ปัจจุบันคณะเศรษฐศาสตร์มีการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์บัณฑิต และเศรษฐศาสตร์บัณฑิต (เศรษฐศาสตร์เกษตร) และหลักสูตรปริญญาโท 1 หลักสูตร คือ ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการจัดการธุรกิจเกษตร
ปัจจุบันคณะฯ ตั้งอยู่ที่อาคาร 2 ชั้น 2 ของคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ตึกของคณะเศรษฐศาสตร์อยู่ในระหว่างการก่อสร้างบริเวณใกล้กับคณะศิลปศาสตร์ และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2552
1. สำนักงานคณะเศรษฐศาสตร์
2. สาขาเศรษฐศาสตร์
3. สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร
4. หลักสูตรปริญญาโทการจัดการธุรกิจเกษตร

เป็นคณะชั้นนำของชาติ ที่สร้างองค์ความรู้ ผลิตบัณฑิตทางนิติศาสตร์เพื่อรองรับพลวัตทางสังคม
วิชากฎหมายเป็นวิชาชีพสำคัญวิชาหนึ่งของสังคมส่งผลสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของชาติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความสงบสุข ความมีระเบียบความเป็นธรรมในสังคมและโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ ที่มุ่งเน้นการวิจัยกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมท้องถิ่นภาคใต้ได้ สภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงเห็นชอบและสนับสนุนให้มีคณะนิติศาสตร์ขึ้น และมีการเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2545
ได้ประกาศมีการจัดตั้งคณะนิติศาสตร์ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 โดยมีสาขาวิชาที่เปิดสอนคือ สาขาวิชากฎหมายธุรกิจ สาขาวิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สาขาวิชากฎหมายมหาชน สาขาวิชากฎหมายระหว่างประเทศ

เป็นคณะชั้นนำในการจัดการศึกษาทางด้านการแพทย์แผนไทยในภูมิภาค
การแพทย์แผนไทย เป็นการแพทย์ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาตั้งแต่อดีต เป็นการแพทย์ที่อาศัยความรู้และภูมิปัญญาของคนไทยที่ได้ทดลอง ปฏิบัติจริงแล้วได้ผลสะสมถ่ายทอดสืบต่อกันมา แม้ว่าในระยะหลังการแพทย์แผนไทยจะถูกแทนที่ด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันและถูกละเลย แต่การแพทย์แผนไทยก็ยังไม่สูญหายไปจากสังคมไทย เนื่องจากยังเป็นที่ต้องการเพื่อใช้ในการรักษา ดูแลสุขภาพของคนไทยส่วนหนึ่ง และมีการศึกษาถ่ายทอดโดยหมอแผนโบราณทั้งในรูปส่วนบุคคลและในรูปขององค์กรเอกชนในลักษณะของชมรมหรือสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์และเภสัชกรรมไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จัดเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในภาคใต้ และมีปณิธานที่จะให้เป็นที่พึ่งของสังคม จึงเห็นว่าควรจะมีบทบาทที่จะจัดการศึกษาศาสตร์ทางด้านการแพทย์แผนไทยในระดับอุดมศึกษา เพื่อเป็นการอนุรักษ์ ศึกษา วิจัยและพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และประเทศชาติ ดังนั้นจึงได้มีการบรรจุหลักสูตรการแพทย์แผนไทยไว้ในแผนฯ 9 ของมหาวิทยาลัย และได้ดำเนินการเพื่อจัดทำหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย โดยหลักสูตรดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาวิชาการ เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2547 และผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ 272(5/2547) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2547
คณะเทคนิคการแพทย์ ผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรมและมีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านการวิจัยและการบริการวิชาการ ในระดับมาตรฐานสากล
เทคนิคการแพทย์เป็นวิชาชีพที่มีใบประกอบโรคศิลป์ ภายใต้พระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. 2547 โดยมีสภาเทคนิคการแพทย์ทำหน้าที่ควบคุมดูแลการประกอบวิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เพื่อให้ได้ซึ่งตัวอย่างทางการแพทย์ และการดำเนินการโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการตรวจ ทดสอบ วิเคราะห์ วิจัย และการรายงานผลการตรวจ เพื่อช่วยในการวินิจฉัย การติดตาม การรักษา การพยากรณ์โรค และการป้องกันโรค หรือเพื่อการประเมินภาวะสุขภาพ และสามารถประยุกต์องค์ความรู้ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านเวชศาสตร์ชันสูตร
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ ได้ผ่านการพิจารณาโดยสภาวิชาการในคราวประชุมครั้งที่ 93 (4/2550) เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2550 และได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย ในการประชุมครั้งที่ 297(4/2550) เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2550 โดยเปิดสอนเป็นหลักสูตร 4 ปี เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ปีการศึกษา 2551 มุ่งเน้นผลิตบัณฑิตนักเทคนิคการแพทย์ที่มีวิสัยทัศน์ มีคุณธรรม จริยธรรมและมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถเรียนรู้และทำวิจัยด้วยตนเอง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการแพทย์ เน้นการป้องกันโรคและการส่งเสริมสุขภาพถ้วนหน้า จัดการศึกษาที่สอดคล้องกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม และให้ความร่วมมือกับสถาบันและองค์กรต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้บริการวิชาการแก่สังคม และสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ
คณะเทคนิคการแพทย์เป็นหน่วยงานใหม่ ปัจจุบันมีการจัดการบริหารงานแบบรวมศูนย์ มีสำนักงานคณะเป็นศูนย์กลาง ให้บริการสนับสนุนงานต่างๆ ทั้งงานบริหาร งานการเรียนการสอน งานบริการวิชาการ และการวิจัย มีผู้อำนวยการคณะเทคนิคการแพทย์ เป็นผู้บริหารสูงสุด และมีคณะกรรมการบริหารหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ ทำหน้าที่ให้ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ให้ความเห็นชอบในการบริหารงานขององค์กร การดำเนินกิจกรรมต่างๆของโครงการจัดตั้งคณะฯ เสนอผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำโครงการจัดตั้งคณะเทคนิคการแพทย์
แผนในอนาคตจะจัดโครงสร้างการดำเนินกิจกรรมทางวิชาการเป็น 6 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาเคมีคลินิก สาขาวิชาจุลชีววิทยาคลินิก สาขาวิชาจุลทรรศนศาสตร์คลินิก สาขาวิชาภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิกและธนาคารเลือด สาขาวิชาโลหิตวิทยาคลินิก และ สาขาวิชาปรสิตวิทยา
ปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์
คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เน้นการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นเลิศให้แก่บัณฑิตในด้านสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก สัตว์น้ำ นกเขาชวาเสียง อาหารปลอดภัย อาหารฮาลาล อาหารที่มาจากสัตว์น้ำ อีกทั้งยังมีการเปิดสอนทางด้าน epidemiology ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาของความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัย
เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถตาม พ.ร.บ. วิชาชีพสัตวแพทย์ พ.ศ. 2545 ดังต่อไปนี้
1. มีความสามารถในการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค การป้องกันโรค การบำบัดรักษา หรือการกำจัดโรคสัตว์
2. มีความรู้ด้านการปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการชันสูตรและวิจัยทางด้านสัตวแพทย์
3. มีความรู้ด้านการผลิต ขยายพันธุ์สัตว์ ตลอดจนป้องกันและควบคุมปัญหาที่เป็นอุปสรรคในการผลิตสัตว์
4. มีความรู้ในด้านอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ และชีวภัณฑ์สำหรับสัตว์ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ตลอดจนอุตสาหกรรมอาหารที่ได้จากสัตว์
5. มีความรอบรู้ และตระหนักในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาอันอาจเกิดจากโรคระบาดสัตว์สู่คน รวมทั้งโรคติดต่อในคนซึ่งมีสัตว์เป็นพาหะหรือเป็นรังโรค
6. มีความรู้พื้นฐานในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ทั้งในสาขาสัตวแพทยศาสตร์ และสาขาอื่น ที่เกี่ยวข้อง
7. เป็นสัตวแพทย์ที่ดี มีคุณธรรม มีจรรยาบรรณและเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพสัตวแพทย์
8. มีความรู้ในด้านการโภชนาภิบาลด้านสุขศาสตร์การอาหารและการปนเปื้อนในอาหารที่มีต้นกำเนิดมาจากสัตว์
เพื่อสร้างองค์กรที่มีศักยภาพทั้งด้านการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ ด้านปศุสัตว์ และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ เพื่อพึ่งพาตนเองและเป็นที่พึ่งแก่สังคมได้ ทำให้เกิดการประสานงานเป็นเครือข่ายเกี่ยวกับองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับสัตว์ครอบคลุมการดำเนินงานของประเทศและภูมิภาค
เนื่องจากปัจจุบันได้มีคณะสัตวแพทยศาสตร์ทั้งที่ผ่านการรับรองหลักสูตรโดย สัตวแพทยสภา 6 สถาบัน รวมทั้งสถาบันอื่นๆ ที่อยู่ในขั้นตอนการขอรับรองหลักสูตรอีกจำนวนหนึ่ง ทำให้เราสามารถเห็นภาพได้ว่าจำนวนสัตวแพทย์ที่ผลิตได้ในประเทศไทยนั้นน่าจะไม่ขาดแคลน แต่ปัญหาคือเมื่อผลิตแล้วกระจุกตัวในเมืองใหญ่ และมักประกอบอาชีพด้วยการทำคลินิกรักษาสัตว์เล็ก เนื่องจากสัตวแพทย์มีทางเลือกที่จะประกอบอาชีพส่วนตัวได้ สำหรับในภาคใต้ตอนล่าง แม้จะมีสัตวแพทย์เจ้าหน้าที่ของรัฐในอัตราส่วนเช่นเดียวกับในภาคอื่นๆ แต่ก็ให้บริการทางสัตวแพทย์ได้ ไม่ทั่วถึงเนื่องมาจากมีเกษตรกรรายย่อยมากและมีปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ด้วย
ดังนั้นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงดำเนินการดำเนินการโครงการจัดตั้งคณะสัตวแพทยศาสตร์ ขึ้นเพื่อพัฒนาเป็นคณะสัตวแพทยศาสตร์ซึ่งผลิตสัตวแพทย์ที่เป็นคนในพื้นที่ ผ่านการศึกษาสัตวแพทย์ในหลักสูตรที่สอดคล้องกับสังคมพหุวัฒนธรรม และสามารถสื่อสารกับคนในพื้นที่ด้วยภาษาท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากหน้าที่ที่ต้องดูแลสุขภาพสัตว์ สุขภาพคน และสุขภาพสิ่งแวดล้อม
โครงการจัดตั้งคณะสัตวแพทยศาสตร์เป็นหน่วยงานใหม่ มีการดำเนินงานต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ งานบริหาร การเรียนการสอน งานบริการวิชาการ และการวิจัย มีประธานโครงการจัดตั้งคณะสัตวแพทยศาสตร์เป็นผู้บริหาร ซึ่งอยู่ในความดูแลของรองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา และมีคณะกรรมการดำเนินงานโครงการจัดตั้งฯ ทำหน้าที่ให้ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ให้ความเห็นชอบในการบริหารงานขององค์กร การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของโครงการจัดตั้งคณะฯ เสนอผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการดำเนินงานโครงการจัดตั้งฯ
ปริญญาตรี สัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต (จะเปิดรับนักศึกษาในปี 2556)
ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยมีมติอนุมัติในหลักการให้จัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติในคราวประชุมครั้งที่ 300 (7/2550) เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2550 และกำหนดกรอบภาระงานของ วิทยาลัยนานาชาติ (University International College : UIC) ไว้ดังนี้
1. รับผิดชอบการเปิดสอนหมวดวิชาการศึกษาทั่วไปเป็นภาษาอังกฤษ
2. การเปิดหลักสูตรนานาชาติที่มหาวิทยาลัยเปิดสอนเอง
3. การเปิดหลักสูตรร่วมกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ
4. การเปิดหลักสูตรใหม่ร่วมกับคณะเจ้าของศาสตร์
5. เป็นฐานการสอน English Program ให้หลักสูตร Billingual
6. เตรียมความพร้อม/ปรับพื้นฐานด้านภาษาให้กับนักศึกษา อาจดำเนินการร่วมกับสถาบันภาษา
1. สาขาวิชาภาษาจีนศึกษา (Chinese Language Studies) ปีการศึกษา 2553
2. หลักสูตร Information Communication Technology (ICT) ปีการศึกษา 2553
3. หลักสูตร Islamic Management ปีการศึกษา 2554
4. หลักสูตร Accounting Information System (AIS) ปีการศึกษา 25xx

ผลิตและพัฒนาบัณฑิตทางศึกษาศาสตร์ ที่มีมาตรฐานวิชาชีพและสร้างผลงานทางวิชาการที่มี คุณภาพระดับสากลในปี พ.ศ. 2555
คณะศึกษาศาสตร์ ได้เปิดสอนเป็นคณะที่สอง ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เมื่อปีที่ พ.ศ.2511 รับนักศึกษารุ่นแรก จำนวน 60 คน เป็นนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์ จำนวน 35 คน และสาขาศิลปศาสตร์ จำนวน 25 คน ใช้อาคารเรียน ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่กรุงเทพมหานคร ต่อมาได้ย้ายมาเรียนที่ ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2511 (ซึ่งมหาวิทยาลัยได้กำหนด วันดังกล่าว เป็น วันรูสะมิแล) มีอาจารย์จำนวน 11 คน ศาสตราจารย์นพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา เป็นคณบดีคนแรก คณะศึกษาศาสตร์นับเป็นคณะแรกของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่เปิดสอน ในภาคใต้
ในระยะแรก คณะศึกษาศาสตร์ มีวัตถุประสงค์ผลิตครูระดับปริญญาตรี ที่สอนระดับมัธยมศึกษา ในเขต 14 จังหวัดภาคใต้ และเพื่อขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาในวิชาการศึกษา ออกไปสู่ส่วนภูมิภาคให้สอดคล้อง กับนโยบายของรัฐ ตามแผน พัฒนาภาคใต้ พร้อมกันนั้นจะร่วมมือกับ ชุมชนในการปรับปรุงการศึกษา และยกระดับ วิทยฐานะ ของครูอาจารย์ให้สูงขึ้นด้วย ปีการศึกษา 2511 เป็นปีแรกที่ คณะศึกษาศาสตร์ เปิดทำการสอน ในสาขาวิชาเอกคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ทั่วไป ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยและสังคมศาสตร์ ต่อมาคณะศึกษาศาสตร์ ขยายภารกิจเพื่อตอบสนอง ความต้องการของสังคม ตามศักยภาพและความพร้อม โดยมีพัฒนาการมาตามลำดับ โดยปัจจุบันประกอบด้วยภาควิชาพลศึกษา การศึกษา บริหารการศึกษา เทคโนโลยีการศึกษา จิตวิทยาและการแนะแนว ประเมินผลและวิจัยทางการศึกษา โรงเรียนสาธิต และโรงเรียนอนุบาลสาธิต

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์จะเป็นคณะวิชาที่มีความเป็นเลิศในการผลิตบัณฑิตและพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อสร้างปัญญาให้แก่สังคม
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้จัดตั้งขึ้นตามโครงการที่ได้กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2515-2519) เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2517 โดยทบวงมหาวิทยาลัยได้ อนุมัติให้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดตั้งคณะมนุษยศาสตร์และต่อมาได้อนุมัติให้เปลี่ยนชื่อเป็นคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2518 เพื่อสนองนโยบายที่คณะกรรมการพัฒนาภาคใต้ได้วางไว้ว่าจะให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นศูนย์ทางด้านศิลปวัฒนธรรมและสังคม
ปัจจุบันคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ประกอบด้วย 8 ภาควิชา คือ ภาควิชาภาษาไทย ภาควิชาภาษาตะวันตก ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ ภาควิชาปรัชญาและศาสนา ภาควิชาประวัติศาสตร์และศิลปะ ภาควิชาภาษาตะวันออก และภาควิชาภูมิศาสตร์

เป็นคณะชั้นนำในการผลิตบัณฑิต วิจัย และบริการวิชาการแก่สังคม ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เริ่มขึ้นในปีพุทธศักราช 2521 เนื่องจากความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาวิทยาเขตปัตตานี ให้เป็นวิทยาเขตที่สมบูรณ์ กล่าวคือ ให้มีคณะทางด้านวิทยาศาสตร์ที่มีศักยภาพและมีความสามารถในการพัฒนาภาคใต้ เพื่อผลทางด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงของชาติ เพิ่มจาก 2 คณะที่มีอยู่เดิมคือ คณะศึกษาศาสตร์ และ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจัดตั้ง “คณะวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์” ขึ้น
ต่อมาได้มีการปรับปรุงโครงการจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์ ทรัพยากรของภาคใต้ และให้สนองนโยบายของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในช่วงกลางปีพุทธศักราช 2524 จึงได้เปลี่ยนชื่อคณะเป็น “คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”คณะกรรมการได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขโครงการจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย ทบวงมหาวิทยาลัย ตามลำดับ และเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2528 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้จัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงจัดตั้งเป็นคณะลำดับที่ 3 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
ปัจจุบันคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วยหน่วยงานภายในดังนี้

คณะศิลปกรรมศาสตร์ จะเป็นผู้นำทางด้านศิลปกรรมในภูมิภาคจนถึงระดับชาติและสากล
ดำเนินกิจกรรมตามแนวพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยมุ่งเน้นพันธกิจ 4 ประการ คือ การจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมในศาสตร์ศิลปกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นหน่วยงานที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2540 ภายใต้ชื่อ “โครงการจัดตั้งคณะวิจิตรศิลป์”ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากทบวงมหาวิทยาลัยให้บรรจุไว้ในแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาระยะที่ 8 (พ.ศ.2540-2544) ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และจากการประชุมสภามหาวิทยาลัยในคราวประชุม ครั้งที่ 240 (7/2543) เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2543 ได้พิจารณาเรื่องโครงการจัดตั้งคณะวิจิตรศิลป์ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อจากโครงการจัดตั้งคณะวิจิตรศิลป์ เป็นโครงการจัดตั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์ และเห็นชอบให้นำเสนอทบวงมหาวิทยาลัย เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ตามขั้นตอนต่อไป
สำหรับการจัดตั้งหน่วยงาน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้พิจารณาแล้ว เห็นควรให้จัดตั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์เป็นหน่วยงานในกำกับที่ขอใช้งบประมาณแผ่นดิน โดยได้บรรจุอยู่ในแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ระยะที่ 9 (พ.ศ. 2545-2549) ซึ่งได้ดำเนินการรับนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา 2545 จำนวน 2 สาขาวิชา 3 หลักสูตร คือ หลักสูตรศิลปบัณฑิตสาขาวิชาทัศนศิลป์ สาขาวิชาศิลปะการแสดง และสาขาวิชาศิลปะการแสดง (ต่อเนื่อง) ในปีการศึกษา 2546 ได้เปิดรับนักศึกษาเพิ่มอีก 1 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาศิลปะประยุกต์ และในปีการศึกษา 2549 คณะศิลปกรรมศาสตร์มีแผนที่จะเปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาโท จำนวน 1 สาขา คือ สาขาวิชาศิลปะการแสดง ทั้งนี้คณะศิลปกรรมศาสตร์ได้ดำเนินการตามภารกิจทางด้านการเตรียมความพร้อมในการผลิตบัณฑิต ด้านการวิจัย ด้านการบริการวิชาการแก่สังคม ด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

คณะวิทยาการสื่อสารมุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตให้เป็นคนเก่งและดีที่ตระหนักถึงประโยชน์ส่วนรวม เป็นเลิศในการวิจัยด้านการสื่อสารเพื่อสันติ เป็นศูนย์กลางการผลิตสื่อและบริการวิชาการด้านวิทยาการสื่อสารในภูมิภาค และเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้
คณะวิทยาการสื่อสาร เป็นคณะวิชาที่เน้นการบูรณาการศาสตร์แห่งการสื่อสาร คือ "นิเทศศาสตร์" กับ "เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร" เพื่อสร้างองค์ความรู้และผลิตบัณฑิตแห่ง "สังคมสารสนเทศ" (information society) และ "สังคมฐานความรู้" (knowledge-based society) ที่จะต้องพร้อมด้วยศักยภาพในการสื่อสาร การเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศ และการใช้เทคโนโลยีอย่างเชี่ยวชาญ สร้างสรรค์ และรู้เท่าทัน อีกทั้งยังสามารถประยุกต์ความรู้เพื่อพัฒนาตนให้เป็นผู้นำทางวิชาชีพ ทางวิชาการ และทางสังคมในอนาคต

มุ่งเป็นเลิศในองค์ความรู้รัฐศาสตร์ชายแดนใต้ โลกมลายูและสากล
เดิมรัฐศาสตร์มีฐานะเป็นเพียงวิชาโทและสนับสนุนวิชาของเอกพัฒนาสังคม และเอกภูมิศาสตร์ ปี 2521 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้พิมพ์ เอกสารหลักสูตรเปิดรับนักศึกษาใหม่ผิดพลาด โดยระบุว่ามีวิชาเอกรัฐศาสตร์ จึงมีนักศึกษาจำนวน 34 คน เรียนวิชาเอกนี้ พอเข้ามาศึกษาแล้ว ช่วงเทอม 2 ปรากฏว่า อาจารย์นิภา ไชยเศวต แจ้งว่ายังไม่ได้ขอหลักสูตรเปิดเป็นวิชาเอกรัฐศาสตร์ นักศึกษาทั้ง 34 คน จึงส่งรายชื่อถึง อ.มาเนาะ ยูเด็น เพื่อร้องเรียนในเรื่องดังกล่าว มกราคม 2523 ขีดเส้นตายให้นักศึกษาจำเป็นต้องเลือกวิชาเอก โดยได้รับการกดดันจากฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัย และอาจารย์ บางท่านในคณะด้วย จึงทำให้เหลือ ผู้ตั้งใจจริงเพียง 7 คน รวมตัวกันเป็นทางการ เพื่อกดดันคณะและมหาวิทยาลัยอย่างลับๆ ปลายปี 2524
หลังจากที่เข้าไปเจรจาทั้งกับทางคณะ และมหาวิทยาลัย ร่วมประชุมกันหลายหน โดยมีอาจารย์ที่ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และเต็มใจ คือ อาจารย์ กวี ศิริธรรม (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) อาจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา อาจารย์มาเนาะ ยูเด็น และอาจารย์วันเนาว์ ยูเด็น โดย อาจารย์ พีรยศ ได้รับมอบหมายให้แก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงเดินทางไปเสนอหลักสูตร ที่ทบวงมหาวิทยาลัย ยกฐานะของรัฐศาสตร์ให้เป็นวิชาเอก โดยแบ่งรัฐศาสตร์ เป็น 2 แผน คือ แผน ก. รัฐศาสตร์ทั่วไปและแผน ข. รัฐศาสตร์ท้องถิ่น จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้เหตุผลว่าจังหวัดปัตตานีเป็นพื้นที่พิเศษ รัฐศาสตร์ของปัตตานีจึงควรมีอะไรที่พิเศษด้วย ทางทบวงมหาวิทยาลัย จึงยอมรับหลักสูตรดังกล่าว และได้รับการอนุมัติตั้งแต่บัดนั้น เป็นต้นมาและได้มีการปรับปรุงหลักสูตรดังกล่าว เมื่อปี พ.ศ. 2537
ต่อมาได้มีการจัดตั้งคณะรัฐศาสตร์เป็นหน่วยงานภายใน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่จัดตั้งขึ้นตามมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ในการประชุมครั้งที่ 279 (3/2548) เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2548 เพื่อให้เป็นคณะที่เชื่อมโยงการปกครองกับวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ เพื่อทำหน้าที่ผลิตบัณฑิต ทำการวิจัย บริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม โดยเน้นการเรียนการสอน สาขาวิชาการปกครอง นโยบายสาธารณะ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และสอดคล้องกับสภาพการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ และสังคม ในพื้นที่ภาคใต้ โดยได้ตัดโอนอัตราอาจารย์ จำนวน 6 อัตรา จากแผนกวิชาเอกรัฐศาสตร์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2548 และในภาคการศึกษา 1/2549 ได้ตัดโอนหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต วิชาเอกรัฐศาสตร์

วิทยาลัยอิสลามศึกษา เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาชั้นนําทางวิชาการด้านอิสลามศึกษา เพื่อพัฒนาสังคมไทยมุสลิมและภูมิภาคอย่างสมดุล โดยยึดอัลอิสลามเป็นบรรทัดฐาน
วิทยาลัยอิสลามศึกษาได้รับพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2532 โดยกำหนดให้เป็นศูนย์กลางการศึกษา ค้นคว้า วิจัยด้านวิชาการ และศิลปวิทยาการเกี่ยวกับศาสนาอิสลามและบริการวิชาการแก่สังคม รวมทั้งผลิตกำลังคนทางด้านอิสลามศึกษาทั่วไปในทุกสาขา ปัจจุบันวิทยาลัยอิสลามศึกษาประกอบด้วย สำนักงานเลขานุการ สำนักงานวิชาการและบริการชุมชน และภาควิชาอิสลามศึกษา
การจัดตั้งวิทยาลัยอิสลามศึกษาขึ้นที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สืบเนื่องจากความพยายามในอันที่จะ แก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นพื้นที่พิเศษ โดยสภาความมั่นคง แห่งชาติ ได้เสนอเป้าหมายและนโยบายความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบ และสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เสนอรัฐบาล พิจารณากำหนดเป้าหมายและมาตรการ การพัฒนาพื้นที่ เฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้ในแผนฯ 5 โดยกำหนดให้จัดตั้งศูนย์กลางการศึกษาศาสนาอิสลาม ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษาทุกระดับจนถึงขั้นอุดมศึกษา
ในส่วนของการผลิตบัณฑิตทางด้านอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีนโยบายที่จะเปิดสาขาวิชาการศึกษา อิสลามขึ้นพร้อมๆ กับการริเริ่มจัดตั้งคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์และได้แต่งตั้งคณะกรรมการร่างหลักสูตรวิชา การศึกษาอิสลามขั้นอุดมศึกษา โดยจะจัดตั้งภาควิชาการศึกษาอิสลาม ซึ่งได้ร่างหลักสูตรอิสลามศึกษา ระดับปริญญาตรีดำเนินการในรูปของแผนกวิชาอิสลามศึกษา สังกัดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ทบวงมหาวิทยาลัยได้ให้ความเห็นชอบ ในหลักสูตรอิสลามศึกษา ระดับปริญญาตรี เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2523 และเพื่อให้การเรียนการสอนสาขาอิสลามศึกษา ดำเนินไปด้วยดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร โครงการจัดตั้งศูนย์อิสลามศึกษาและคณะกรรมการร่างโครงการจัดตั้งศูนย์อิสลามศึกษา เพื่อทำหน้าที่เสนอโครงการเข้าบรรจุในแผนฯ 5 และมหาวิทยาลัยฯ ได้พิจารณาและนำเสนอผ่านความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยทบวงมหาวิทยาลัย นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและได้รับการจัดตั้งเป็น วิทยาลัยอิสลามศึกษา เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2532 มีฐานะเป็นคณะหนึ่งในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
หลักสูตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาอิสลามศึกษา
ระดับปริญญาโทหลักสูตรศิลปศาตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอิสลามศึกษา
หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและการจัดการการศึกษาอิสลาม
ระดับปริญญาตรีหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาอิสลามศึกษา
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขากฎหมายอิสลาม
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์และการจัดการในอิสลาม
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาตะวันออกกลางศึกษา
หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาครุศาสตร์อิสลาม
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาอิสลามศึกษา (หลักสูตรนานาขาติ)

คณะการบริการและการท่องเที่ยว เป็นคณะวิชาที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติทุกสาขาวิชาทั้งในระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา นับตั้งแต่เริ่มรับนักศึกษารุ่นแรกในปี พ.ศ.2537 ซึ่งมีนักศึกษารุ่นแรกประมาณ 40 คน จนถึงปัจจุบันในปีการศึกษา 2551 มีนักศึกษาของคณะฯ ซึ่งกำลังเรียนอยู่ในหลักสูตรต่างๆ ในชั้นปีที่ 1 – 4 รวมกันถึง 738 คน
จากการวิจัยและติดตามผลของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ซึ่งสำรวจในแต่ละปีพบว่า บัณฑิตที่จบการศึกษาจากคณะการบริการและการท่องเที่ยวนั้น นอกเหนือจากการมีความรู้และมีทักษะวิชาการ/วิชาชีพ ซึ่งเป็นจุดเน้นของแต่ละสาขาวิชาแล้ว สิ่งที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของบัณฑิต คือความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ รวมทั้งทักษะในด้านการใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งทำให้อัตราการได้งานและการทำงานที่ตรงกับสาขาวิชาของผู้สำเร็จการศึกษาอยู่ในกลุ่มสูงสุดของบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากสาขาวิชาทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มาโดยตลอด

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ตได้มีการขยายหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ขึ้น โดยเป็นความร่วมมือจัดการเรียนการสอนกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขตการศึกษาหาดใหญ่ เพื่อเป็นการกระจายโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนที่มาจังหวัดภูเก็ต

ผลิตบัณฑิตด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสิ่งแวดล้อมที่มีศักยภาพ คุณภาพ ได้มาตรฐาน เป็นแหล่งวิชาการที่ทันสมัย
คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เขตการศึกษาภูเก็ต ได้แยกตัวออกมาจากวิทยาลัยชุมชนภูเก็ตและจัดตั้งขึ้นเป็นหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตามมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยและประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2548 เป้าหมายหลักอยู่ที่การผลิตบัณฑิตและผลงานวิชาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศด้านสิ่งแวดล้อม บูรณาการองค์ความรู้ใหม่ให้เป็นศูนย์กลางแหล่งความรู้ ที่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นและประเทศ เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการนำไปถ่ายทอดให้เกิดการใช้จริง มีทีมงานที่เข้มแข็งทั้งอาจารย์และสายสนับสนุน มีงานวิจัยที่โดดเด่น มีหลักสูตรที่น่าสนใจ เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์(ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์) วิศวกรรมคอมพิวเตอร์(ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์) และที่กำลังพัฒนาเป็นจุดเด่นต่อไปคือด้าน Animation และ Multimedia รวมทั้งงานวิจัยและการพัฒนาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมฝั่งอันดามัน
คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นนักพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและรอบรู้ มีความเข้าใจและสำนึกอันดีต่อตนเอง สถาบัน และสังคม เน้นการเรียนรู้พัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลงานทางวิชาการ บูรณาการองค์ความรู้ใหม่ให้เป็นศูนย์กลางแหล่งความรู้ และอ้างอิงทางวิชาการ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น ชายฝั่งทะเลอันดามันและประเทศ เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการนำไปถ่ายทอดให้เกิดการใช้จริง เป็นผู้นำในการบริการวิชาการด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ทุกหลักสูตร เน้นการเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษโดยการจัดให้ 30% ของวิชาด้านคอมพิวเตอร์สอนเป็นภาษาอังกฤษ มีการเตรียมความพร้อมให้บัณฑิตพร้อมที่จะทำงานได้ทันทีโดยนักศึกษาทุกคนจะต้องผ่านการฝึกงานครั้งแรกอย่างน้อย 320 ชั่วโมง และนักศึกษาที่มีศักยภาพสูงจะได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาในแผน ก สหกิจศึกษา คือ ทำงานเสมือนเป็นพนักงานคนหนึ่งของหน่วยงานภายใต้การควบคุมของหน่วยงานหรือองค์กรนั้นและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย สำหรับนักศึกษาที่ไม่ผ่านการคัดเลือกจะเข้าเรียนในแผน ข (ฝึกงาน) ซึ่งจะต้องผ่านการฝึกงานครั้งที่ 2 อีก 320 ชั่วโมง และเนื่องจากจังหวัดภูเก็ตได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล ให้พัฒนาเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจและพัมนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ตามโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาภูเก็ต (The Greater Phuket digital Paradise : PhD) ทำให้มีการตื่นตัวและกำลังสนับสนุนจากท้องถิ่นอย่างเต็มที่
-สำนักงานคณบดี
-ฝ่ายวิชาการ
-สาขาเทคโนโลยีและการจัดการสิ่งแวดล้อม
ระดับปริญญาตรี จำนวน 4 สาขาดังนี้1. สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์
3. สาขาธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์

คณะวิเทศศึกษา เป็นคณะวิชาที่รับผิดชอบรายวิชาภาษา รายวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และรายวิชาสหวิทยาการในกลุ่มวิชาศึกษาทั่วไปของหลักสูตรระดับปริญญาตรี คณะวิเทศศึกษาจึงมุ่งดำเนินงานวิจัยและการจัดศึกษารวมทั้งการบริการวิชาการในด้านอาณาบริเวณศึกษา นานาชาติศึกษา ภาษาและวัฒนธรรม โดยสร้างและประสานความร่วมมือกับองค์กรและสถาบันในระดับภูมิภาคและนานาชาติ เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้และการปฏิบัติงานร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการแลกเปลี่ยนและพัฒนาการเรียนรู้ รวมทั้งการอยู่ร่วมกันในประชาคมโลกอย่างสันติสุข

วิทยาลัยชุมชนภูเก็ตเป็นวิทยาลัยชุมชนแห่งแรกของประเทศไทย และจะเป็นองค์กรชั้นนำในการจัดการองค์ความรู้ รวมถึงนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย เพื่อตอบสนองการพัฒนาและความต้องการการศึกษาตลอดชีพของท้องถิ่นและสากล
พ.ศ. 2516 -2518 ศ.น.พ. สวัสดิ์ สกุลไทย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในขณะนั้นได้ริเริ่มแนวคิดจัดตั้งวิทยาลัยชุมชน ของมหาวิทยาลัยขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลน ที่เรียนของนักเรียนมัธยมปลาย ปัญหาการว่างงานของบัณฑิตบางสาขา การขาดแคลนบุคลากรระดับกลางในตลาดแรงงาน และไม่มีสถาบันอุดมศึกษาใดในขณะนั้นที่จัดการศึกษา ด้านอาชีพที่สอดคล้องกับ ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง
เริ่มรับนักศึกษารุ่นแรกในปี พ.ศ. 2520 เพื่อศึกษาระดับประกาศนียบัตร ( 2 ปี ) สาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว ปี พ.ศ. 2529 มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง วิทยาลัยชุมชนภูเก็ต เป็นหน่วยงานเทียบเท่าคณะ ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็น วิทยาลัยชุมชนแห่งแรกในประเทศไทย มีภารกิจหลักสองด้านคือ บริการวิชาการแก่ชุมชน และจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตร ( 2 ปี ) โดยเปิดสอน 8 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว สาขาเหมืองแร่ สาขาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สาขาเทคนิคการเกษตร สาขาศิลปะประยุกต์ สาขาเทคโนโลยียาง สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ และสาขารักษาความปลอดภัย ( ไม่มีผู้เรียน )
หลังจากนั้นได้จัดตั้ง วิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นอีกวิทยาเขตหนึ่งของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยนำหลักสูตรของวิทยาลัยชุมชนภูเก็ต บางสาขาไปเปิดสอน การดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชนภูเก็ต ในช่วงแรก อาศัยสถานที่ของโรงเรียนเทศบาล เป็นที่สอนใช้อาจารย์พิเศษในท้องถิ่น ฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการภายในจังหวัด ระยะต่อมาจึงมีอาคารสำนักงานเป็นของตัวเอง ในช่วง 10 ปีแรกของการดำเนินงาน ประสบความสำเร็จอย่างสูง มีผู้สนใจสมัครเข้าเรียนมาก ผู้ที่จบการศึกษาออกไป ประกอบอาชีพได้หมด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 เป็นต้นมาจำนวนผู้สนใจ เรียนลดน้อยลงทุกปี จนถึงจุดต่ำสุดในปี พ.ศ. 2536
จากการศึกษาของวิทยาลัยชุมชนภูเก็ตพบว่า วุฒิการศึกษาประกาศนียบัตร ( 2 ปี ) ทำให้เกิดควมสับสน เมื่อเปรียบเทียบกับ วุฒิอนุปริญญา ( 2 ปี )ของสถาบันการศึกษาอื่น ทั้งที่ หลักสูตรเหมือนกันไม่สามารถเทียบโอน เข้าศึกษาต่อปี 3 ,4ของมหาวิทยาลัยได้ ถูกตีค่าเงินเดือนต่ำกว่าที่ควรจะได้รับ และช่วงเวลาดังกล่าว มีสถาบันศึกษาเปิดเพิ่มมากขึ้น ทั้งของรัฐและเอกชนผู้เรียนมีโอกาสเข้าศึกษา ในมหาวิทยาลัยและสามารถเรียนต่อเนื่อง จนจบปริญญาตรี อันเป็นค่านิยมของผู้เรียนในปัจจุบัน โอกาสทางการศึกษามีมากขึ้น แม้กระทั่งการเกิด โครงการวิทยาลัยชุมชนของกระทรวงศึกษาธิการ 77 แห่ง ทั่วประเทศในขณะนั้น ทำให้ผู้เรียน เข้าใจว่าเป็นโครงการเดียวกัน ในปี พ.ศ. 2539 วิทยาลัยชุมชนภูเก็ตได้ปรับหลักสูตร จากระดับประกาศนียบัตร ( 2 ปี) เป็นหลักสูตรอนุปริญญา ( 3 ปี ตามเกณฑ์ทบวงมหาวิทยาลัย) แต่ยังประสบปัญหาเช่นเดิม ปี พ.ศ. 2540 วิทยาลัยชุมชนภูเก็ตได้รับความเห็นชอบจาก สภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ให้งดรับ นักศึกษาระดับอนุปริญญาทุกสาขาเพื่อปรับบทบาท และรูปแบบใหม่ให้สอดคล้อง กับสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
วิทยาเขตสุราษฏร์ธานี ตั้งอยู่ที่บ้านเขาท่าเพชร ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
มีหน่วยงานจัดการศึกษาดังนี้

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มีภารกิจหลักในด้านการบริหารวิชาการ ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมในเชิงบูรณาการของทรัพยากรชีวภาพ การเกษตรโดยเฉพาะยางพารา และปาล์มน้ำมัน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางอุตสาหกรรมและสังคม โดยบริหารภายใต้แนวทางของการพัฒนาที่ยั่งยืนครบวงจร ทั้งนี้ครอบคลุมองค์ความรู้หลากหลายศาสตร์ที่เน้นการบูรณาการที่ใช้ในกระบวนการต่างๆ ในวงจรของผลิตภัณฑ์
วิสัยทัศน์เป็นคณะชั้นนำของภาคใต้ ที่ผลิตบัณฑิต และงานวิจัย ทางวิทยาศาสตร์ประยุกต์ และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

คณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ มีภารกิจหลักในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาพื้นฐาน ทางด้านภาษาและการสื่อสาร การจัดการธุรกิจ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ให้แก่นักศึกษาทุกหลักสูตร ทุกคณะ ที่อยู่ในวิทยาเขตสุราษฏร์ธานีและเป็นหน่วยงานที่มีพันธกิจในการช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา และพัฒนา สังคม ท้องถิ่น
คณะเป็นเสาหลักทางปัญญาของภูมิภาค ด้านการจัดการ ภาษา และการท่องเที่ยว (An intellectual anchor for the region in management , languages and tourism)

วิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานี เป็นสถาบันชั้นนำในการจัดการศึกษาตลอดชีพ เป็นศูนย์บริการวิชาการที่ตอบสนองต่อความต้องการชองชุมชนและท้องถิ่นในภูมิภาค
1. ผลิตและเสริมศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนการพัฒนาตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดใน ภาคใต้ตอนบน
2. พัฒนาหลักสูตรและระบบการเรียนรู้ของประชาชนและการจัดการความรู้เพื่อส่งเสริมความ เข้มแข็งของชุมชนตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ว่าด้วยการจัดการศึกษาตลอดชีวิตและการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
3. เป็นหน่วยงานกลางของวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ในการประสานและสร้างสรรค์งานบริการวิชาการ งานบำรุงศิลปวัฒนธรรม ตามความต้องการของหน่วยงานภายในและสังคมภายนอก
4. เป็นหน่วยงานกลางในการนำหลักสูตรของคณะวิชาหรือสถาบันการศึกษาภายนอกมาเปิด สอนที่ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
5. ผลิตผลงานวิจัยที่เสริมสร้างและใช้ประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่น
วิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานี เป็นหน่วยงานเทียบเท่าคณะอยู่ในวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี มีที่ทำการสำนักงานตั้งอยู่ ณ อาคารศูนย์บริการวิชาการกลางและอาคารเรียนรวม (อาคารรูปตัวยู) มีประวัติความเป็นมาดังนี้ สภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดตั้งวิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานี และเปิดดำเนินงานครั้งแรกในปี 2533 ต่อมาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2537 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานี นับเป็นหน่วยงานแรกที่มีการจัดตั้ง ณ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี วิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานีเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในปี 2533 หลักสูตรประกาศนียบัตร สาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหลักสูตรเดียวกับที่เปิดสอน ณ วิทยาลัยชุมชนภูเก็ต และในปีงบประมาณ 2534 ได้ขยายงานเพิ่มขึ้น โดยเปิดรับนักศึกษาเพิ่มอีก 2 สาขา คือ สาขาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ซึ่งต่อมาได้ปรับเปลี่ยนหลักสูตรเป็นอนุปริญญา ทั้ง 3 สาขาวิชา การดำเนินงานจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานี หลักสูตรอนุปริญญา ดำเนินการมาถึงปี พ.ศ. 2541 จึงได้ทำการปิดการรับนักศึกษาทั้ง 3 สาขา ในช่วงนี้นอกจากมีภารกิจด้านการเรียนการสอนในระดับอนุปริญญาแล้ววิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานี ยังมีภารกิจด้านการบริการวิชาการแก่สังคมในรูปแบบการฝึกอบรมในระยะสั้นอีกด้วย ในปีการศึกษา 2542 วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ได้ดำเนินการเปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีรุ่นแรก หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาผลิตกรรมชีวภาพ จำนวน 42 คน ซึ่งต่อมาได้มีการจัดตั้งคณะเทคโนโลยีและการจัดการขึ้นเพื่อรองรับหลักสูตรดังกล่าว และวิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานี ได้ปรับบทบาทมารับผิดชอบงานจัดการเรียนการสอนวิชาพื้นฐานระดับปริญญาตรีทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้กับสาขาต่าง ๆ ของคณะเทคโนโลยีและการจัดการที่ได้เปิดเพิ่มขึ้นได้แก่ สาขาวิชาผลิตกรรมชีวภาพ สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรม สาขาวิชาการจัดการสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรมชีวภาพ สาขาวิชาวิทยาการจัดการ สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรม ฯลฯ นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนการจัดการศึกษาปริญญาโท (ภาคสมทบ) ร่วมกับคณะศึกษาศาสตร์วิทยาเขตปัตตานี ในสาขาวิชาการบริหารการศึกษา การประถมศึกษา และศึกษาศาสตร์เพื่อพัฒนาชุมชน รวมทั้งดำเนินงานด้านการวิจัย ด้านการให้บริการทางวิชาการแก่ชุมชน ได้แก่ การจัดอบรม สัมมนา การเป็นที่ปรึกษาให้หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ และงานด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม อย่างไรก็ดี ด้วยบทบาท ภารกิจหลัก ของวิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานี ทั้งภารกิจด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านการวิจัยและด้านการบริการวิชาการ ล้วนแล้วแต่จะต้องใช้ระบบการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน และแต่เป็นภารกิจที่อยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งสิ้น ดังนั้นหากยังคงต้องดำเนินการไปพร้อมกัน ก็อาจทำให้ดำเนินภารกิจแต่ละด้านได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะการจัดการเรียนการสอนวิชาพื้นฐานสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะจัดตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อทำหน้าจัดการเรียนการสอนรายวิชาพื้นฐาน จนเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2548 จึงได้มีการจัดตั้งคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และได้โอนภารกิจการจัดการเรียนการสอนวิชาพื้นฐานของภาควิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งบุคลากรสายผู้สอนและบุคลากรสายสนับสนุนบางส่วนจากวิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานี ไปสังกัดคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เสร็จสิ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2549 ทำให้บุคลากรของวิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานี คงเหลือเพียง 5 คน ประกอบด้วยอาจารย์ 1 คน และบุคลากรสายสนับสนุน 4 คน และภารกิจหลักยังคงเหลือเฉพาะงานวิจัยและบริการวิชาการ และการจัดการศึกษาเฉพาะทาง วันที่ 1 มิถุนายน 2550 ได้มีการสรรหาและแต่งตั้งผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานีมาบริหารงานของวิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานี โดยได้มีการกำหนดข้อตกลงภารงานของผู้อำนวยการอย่างชัดเจน จนกระท่งวันที่ 1 ตุลาคม 2551 วิทยาเขต สุราษฎร์ธานี ได้นำระบบการบริหารแบบรวมศูนย์มาใช้ในการดำเนินงานทุกส่วนของวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ทำให้วิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานี มีบทบาทภารกิจในการดูแล รับผิดชอบ และสนับสนุนการดำเนินงานด้านการบริการวิชาการให้กับทุกคณะ/หน่วยงานในวิทยาเขตสุราษฎร์ธานีในระบบรวมศูนย์ด้วย
- หลักสูตรการจัดการสิ่งแวดล้อม (ภาคปกติ)
- หลักสูตรการบริหารการศึกษา (ภาคสมทบ)
- หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA ภาคสมทบ)
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://office.surat.psu.ac.th/student-regist/curriculum.php?page=2
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง เปิดสอนในระดับปริญญาตรีทั้งหมด 5 หลักสูตร โดยหลักสูตรทั้งหมดสังกัดคณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ วิทยาเขตตรัง ดังนี้
- หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาวิชาการจัดการสารสนเทศและคอมพิวเตอร์)
หลักสูตรการศึกษาแบ่งเป็น หลักสูตรระดับปริญญาตรีและหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา โดยจะมีข้อมูลหลักสูตรแต่ละสาขาที่เปิดสอนตามวิทยาเขต ดังนี้
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวน 135 หลักสูตร โดยแบ่งตามวิทยาเขตดังนี้
เว็บไซต์หลักสูตร : http://www.major.psu.ac.th/manual/ug/2554/ปัจจุบันบัณฑิตวิทยาลัย มีหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 134 หลักสูตร แยกเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตร 5 สาขา วิชา หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง 2 สาขาวิชา หลักสูตรระดับปริญญาโท 93 สาขาวิชา และ หลักสูตรระดับปริญญาเอก 34 สาขา โดยแบ่งตามวิทยาเขต ดังนี้
เว็บไซต์เว็บไซต์หลักสูตร : http://www.major.psu.ac.th/manual/grade/2554ปัจจุบันบัณฑิตวิทยาลัย มีหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 134 หลักสูตร แยกเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตร 5 สาขา วิชา หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง 2 สาขาวิชา หลักสูตรระดับปริญญาโท 93 สาขาวิชา และ หลักสูตรระดับปริญญาเอก 34 สาขา โดยแบ่งตามวิทยาเขต ดังนี้
เว็บไซต์บัณฑิตวิทยาลัย : http://www.grad.psu.ac.th
คณะทันตแพทยศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพช่องปาก |
ชื่อปริญญา วท.ม. (วิทยาศาสตร์สุขภาพช่องปาก) |
|
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศัลยศาสตร์ช่องปาก และแม็กซิลโลเฟเชียล |
ชื่อปริญญา วท.ม. (ศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล) |
|
| - หลักสูตรประกาศนีบัตรบัณฑิต ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก สาขาวิชาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชีย |
ชื่อปริญญา ป.บัณฑิตทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์คลินิก |
|
| - หลักสูตรประกาศนีบัตรบัณฑิต สาขาวิชาปริทันตวิทยา |
ชื่อปริญญา ป.บัณฑิตทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์คลินิก |
|
| - หลักสูตรประกาศนีบัตรบัณฑิตชั้นสูง สาขาวิชาทันตกรรมประดิษฐ์ |
ชื่อปริญญา ป.บัณฑิตชั้นสูง (ทันตแพทยศาสตร์) |
|
| - หลักสูตรประกาศนีบัตรบัณฑิตชั้นสูง สาขาวิชาอายุรศาสตร์ช่องปาก |
ชื่อปริญญา ป.บัณฑิตชั้นสูง (ทันตแพทยศาสตร์) |
|
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพช่องปาก |
ชื่อปริญญา ปร.ด. ( วิทยาศาสตร์สุขภาพช่องปาก) |
|
คณะแพทยศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาชีวเวชศาสตร์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก |
ชื่อปริญญา ป.บัณฑิตชั้นสูง | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาชีวเวชศาสตร์ |
ชื่อปริญญา ปร.ด. (ชีวเวชศาสตร์) | |
คณะพยาบาลศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ (ภาคปกติ) |
ชื่อปริญญา พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเด็ก (ภาคปกติ) |
ชื่อปริญญา พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ (ภาคพิเศษ) |
ชื่อปริญญา พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช (ภาคพิเศษ) |
ชื่อปริญญา พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการพยาบาล (ภาคพิเศษ) |
ชื่อปริญญา พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน (ภาคพิเศษ) |
ชื่อปริญญา พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสิ่งแวดล้อม |
ชื่อปริญญา วท.ม. (การจัดการสิ่งแวดล้อม) |
|
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสิ่งแวดล้อม |
ชื่อปริญญา ปร.ด.(การจัดการสิ่งแวดล้อม) | |
คณะเภสัชศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชกรรมคลินิก |
ชื่อปริญญา ภ.ม. (เภสัชกรรมคลินิก) | |
| - หลักสูตรเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ |
ชื่อปริญญา ภ.ม. (เภสัชศาสตร์) | |
| - หลักสูตรเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชศาสตร์สังคมและการบริหาร |
ชื่อปริญญา ภ.ม. (เภสัชศาสตร์สังคมและการบริหาร) |
|
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ |
ชื่อปริญญา ปร.ด. (เภสัชศาสตร์) | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม |
ชื่อปริญญา ปร.ด. (การบริบาลทางเภสัชกรรม) |
|
คณะทรัพยากรธรรมชาติ |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพืชศาสตร์ |
ชื่อปริญญา วท.ม.(พืชศาสตร์) | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรดิน |
ชื่อปริญญา : วท.ม. (การจัดการทรัพยากรดิน) |
|
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาการเกษตร |
ชื่อปริญญา วท.ม. (พัฒนาการเกษตร) | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโรคพืชวิทยา |
ชื่อปริญญา วท.ม. (โรคพืชวิทยา) |
|
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสัตวศาสตร์ |
ชื่อปริญญา วท.ม. (สัตวศาสตร์) |
|
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวาริชศาสตร์ |
ชื่อปริญญา วท.ม.(วาริชศาสตร์) | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากีฏวิทยา |
ชื่อปริญญา วท.ม.(กีฏวิทยา) | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรเกษตรเขตร้อน |
ชื่อปริญญา ปร.ด. (การจัดการทรัพยากรเกษตรเขตร้อน) |
|
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพืชศาสตร์ | ชื่อปริญญา ปร.ด. (พืชศาสตร์) | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวาริชศาสตร์ | ชื่อปริญญา ปร.ด. (พืชศาสตร์) | |
คณะวิทยาศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากายวิภาคศาสตร์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเคมี | ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเคมีอินทรีย์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเคมีศึกษา |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจุลชีววิทยา |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาชีวเคมี | ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยาโมเลกุลและชีวสารสนเทศ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาธรณีฟิสิกส์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพฤษศาสตร์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์ | ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชวิทยา |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพอลิเมอร์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสรีรวิทยา |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสัตววิทยา |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเคมี | ชื่อปริญญา ปร.ด. | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเคมีอินทรีย์ | ชื่อปริญญา ปร.ด. | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาจุลชีววิทยา | ชื่อปริญญา ปร.ด. | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาชีวเคมี | ชื่อปริญญา ปร.ด. | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยา | ชื่อปริญญา ปร.ด. | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยาโมเลกุลและชีวสารสนเทศ |
ชื่อปริญญา ปร.ด. | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์ | ชื่อปริญญา ปร.ด. | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพอลิเมอร์ |
ชื่อปริญญา ปร.ด. | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสรีรวิทยา | ชื่อปริญญา ปร.ด. | |
คณะวิทยาการจัดการ |
||
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ |
ชื่อปริญญา บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ |
ชื่อปริญญา รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต | |
อุตสาหกรรมเกษตร |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร |
ชื่อปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ |
ชื่อปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต | |
คณะเศรษฐศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการธุรกิจเกษตร |
ชื่อปริญญา ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต | |
คณะศิลปศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนามนุษย์และสังคม |
ชื่อปริญญา ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษานานาชาติ |
ชื่อปริญญา ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต | |
คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี |
ชื่อปริญญา วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ |
ชื่อปริญญา วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล |
ชื่อปริญญา วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า |
ชื่อปริญญา วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการและระบบ |
ชื่อปริญญา วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา |
ชื่อปริญญา วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเหมืองแร่ |
ชื่อปริญญา วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุ |
ชื่อปริญญา วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม |
ชื่อปริญญา วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรม |
ชื่อปริญญา วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณทิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณทิต | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี |
ชื่อปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล |
ชื่อปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ |
ชื่อปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต | |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า |
ชื่อปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต | |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุ |
ชื่อปริญญา วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต |
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเคมีประยุกต์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์พอลิเมอร์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีพอลิเมอร์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิธีวิทยาการวิจัย |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การอาหาร |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยาประยุกต์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโนยีพอลิเมอร์ |
ชื่อปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิธีวิทยาการวิจัย |
ชื่อปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย |
ชื่อปริญญา ศศ.ม (ภาษาไทย) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคม |
ชื่อปริญญา ศศ.ม | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย |
ชื่อปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะศึกษาศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษา |
ชื่อปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศึกษาศาสตร์เพื่อพัฒนาชุมชน |
ชื่อปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา |
ชื่อปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา |
ชื่อปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวัดผลและวิจัยการศึกษา |
ชื่อปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา |
ชื่อปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ศึกษา |
ชื่อปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการปฐมวัยศึกษา |
ชื่อปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบระบบการเรียนการสอน |
ชื่อปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาวิชาชีพครู |
ชื่อปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาวะผู้นำและนวัตกรรมทางการศึกษา |
ชื่อปริญญา ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
วิทยาลัยอิสลามศึกษา |
||
| - ศิลปศาตรมหาบัณฑิต (อิสลามศึกษา) สาขาวิชาอิสลามศึกษา |
ชื่อปริญญา ศิลปศาตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาอิสลามศึกษา |
ชื่อปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะอุตสาหกรรมบริการ |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและการจัดการสิ่งแวดล้อม |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวน 135 หลักสูตร โดยแบ่งตามวิทยาเขตดังนี้
วิทยาเขตหาดใหญ่หลักสูตรที่เปิดสอนคณะทันตแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะการแพทย์แผนไทย คณะทรัพยากรธรรมชาติ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร คณะนิติศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะศิลปศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ โครงการจัดตั้งคณะเทคนิคการแพทย์ โครงการจัดตั้งคณะสัตวแพทยศาสตร์ โครงการจัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
คณะทันตแพทยศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต | ชื่อปริญญา : ท.บ.(ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะแพทยศาสตร์ (Faculty of Medicine) |
||
| - แพทยศาสตรบัณฑิต | ชื่อปริญญา พ.บ. | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ |
ชื่อปริญญา วท.บ.(วิทยาศาสตร์การแพทย์) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีวเวชศาสตร์ | ชื่อปริญญา วท.บ.(ชีวเวชศาสตร์) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากายภาพบำบัด |
ชื่อปริญญา วท.บ.(กายภาพบำบัด) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะพยาบาลศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต | ชื่อปริญญา พย.บ. | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะเภสัชศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ | ชื่อปริญญา ภ.บ. (เภสัชศาสตร์) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม |
ชื่อปริญญา ภ.บ. (การบริบาลทางเภสัชกรรม) |
Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะการแพทย์แผนไทย |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย |
ชื่อปริญญา พท.บ. (การแพทย์แผนไทย) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะทรัพยากรธรรมชาติ |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (เกษตรศาสตร์) |
ชื่อปริญญา วท.บ. (เกษตรศาสตร์) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต |
ชื่อปริญญา วท.บ.(วาริชศาสตร์) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะวิทยาศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ |
ชื่อปริญญา วท.บ. (คณิตศาสตร์) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) |
Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมี |
ชื่อปริญญา วท.บ.(เคมี) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจุลชีววิทยา |
ชื่อปริญญา วท.บ.(จุลชีววิทยา) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาชีววิทยา) | ชื่อปริญญา วท.บ.(ชีววิทยา) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ |
ชื่อปริญญา วท.บ.(เทคโนโลยีชีวภาพ) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์ | ชื่อปริญญา วท.บ.(ฟิสิกส์) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ |
ชื่อปริญญา วท.บ.(วิทยาการคอมพิวเตอร์) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์พอลิเมอร์ |
ชื่อปริญญา วท.บ.(วิทยาศาสตร์พอลิเมอร์) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวัสดุศาสตร์ |
ชื่อปริญญา วท.บ.(วัสดุศาสตร์) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสถิติ |
ชื่อปริญญา วท.บ.(สถิติ) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมี-ชีววิทยา |
ชื่อปริญญา วท.บ.(เคมี-ชีววิทยา) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณทิต สาขาวิชาวิศวกรรมการผลิต |
ชื่อปริญญา วศ.บ. (วิศวกรรมการผลิต) | Downdload โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณทิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ |
ชื่อปริญญา วศ.บ. (วิศวกรรมคอมพิวเตอร์) | Downdload โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณทิต สาขาวิชาเคมี |
ชื่อปริญญา วศ.บ. (วิศวกรรมเคมี) | Downdload โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณทิต สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล |
ชื่อปริญญา วศ.บ. (วิศวกรรมเครื่องกล) | Downdload โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณทิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า |
ชื่อปริญญา วศ.บ. (วิศวกรรมไฟฟ้า) | Downdload โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณทิต สาขาวิชาวิศวกรรมเมคาทรอนิกส์ |
ชื่อปริญญา วศ.บ. (วิศวกรรมเมคาทรอนิกส์) | Downdload โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณทิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา |
ชื่อปริญญา วศ.บ. (วิศวกรรมโยธา) | Downdload โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณทิต สาขาวิชาวิศวกรรมเหมืองแร่ |
ชื่อปริญญา วศ.บ. (วิศวกรรมเหมืองแร่) | Downdload โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณทิต สาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุ |
ชื่อปริญญา วศ.บ. (วิศวกรรมวัสดุ) | Downdload โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณทิต สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม |
ชื่อปริญญา วศ.บ. (วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม) | Downdload โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณทิต สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ |
ชื่อปริญญา วศ.บ. (วิศวกรรมอุตสาหการ) | Downdload โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณทิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ |
ชื่อปริญญา วศ.บ. (วิศวกรรมชีวการแพทย์) | Downdload โครงสร้างหลักสูตร |
คณะอุตสาหกรรมเกษตร |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร |
ชื่อปริญญา วท.บ. (วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร) | Download
โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีวัสดุภัณฑ์ |
ชื่อปริญญา วท.บ. (เทคโนโลยีวัสดุและบรรจุภัณฑ์) | Download
โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เกษตร |
ชื่อปริญญา วท.บ. (การจัดการเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร) | Download
โครงสร้างหลักสูตร |
คณะนิติศาสตร์ |
||
| - หลักสูตร นิติศาสตรบัณฑิต | ชื่อปริญญา นิติศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะวิทยาการจัดการ |
||
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการเงิน |
ชื่อปริญญา บธ.บ. | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด |
ชื่อปริญญา บธ.บ.(การตลาด) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารทรัพยาการมนุษย์ |
ชื่อปริญญา บธ.บ.(การบริหารทรัพยากรมนุษย์) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ |
ชื่อปริญญา บธ.บ. (การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ (ภาษาอังกฤษ) |
ชื่อปริญญา บธ.บ. | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบัญชีบัณฑิต | ชื่อปริญญา บช.บ.(การจัดการ) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ |
ชื่อปริญญา รป.บ. | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ |
ชื่อปริญญา บธ.บ.(การจัดการโลจิสติกส์) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและการปกครองท้องถิ่น |
ชื่อปริญญา รป.บ. | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะศิลปศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาเพื่อการพัฒนา |
ชื่อปริญญา ศศ.บ. (ภาษาเพื่อการพัฒนา) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร |
ชื่อปริญญา ศศ.บ. (ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชุมชนศึกษา |
ชื่อปริญญา ศศ.บ. (ชุมชนศึกษา) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน (หลักสูตรนานาชาติ) |
ชื่อปริญญา ศศ.บ.(ภาษาจีน) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะเศรษฐศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ |
ชื่อปริญญา ศ.บ. | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์เกษตร |
ชื่อปริญญา ศ.บ. | Download โครงสร้างหลักสูตร |
โครงการจัดตั้งคณะเทคนิคการแพทย์ |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ |
ชื่อปริญญา วท.บ. | Download โครงสร้างหลักสูตร |
ปัจจุบันวิทยาเขตปัตตานี เปิดรับนักศึกษา 7 คณะ/วิทยาลัย คือ คณะศึกษาศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะวิทยาการสื่อสาร คณะรัฐศาสตร์ และวิทยาลัยอิสลามศึกษา
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต หมวดวิชาศึกษาทั่วไป |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต คณิตศาสตร์ประยุกต์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต เคมี-ชีววิทยา |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต เคมีอุตสาหกรรม |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต ฟิสิกส์ | ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต เทคโนโลยีการเกษตร |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต เทคโนโลยีการประมง |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต เทคโนโลยียาง | ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต วิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะวิทยาการสื่อสาร |
||
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์ |
ชื่อปริญญา ศิลปศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารการตลาดเพื่อการพัฒนา |
ชื่อปริญญา ศิลปศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเพื่อการจัดการ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการออกแบบสื่อ และการผลิตสื่อ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| http://group.psu.ac.th/qacc/index.php?option=com_content&task=view&id=271&Itemid=39 | ||
คณะรัฐศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรรัฐศาสตร์บัณฑิต | ชื่อปริญญา รัฐศาสตร์บัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต | ชื่อปริญญา ศิลปศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต | ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต | ชื่อปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะศิลปกรรมศาสตร์ |
||
| - หลักสูตร ศิลปบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ | ชื่อปริญญา ศิลปบัณฑิต (ทัศนศิลป์) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศิลปบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะการแสดง |
ชื่อปริญญา ศิลปบัณฑิต (ศิลปะการแสดง) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตร ศิลปะการแสดง (ต่อเนื่อง) | ชื่อปริญญา ศิลปบัณฑิต (ศิลปะการแสดง) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตร ศิลปะประยุกต์ (ต่อเนื่อง) | ชื่อปริญญา ศิลปบัณฑิต (ศิลปะประยุกต์) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะศึกษาศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (ศึกษาศาสตร์)สาขาวิชาคณิตศาสตร์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (ศึกษาศาสตร์) สาขาวิชาเคมี |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (ศึกษาศาสตร์) สาขาวิชาฟิสิกส์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (ศึกษาศาสตร์) สาขาวิชาชีววิทยา |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (ศึกษาศาสตร์) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (ศึกษาศาสตร์) สาขาวิชาเคมี-ชีววิทยา |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (ศึกษาศาสตร์) สาขาวิชาฟิสิกส์-คณิตศาสตร์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศึกษาศาสตร์) สาขาวิชาภาษาไทย |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศึกษาศาสตร์) สาขาวิชาภาษาอังกฤษ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศึกษาศาสตร์) สาขาวิชาจิตวิทยา การปรึกษาและการแนะแนว |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปศึกษา |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการประเมินผลการศึกษา |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษา |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
วิทยาลัยอิสลามศึกษา |
||
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอิสลามศึกษา |
ชื่อปริญญา ศิลปศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายอิสลาม |
ชื่อปริญญา ศิลปศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ และการจัดการในอิสลาม |
ชื่อปริญญา ศิลปศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาตะวันออกกลางศึกษา |
ชื่อปริญญา ศิลปศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาครุศาสตร์อิสลาม |
ชื่อปริญญา ศึกษาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของภาคใต้ มีวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง เพื่อกระจาย โอกาสทาง การศึกษาระดับอุดมศึกษาสู่ภาคใต้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาในท้องถิ่นและเพื่อสนับสนุนการพัฒนาภูมิภาคเป็นมหาวิทยาลัยที่มีเจตนา ก่อตั้ง ที่จะให้เป็นมหาวิทยาลัยหลายวิทยาเขต มุ่งมั่นที่จะให้สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นศูนย์กลาง ทางวิชาการระดับสูงเพื่อตอบสนองการพัฒนาภาคใต้ และเพื่อเป็นสถาบันที่สามารถรับใช้ชุมชนได้อย่างแท้จริง ด้วยเจตนารมณ์ของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการขยายเขตการศึกษาเพื่อเป็นการ กระจายโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนที่มาจังหวัดภูเก็ต
คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะการบริการและการท่องเที่ยว |
||
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการบริการ (หลักสูตรนานาชาติ) |
ชื่อปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว(หลักสูตรนานาชาติ) |
ชื่อปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะวิเทศศึกษา |
||
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิเทศธุรกิจ (จีน) |
ชื่อปริญญา ศิลปศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจีนศึกษา |
ชื่อปริญญา ศิลปศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาไทยศึกษา |
ชื่อปริญญา ศิลปศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ |
ชื่อปริญญา วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะเทคโนโลยีและการจัดการ |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาผลิตกรรมชีวภาพ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรมยาง |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการแปรรูปชีวภาพ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรม |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการจัดการ |
ชื่อปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ |
ชื่อปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ |
||
| - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคโนโลยีสารสนเทศ) |
Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษา การสื่อสารและธุรกิจ |
ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคโนโลยีสารสนเทศ) |
Download โครงสร้างหลักสูตร |
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขตการศึกษาตรังเปิดสอนในระดับปริญญาตรี ทั้งหมด 8 หลักสูตร โดยหลักสูตรทั้งหมดสังกัดคณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ เขตการศึกษาตรัง ดังนี้
คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ |
||
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ |
ชื่อปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต (การจัดการสารสนเทศและคอมพิวเตอร์) |
Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการประกันภัย |
ชื่อปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต (การประกันภัย) |
Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด |
ชื่อปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต (การตลาด) | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว |
ชื่อปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต (การจัดการการท่องเที่ยว) |
Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ |
ชื่อปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต (การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์) |
Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการบัญชีต่อเนื่อง |
ชื่อปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการบัญชี |
Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบัญชีบัณฑิต สาขาวิชาการบัญชี | ชื่อปริญญา บัญชีบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
| - หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาระบบสารสนเทศทางการบัญชี |
ชื่อปริญญา บัญชีบัณฑิต | Download โครงสร้างหลักสูตร |
นักศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นค่าธรรมเนียมการศึกษาซึ่งมหาวิทยาลัยจะเรียกเก็บในอัตราดังต่อไปนี้
1. ภาคการศึกษาปกติ มีอัตราดังต่อไปนี้เรียกเก็บอัตราครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมการศึกษาภาคการศึกษาปกติคณะนั้น ๆ โดยเรียกเก็บอัตราดังกล่าว ตั้งแต่ภาคการศึกษาที่เกินจากหลักสูตรกำหนดเป็นต้นไป ทั้งนี้ จำนวนภาคการศึกษาตามที่หลักสูตรกำหนด ให้นับภาคการศึกษาที่มีการลงทะเบียนเรียน โดยไม่นับรวมภาคการศึกษาที่มีการลาพัก
|
ประกาศใดที่ขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ ให้ใช้ประกาศนี้แทน ประกาศ ณ วันที่ 30 ต.ค. 2549 |
|
(รองศาสตราจารย์ ดร.บุญสม ศิริบำรุงสุข) อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |

การตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตของการศึกษาและการประกอบอาชีพ ดังนั้นข้อมูลที่สมบูรณ์และสามารถที่จะตอบคำถามด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัย อาทิ คณะ/สาขาวิชาที่เปิดสอน ค่าใช้จ่ายในการศึกษา ข้อควรทราบเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย และสถานที่ติดต่อสอบถาม ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการประกอบการตัดสินใจเลือกคณะ/สาขาวิชาของนักเรียน และเป็นข้อมูลสำหรับอาจารย์แนะแนว รวมทั้ง ผู้ปกครองและผู้สนใจทั่วไป ซึ่งจะสามารถตอบคำถามและประกอบการตัดสินใจในการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทั้ง 5 วิทยาเขต ได้จากหัวข้อดังต่อไปนี้
การสมัครคัดเลือกนักศึกษาเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษาซึ่งมีวิธีการที่แตกต่างกัน สามารถดูรายละเอียดได้ดังนี้
1. การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา
(ระบบ Admission หรือ รับรวม) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
เป็นการดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2549 มีองค์ประกอบการพิจารณาและวิธีการ ดังนี้
1) องค์ประกอบและค่าน้ำหนักที่ใช้ในการพิจารณา : ประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 องค์ ดังตาราง คือองค์ประกอบ |
2551 ค่าน้ำหนัก |
2552 ค่าน้ำหนัก |
| 1. ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า (GPAX) | 10% |
10% |
| 2. ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ (GPA กลุ่มสาระ 3-5 กลุ่ม จาก 8 กลุ่ม) | 30% |
40% |
| 3. ผลการสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Educational Test : O-NET) |
35-70% |
35-70% |
| 4. ผลการสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง ( Advanced National Educational Test : A-NET) และ/หรือ วิชาเฉพาะ รวมแล้วไม่เกิน 3 วิชา |
0-35% |
0-35% |
2) วิธีการดำเนินการ ประกอบด้วยขั้นตอน 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนการสอบวัดความรู้และขั้นตอนการสมัครคัดเลือกเข้าคณะ/ประเภทวิชา
2.1) ขั้นตอนการสอบวัดความรู้
เป็นการสอบวัดความรู้ในวิชาต่าง ๆ ที่แต่ละคณะ/ประเภทวิชา กำหนดให้สอบเพื่อเก็บคะแนนไว้ใช้พิจารณาแข่งขันคัดเลือกในภายหลัง
การสอบวัดความรู้มี 3 ประเภท คือ
(1
) การทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Educational Test
: O-NET) จัดสอบปีละ 1 ครั้ง ดำเนินการโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)
กำหนดสอบในเดือนกุมภาพันธ์ จัดสอบ 5 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย, สังคมศึกษา, ภาษาอังกฤษ,
คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ผู้สมัครสามารถสอบได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น คะแนนสามารถเก็บไว้ใช้ได้ตลอดไป
(2)
การทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง ( Advanced National Educational Test : A-NET)
ดำเนินการโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กำหนดสอบในเดือนมีนาคม จัดสอบปีละ
1 ครั้ง จัดสอบทั้งหมด 11 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย 2, สังคมศึกษา 2, ภาษาอังกฤษ 2,
คณิตศาสตร์ 2, วิทยาศาสตร์ 2, ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาเยอรมัน, ภาษาบาลี, ภาษาอาหรับ
, ภาษาจีน และภาษาญี่ปุ่น ผู้สมัครจะเลือกสอบกี่วิชา และสอบกี่ครั้งก็ได้ คะแนนเก็บไว้ใช้ได้
3 ปี
(3)
วิชาเฉพาะ/วิชาความถนัด ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการการอดุมศึกษา (สกอ.) กำหนดสอบในเดือนตุลาคม
ก่อนการสอบ O-NET และ A-NET จัดสอบทั้งหมด 11 วิชา ได้แก่ ความถนัดทางวิศวกรรม,
ความถนัดทางสถาปัตยกรรม, ความถนัดทางวิชาชีพครู, ความรู้ความถนัดทางศิลป์, ทฤษฎีทัศนศิลป์,
ปฏิบัติทัศนศิลป์, ทฤษฎีนฤมิตศิลป์, ปฏิบัตินฤมิตศิลป์, วาดเส้น, องค์ประกอบศิลป์
และความถนัดทางนิเทศศิลป์ คะแนนเก็บไว้ใช้ได้ 3 ปี
2.2) ขั้นตอนการสมัครคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กำหนดให้ยื่นใบสมัครเพื่อเลือกคณะ/ประเภทวิชา
ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ผู้สมัครสามารถเลือกคณะ/ประเภทวิชาได้ 4 อันดับ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจะนำคะแนนวิชาต่าง
ๆ ใน O-NET, วิชาต่าง ๆ ใน A-NET และ/หรือวิชาเฉพาะ/วิชาความถนัด ที่ผู้สมัครทำได้
มารวมกับคะแนนผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (GPAX) และผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายตามกลุ่มสาระการเรียนรู้
(GPA) ที่คณะ/ประเภทวิชากำหนด เพื่อใช้พิจารณาตัดสินผลการคัดเลือก และจะประกาศผลการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยประมาณต้นเดือนพฤษภาคม
2. การคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาโดยวิธีรับตรง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
มีนโยบายที่จะพยายามให้มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งเรียนรู้รับใช้ชุมชนใต้ จึงได้หาแนวทางที่จะเพิ่มโอกาสทางการศึกษาเพื่อให้นักเรียนมีโอกาสเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้มากยิ่งขึ้น
โดยในปี 2516 -2517 มหาวิทยาลัยเริ่มจัดโควตาให้เฉพาะนักเรียนที่เรียนดีในชั้น
ม.ศ.5 สายสามัญ (ม.6 ปัจจุบัน) ในภาคใต้ เข้าศึกษาโดยวิธีรับตรง จำนวนร้อยละ 10
ของจำนวนที่รับได้ทั้งหมด ต่อมาในปี 2518 เริ่มเปิดโอกาสให้นักเรียนในภาคใต้แข่งขันเข้าเรียนได้อย่างเสมอภาคด้วยวิธีการการสอบแข่งขัน
โดยรับเข้าศึกษาจำนวนร้อยละ 30 ของจำนวนที่รับได้ทั้งหมด และ เพิ่มเป็นร้อยละ 40
ในปี 2519-2522 ตั้งแต่ปี 2523-2551 เพิ่มเป็นร้อยละ 50 จนถึงปัจจุบันรับเข้าศึกษาร้อยละ
75 ของจำนวนที่รับทั้งหมดในปีแต่ละปีการศึกษา
ในการคัดเลือกโดยวิธีรับตรงนี้
มหาวิทยาลัยยังพบว่า นักเรียนโรงเรียนใหญ่ๆ ที่มีมาตรฐานการสอนดีจะมีโอกาสสอบคัดเลือกได้มากกว่าโรงเรียนประจำจังหวัดหรือโรงเรียนประจำอำเภอเล็กๆ
มหาวิทยาลัยจึงได้พัฒนาเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กระจายมากขึ้น โดยการแบ่งผู้สมัครออก
เป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่ม 1 และกลุ่ม 2 โดยกำหนดโควตาให้แต่ละกลุ่มจำนวนร้อยละ 40
และ 60 ของจำนวนที่จะรับได้โดยวิธีรับตรงตามลำดับ ผู้สมัครในกลุ่ม 1 คือนักเรียนที่เรียนดีที่สุด
10 % แรก ของแต่ละโรงเรียน ส่วนนักเรียนที่เหลือของแต่ละโรงเรียนที่ไม่ใช่กลุ่ม
1 ให้ถือเป็นกลุ่ม 2 จากวิธีการแบ่งกลุ่มเช่นนี้ทำให้นักเรียนในโรงเรียนมัธยมเล็กๆมีโอกาสเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยได้มากขึ้น
3. การสอบคัดเลือกนักศึกษาในหลักสูตรอื่นๆ โดยคณะจัดสอบเอง
เป็นการรับนักศึกษาเพื่อเข้าศึกษาในหลักสูตรระดับประกาศนียบัตร (ต่ำกว่าปริญญาตรี)ระดับอนุปริญญา,
ระดับปริญญาตรี, ปริญญาตรีต่อเนื่อง และระดับบัณฑิตศึกษา รวมทั้งการรับนักศึกษาเข้าศึกษาตามโครงการพิเศษอื่นๆ
โดยคณะวิชาต่างๆ ที่รับผิดชอบหลักสูตรหรือโครงการพิเศษเหล่านี้ จะเปิดรับสมัครและทำการสอบคัดเลือกเองโดยตรง
ช่วงเวลาที่เปิดรับสมัครและวันสอบแข่งขัน เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นคราวๆไป
ส่วนเรื่องของการโอนย้ายและแลกเปลี่ยน สามารถสอบถามได้ที่งานทะเบียนกลาง เบอร์โทรศัพท์ 0-7444-6734 หรือที่เว็บไซต์ http://reg.psu.ac.th/
งานรับนักศึกษา เดิมชื่อ “หน่วยสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย” หรือ “หน่วยสอบคัดเลือกฯ “ เป็นหน่วยสังกัดงานบริการวิชาการ กองบริการการศึกษา ต่อมาสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในคราวประชุมครั้งที่ 285 (9/2548) เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2548 มีมติอนุมัติให้จัดตั้งเป็น “งานรับนักศึกษา” เป็นงานหนึ่งกองบริการการศึกษา สำนักงานอธิการบดี
งานรับนักศึกษา แบ่งงานตามภารกิจหลัก 2 ด้าน ดังนี้1. ภารกิจด้านการรับนักศึกษา มีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบในการประสานงานและดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
1.1 การคัดเลือกนักเรียน เข้าศึกษาขั้นปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยวิธีรับตรง (สอบตรง) และโควตาพิเศษ ต่าง ๆ ได้แก่
- การคัดเลือกนักเรียนที่มีผลการเรียนดี
- การคัดเลือกนักเรียนใน 14 จังหวัดภาคใต้ โดยวิธีรับตรง
- โครงการคัดเลือกนักศึกษาไทยที่นับถือศาสนาอิสลามใน จังหวัดชายแดนภาคใต้
เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ตามโครงการกระทรวงมหาดไทย
- การคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬา
- การคัดเลือกนักเรียนในเขตภาคเหนือโดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- การคัดเลือกนักเรียนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- โครงการกระจายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ท้องถิ่นที่ไม่มีผู้สอบผ่านข้อเขียน (โควตาอำเภอ)
- โครงการรับนักศึกษาแพทย์โควตาจังหวัด (แพทย์ชนบท)
- โครงการรับนักศึกษาทันตแพทย์โควตาจังหวัด
1.2 การคัดเลือกเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนักศึกษา (Admissions) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
1.3 การจัดสอบวิชาเฉพาะ/วิชาความถนัด เพื่อสมัครคัดเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย
1.4 การจัดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Education Test : O-NET) และ การจัดสอบทางการศึกษาขั้นสูง (Advanced National Education Test : A-NET)
1.5 การรับนักศึกษาตามโครงการพิเศษของมหาวิทยาลัย/ คณะต่าง ๆ
1.6 การดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับนักศึกษาขั้นปริญญาตรี
การดำเนินงานในระดับปฎิบัติหน้าที่ในข้อ 1.1, 1.2, 1.3 และ 1.4 อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ /คณะอนุกรรมการดำเนินงานที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้งขึ้น โดยมีงานรับนักศึกษาเป็นฝ่ายเลขานุการและประสานงาน
2. ภารกิจด้านการบริหารและธุรการ การจัดทำข้อมูลและสารสนเทศ คลังข้อสอบและวิเคราะห์ข้อสอบ การประเมิน วิจัยและพัฒนาระบบการรับนักศึกษา การประชาสัมพันธ์และแนะแนว การประกันคุณภาพและการควบคุมภายใน การเงินและพัสดุ และงานธุรการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์สนับสนุนและจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษา พร้อมจัดบริการและสวัสดิการที่ หลากหลายด้วยระบบสารสนเทศ เพื่อให้นักศึกษามีการแสวงหาความรู้ตลอดชีวิต และมีคุณธรรม ข้อมูลในหัวข้อดังกล่าว นำเสนอดังในรายละเอียดต่อไปนี้
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นกองทุนที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นการสนับสนุนและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ จัดให้กับนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้มีโอกาสศึกษาจนสำเร็จระดับปริญญาตรี ทั้งนี้นักศึกษาต้องชำระคืนหลังสำเร็จการศึกษา วงเงินกู้ยืมไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปีการศึกษา ติดต่องานแนะแนวและจัดหางาน โทร. 0-7428-2201 , 0-7428-2205
เว็บไซต์ : http://student.psu.ac.th/loan/มหาวิทยาลัยมีนโยบายจัดทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล บังคับใช้กับนักศึกษาทุกคน โดยนักศึกษาต้องชำระเงินค่าประกันปีการศึกษาละ 300 บาท และให้นักศึกษาเข้าร่วมโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง 30 บาท) ได้รับสิทธิ์เข้ารักษาพยาบาลและคุ้มครองกรณีป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุดังนี้
1. กรณีป่วยไข้ มีสิทธิ์เข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ทั้งในภาคการศึกษาที่ 1 2 และภาคฤดูร้อน รวมเป็นเวลาไม่เกิน 30 วัน เป็นจำนวนเงินไม่เกิน 10,000 บาทต่อปีการศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ มีนโยบายช่วยเหลือ นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้มีโอกาสศึกษาจนสำเร็จ จึงได้จัดหาทุนการศึกษาจากแหล่งต่างๆ รวมทั้งจัดสรรทุนการศึกษาแก่นักศึกษาดังนี้
เป็นทุนที่มหาวิทยาลัยฯ จัดสรรให้นักศึกษา โดยกำหนดให้ผู้รับทุน ทำงานให้กับหน่วยงานของมหาวิทยาลัยฯ นักศึกษาจะได้รับค่าตอบแทนคิดเป็นชั่วโมงการทำงาน ชั่วโมงละ 25 บาท ระยะเวลาทำงานไม่เกิน 100 ชั่วโมง/ภาคการศึกษา
1.2 ทุนประเภททั่วไป (ทุนธนาคาร, มูลนิธิ ฯลฯ)เป็นทุนที่มหาวิทยาลัยได้รับความอนุเคราะห์เงินทุนจากหน่วยงาน บริษัท ธนาคารและเอกชน มูลนิธิ จำนวนเงินทุนตั้งแต่ 3,000-30,000 บาท/ปี
1.3 ทุนประเภทยกเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษาเป็นทุนที่มหาวิทยาลัยพิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษา 3 รายการ คือ ค่าหน่วยกิต ค่าบำรุงมหาวิทยาลัย และค่าบำรุงห้องสมุดให้กับนักศึกษา ชั้นปีที่ 1 ตามคุณสมบัติที่มหาวิทยาลัยกำหนดคือ ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษาให้ต่อเนื่องจนสำเร็จการศึกษา
ติดต่องานแนะแนวและจัดหางาน โทร. 0-7428-2000 ต่อ 2077เป็นเงินที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการแก่นักศึกษาที่มีความเดือดร้อนเรื่องการเงินกระทันหัน ให้ยืมคราวละ 1,000 บาท
ติดต่องานแนะแนวและจัดหางาน โทร. 0-7428-2000 ต่อ 2077หอพักนักศึกษาจัดสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน และเพื่อพัฒนา นักศึกษาในด้านต่างๆ ได้แก่ การใช้ชีวิต ความเป็นอยู่ร่วมกันอย่างมีระเบียบวินัย แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เข้าใจและเกิดความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ตลอดจนความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม
นักศึกษาที่เข้าพักในหอพักของมหาวิทยาลัยทุกคน ต้องย้ายทะเบียนบ้านเข้าอยู่ในเลขที่บ้านของมหาวิทยาลัย และโอนย้ายกลับได้เมื่อพ้นสภาพหรือจบการศึกษา ยกเว้นนักศึกษาที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดสงขลา โดยมหาวิทยาลัยได้กำหนดเกณฑ์การจัดที่พักให้นักศึกษาดังต่อไปนี้
1. มหาวิทยาลัยจะจัดสรรที่พักในหอพักนักศึกษาให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1และนักศึกษาชั้นปีที่ 2-4 คณะพยาบาลศาสตร์ทุกคนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีนโยบายที่จะสนับสนุนให้นักศึกษาได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมตามความถนัดและความสนใจ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
1. กิจกรรมส่วนกลาง ได้แก่ องค์การบริหารองค์การนักศึกษา สภานักศึกษา คณะกรรมการนักศึกษาประจำหอพัก และชมรมในสังกัดองค์การบริหาร องค์การนักศึกษา ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ฝ่าย ดังนี้
1.1 ชมรมด้านบำเพ็ญประโยชน์2. กิจกรรมส่วนคณะ ได้แก่ กิจกรรมสโมสรและชุมนุมในสังกัดสโมสรคณะ ต่างๆ ซึ่งสามารถดูรายละเอียดได้จากหัวข้อดังต่อไปนี้
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีนโยบายที่จะสนับสนุนให้นักศึกษาได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมตามความถนัดและความสนใจ นอกเหนือจากการฟังบรรยายในห้องเรียน ตลอดจนการฝึกฝนทักษะเพื่อที่จะให้เป็นบัณฑิตที่เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ความสามารถ บุคลิกภาพที่ดี มีวิจารณญาณ เสียสละต่อส่วนรวม มีคุณธรรม จริยธรรม และสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง เป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพและคุณธรรมสมบูรณ์ทั้งทางด้านสติปัญญา ร่างกายและจิตใจ โดยนักศึกษาสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ตามความสนใจ
เว็บไซต์ : http://www.su.psu.ac.th/ongkan/สภานักศึกษา คือ องค์กรหนึ่งของนักศึกษา ที่ถูกแต่งตั้งขึ้นโดยมหาวิทยาลัยเพื่อที่จะดูแลการดำเนินกิจกรรมต่างๆของนักศึกษาให้เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัย…..องค์กรนักศึกษาเพื่อการศึกษานั่นเอง บทบาทหน้าที่ ควบคุมดูแลการทำงานขององค์การบริหารองค์การนักศึกษา ชมรมต่างๆรวมถึงสโมสรนักศึกษาคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัย พิทักษ์สิทธิ์ต่างๆของนักศึกษา พิจารณาจัดสรรงบประมาณ ในการจัดกิจกรรมต่างๆของนักศึกษา…
เว็บไซต์ : http://www.su.psu.ac.th/sapa/สภานักศึกษา ม.อ. ปัตตานี สภานักศึกษาเป็นองค์กรหนึ่งของนักศึกษา ในม.อ.ปัตตานี ซึ่งเป็นองค์กรหลักที่เคียงคู่ กับองค์การบริหารองค์การนักศึกษามีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานขององค์ การบริหารองค์การนักศึกษา สโมสรนักศึกษา ชมรมต่างๆ และคอยรับฟังปัญหาของ นักศึกษาเพื่อไปเสนอต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังมีหน้าที่ในการประสานงาน ระหว่างมหาวิทยาลัยกับองค์กรต่างๆ ของนักศึกษา แต่หน้าที่สำคัญที่สุดคือการตรวจ สอบการบริหารขององค์กรต่างๆเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของชาว ม.อ.
เว็บไซต์ : http://www.councill-pn-psu.th.gs/web-c/ouncill-pn-psu/index%20wt.htm
สำหรับระบบสารสนเทศของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีศูนย์คอมพิวเตอร์รับผิดชอบระบบโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาซอฟต์แวร์ และการดูแลมีคณะ/หน่วยงานร่วมรับผิดชอบในการป้อนข้อมูล และปรับปรุงฐานข้อมูล โดยระบบสารสนเทศมีการพัฒนาและปรับปรุงให้มีความทันสมัยและต่อเนื่อง โดยระบบที่ทางมหาวิทยาลัยได้พัฒนาขึ้นมานั้น แบ่งเป็น
มหาวิทยาลัยโดยศูนย์คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลระบบสารสนเทศของมหาวิทยาลัย โดยการปรับปรุงและพัฒนาให้มีความทันสมัยและต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการและความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยระบบสารสนเทศสำหรับนักศึกษา ตั้งแต่ระบบการรับเข้า การจัดการเรียนการสอน การดูแลนักศึกษา จนกระทั่งสำเร็จการศึกษา ซึ่งระบบที่ให้บริการสามารถดูตามวิทยาเขตได้ดังต่อไปนี้
มหาวิทยาลัยโดยศูนย์คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลระบบสารสนเทศของมหาวิทยาลัย โดยการปรับปรุงและพัฒนาให้มีความทันสมัยและต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการและความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยระบบสารสนเทศสำหรับบุคลากร ซึ่งให้บริการด้านต่างๆ เช่น ประวัติบุคลากร การลาหยุดราชการ เป็นต้น ซึ่งระบบที่ให้บริการสามารถดูตามวิทยาเขตได้ดังต่อไปนี้
มหาวิทยาลัยโดยศูนย์คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลระบบสารสนทเศของมหาวิทยาลัย โดยการปรับปรุงและพัฒนาให้มีความทันสมัยและต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการและความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยระบบสารสนเทศสำหรับนักศึกษา ตั้งแต่ระบบการรับเข้า การจัดการเรียนการสอน การดูแลนักศึกษา จนกระทั่งสำเร็จการศึกษา ซึ่งระบบที่ให้บริการสมารถดูรายละเอียดของแต่ละวิทยาเขตได้ดังต่อไปนี้
มหาวิทยาลัยโดยศูนย์คอมพิวเตอร์วิทยาเขตหาดใหญ่ทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลระบบสารสนทเศของมหาวิทยาลัย โดยการปรับปรุงและพัฒนาให้มีความทันสมัยและต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการและความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยระบบสารสนเทศสำหรับนักศึกษา ตั้งแต่ระบบการรับเข้า การจัดการเรียนการสอน การดูแลนักศึกษา จนกระทั่งสำเร็จการศึกษา ซึ่งระบบที่ให้บริการสำหรับนักศึกษาในวิทยาเขตหาดใหญ่ได้แก่
เมื่อได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นักศึกษา สามารถใช้บริการ ต่างๆที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ ได้ โดยใช้ PSU Passport (แนะนำPSU Passport) เป็นกุญแจในการ เข้าใช้บริการ ซึ่งE -Mail Address นักศึกษาจะได้ E-Mail Address อัตโนมัติ เป็นรหัส นักศึกษา ตามด้วย @email.psu.ac.th เช่น นักศึกษา รหัส 5410110001 จะมี e-mail address เป็น 5410110001@email.psu.ac.th โดยนักศึกษาสามารถใช้งานได้ที่ http://www.outlook.com/email.psu.ac.th ใช้ Username เป็น 541011001@email.psu.ac.th และ Password ในครั้งแรก เป็นเลขที่บัตรประชาชน เมื่อ Login เข้าไปได้ในครั้งแรกแล้ว สามารถตั้งรหัสผ่านได้ตามต้องการ
เว็บไซต์ http://www.outlook.com/email.psu.ac.thงานทะเบียนกลางเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบงานด้านทะเบียนและประมวลผลของนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ มีภารกิจหลักได้แก่
เว็บไซต์ PSU Job Search เป็นเว็บไซต์สมัครงานที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับให้บริการทั้งนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และบริษัทต่างๆที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ PSU Job Search โดยนักศึกษาสามารถฝากประวัติและค้นหางานจากบริษัทต่างๆ ทั่วประเทศได้ สำหรับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถค้นหาประวัตินักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่มีคุณสมบัติตรงตามตำแหน่งงานที่ต้องการ และดำเนินการรับสมัครผ่านทางเว็บไซต์ได้เช่นกัน
ระบบ LMS@PSUเป็นระบบที่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการเรียนการสอนของอาจารย์และนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยตัวของระบบนั้นมีพื้นฐานมาจากฟรีซอฟท์แวร์ที่ชื่อว่า Moodle (Modular Objact-Oriented Dynamic Learning Environment) ซึ่งผู้ใช้สามารถทำการสร้างบทเรียนแบบออนไลน์ในระบบเพื่อนำไปประยุกต์ใชกับการเรียนการสอนในรูปแบบที่ผู้สอนต้องการ
ระบบบริการงานธุรการผ่านเว็บ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการนักศึกษาขอทรานสคริปต์ และหนังสือรับรองต่างๆ ผ่านระบบ แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ
โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ปรับปรุงค่าธรรมเนียมส่งหลักฐานการศึกษาถึงที่ภายในประเทศทางไปรษณีย์ ในอัตราดังนี้
E-Mail
เว็บไซต์ https://mails.pn.psu.ac.th/horde3/imp/login.php
ตรวจสอบสำเร็จการศึกษา
เว็บไซต์ http://mis-pattani.pn.psu.ac.th/registra/misc/web_page/index.php?page=stud_index.php
คำอธิบายรายวิชา
เว็บไซต์ http://mis-pattani.pn.psu.ac.th/registra/curriculum/searchsubjectdesc.php
Download แบบฟอร์มงานทะเบียน
เว็บไซต์ http://mis-pattani.pn.psu.ac.th/registra/misc/web_page/index.php?page=form_download.html
ระบบทุนการศึกษา
เว็บไซต์ http://mis-pattani.pn.psu.ac.th/loan/scholar/Loginscholar.php
ระบบงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
เว็บไซต์ http://mis-pattani.pn.psu.ac.th/loan/student/Login.php
ระบบหอพัก
เว็บไซต์ http://mis-pattani.pn.psu.ac.th/dorm/
ระบบหอพักในกำกับ
เว็บไซต์ http://mis-pattani.pn.psu.ac.th/cdorm/
ห้องเรียนเสมือน
เว็บไซต์ http://www.pn.psu.ac.th/vc_simulation.php/
งานทะเบียนและสถิตินักศึกษา
เว็บไซต์ http://mis-pattani.pn.psu.ac.th/registra/misc/web_page/
ค้นหาอีเมล์นักศึกษา
เว็บไซต์ http://mis-pattani.pn.psu.ac.th/intranet/email/search_mail_student3.php
ระบบสารสนเทศนักศึกษา
เว็บไซต์ http://intranet.phuket.psu.ac.th/std_zone/login.php
WebMail
เว็บไซต์ http://www.phuket.psu.ac.th/webmail/
Virsual Classroom
เว็บไซต์ http://vcr.phuket.psu.ac.th/
Virsual Classroom
เว็บไซต์ http://www.surat.psu.ac.th/vc_surat
E-Service (PSU Passpopst)
เว็บไซต์ http://classroom.surat.psu.ac.th/reserve_room/
ค้นหาตารางสอบ
เว็บไซต์ http://reg.surat.psu.ac.th/schedule/examschedule_main.php
หอบรรณสารสนเทศ
เว็บไซต์ http://lib.surat.psu.ac.th/web51/
สารสนเทศนักศึกษา
เว็บไซต์ http://www.trang.psu.ac.th/information_student.php
E-Mail
เว็บไซต์ http://webmail.psu.ac.th/webmail/
E-learning
เว็บไซต์ http://vclass.trang.psu.ac.th/
Check Quota Print
เว็บไซต์ http://172.20.1.240/topup/
มหาวิทยาลัยโดยศูนย์คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลระบบสารสนเทศของมหาวิทยาลัย โดยการปรับปรุงและพัฒนาให้มีความทันสมัยและต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการและความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยระบบสารสนเทศสำหรับบุคลากร ซึ่งให้บริการด้านต่างๆ เช่น ประวัติบุคลากร การลาหยุดราชการ เป็นต้น ซึ่งระบบที่ให้บริการสามารถดูรายละเอียดของแต่ละวิทยาเขตได้ดังต่อไปนี้
วิทยาเขตหาดใหญ่
|
อินทราเน็ต(Intranet) คือ ระบบเครือข่ายภายในมหาวิทยาลัยเป็นบริการ และการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เหมือนกันอินเทอร์เน็ต แต่จะเปิดให้ใช้เฉพาะสมาชิกในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เท่านั้น
เว็บไซต์ http://www.intranet.psu.ac.th/ระบบสืบค้นไปรษณียภัณฑ์ คือจดหมายที่จ่าหน้าซองส่งถึงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์โดยไม่ได้ระบุชื่อ คณะ/หน่วยงาน หรือตู้เช่าไปรษณีย์ ซึ่งไปรษณีย์ภัณฑ์ที่สามารถสืบค้นได้ ได้แก่ EMS ลงทะเบียน พัสดุ ธนาณัติ DHL (จดหมายธรรมดาสืบค้นไม่ได้)
ระบบงาน MIS ของมหาวิทยาลัยได้พัฒนาและใช้มาแล้วเป็นเวลาประมาณ 15 ปี ต่อมาทางศูนย์คอมพิวเตอร์ได้เล็งเห็นว่า ระบบงาน MIS ที่ใช้อยู่บนเครื่อง VAX 11/785 นั้นได้ใช้งานมานานแล้ว และเกิดปัญหาขึ้นบ่อยครั้ง อันเนื่องมาจากการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่ถูกใช้งานมานาน อีกทั้งโปรแกรมต่างๆ ที่ใช้งานอยู่ค่อนข้างล้าสมัยหากเทียบกับเทคโนโลยีในขณะนั้น จึงได้มีการปรับเปลี่ยนฮาร์ดแวร์มาเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ HP K200 Memory 128 MB Hard disk 10 GB OS HP-Ux10.01 และใช้ซอฟต์แวร์ ORACLE Version7 ซึ่งเป็นโปรแกรมระบบจัดการฐานข้อมูลที่มีความสามารถสูงและใช้ได้ดีกับระบบฐานข้อมูลใหญ่ๆ และได้พัฒนาระบบงาน MIS ขึ้นใหม่จากงานเดิมที่ใช้อยู่เป็นหลัก และได้ทำการเพิ่มเติมในบางส่วนตามความต้องการใหม่ทั้งในส่วนของคณะและหน่วยงานกลาง เพื่อให้การใช้ข้อมูลที่มีอยู่มีประสิทธิภาพ และสนองตอบต่อความต้องการทั้งของคณะ และหน่วยงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ในปัจจุบันระบบงาน MIS ของมหาวิทยาลัย มีอยู่ทั้งสิ้น 5 ระบบงาน ได้แก่
1. ระบบงานการเงินเว็บไซต์ https://payroll.psu.ac.th/
ระบบสืบค้นเงินเดือน ม.อ. สำหรับบุคลากรใน ม.อ. สืบค้นการจ่ายเงินเดือนปัจจุบันและย้อนหลังได้
PSU :: Webmail Login เป็นบริการ ITพื้นฐานสำหรับบุคลากร โดยบุคลากรมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สามารถใช้บริการพื้นฐานที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ ให้บริการโดยต้องใช้ PSU Passport เป็นกุญแจสำหรับเข้าใช้บริการ ซึ่ง E-Mail Address บุคลากรจะได้ E-Mail Address อัตโนมัติจากระบบ โดยจะเป็นชื่อภาษาอังกฤษ มี จุด และตามด้วยนามสกุลตัวแรก ตามด้วย @psu.ac.th เช่น naowarat.s@psu.ac.th เป็นต้น
ระบบ E-Mail
เว็บไซต์ http://www.pn.psu.ac.th/select_mail/staff.html
Intranet
เว็บไซต์ http://intranet.pn.psu.ac.th
ค้นหาอีเมล์บุลคากร
เว็บไซต์ http://mis-pattani.pn.psu.ac.th/intranet/email/search_mail3.php
ค้นหาอีเมล์หน่วยงาน
เว็บไซต์ http://mis-pattani2.pn.psu.ac.th/intranet/EmailInstitute/searchemail.php
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
เว็บไซต์ http://www.pn.psu.ac.th/telephone/telephone.php
บริการยานยนต์
เว็บไซต์ http://intranet.pn.psu.ac.th/budget/car/Table_total.php
ระบบงานสารบรรณ
เว็บไซต์ http://mis-pattani.pn.psu.ac.th/saraban/main/Home.php
ระบบตรวจสอบเงินยืมนักศึกษา
เว็บไซต์ http://mis-pattani.pn.psu.ac.th/budget/income/
ระบบสหกรณ์
เว็บไซต์ http://intranet.pn.psu.ac.th/budget/sahakron/index.php
ระบบสารสนเทศบุคลากร
เว็บไซต์ https://dss.psu.ac.th/dss_person/
หมายเลขโทรศัพท์
เว็บไซต์ http://www.phuket.psu.ac.th/phonebook/index.php
ตรวจสอบจดหมายและพัสดุ
เว็บไซต์ http://intranet.phuket.psu.ac.th/staff/mail/mail_list.php
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
เว็บไซต์ http://www.surat.psu.ac.th//phone/
สารสนเทศบุคลากร
เว็บไซต์ http://www.trang.psu.ac.th/information_personal.php
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
เว็บไซต์ http://www.trang.psu.ac.th/ccenter/index.php?option=com_wrapper&ItemId=46
E-Mail
เว็บไซต์ http://webmail.psu.ac.th/webmail
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้มีการสนับสนุนให้อาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัยจากทุกวิทยาเขตสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้อย่างสะดวก ด้วยการเลือกใช้เครื่องมือทางด้านสารสนเทศช่วยในการเปิดช่องทาง
สำหรับเครื่องมือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้ติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เป็นระบบบล็อก ที่มีชื่อระบบการจัดการความรู้ระดับองค์กร (Open-Source Web Base Enterprise Knowledge Management System) หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่าซอฟต์แวร์ KnowledgeVolution ซึ่งพัฒนาโดยอาจารย์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งระบบเว็บบล็อกดังกล่าวชาวมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เรียกว่า " ชานชาลาแห่งการเรียนรู้ "
เว็บไซต์ http://share.psu.ac.th/
"เพื่อเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการและการประสานงานหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับของประชาชน และเป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพในการทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิของประชาชนในการรับ รู้ข้อมูลข่าวสาร"
พันธกิจ 1 ดำเนินการเพื่อสนับสนุนบทบาทตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของ ราชการในการกำกับดูแล และสอดส่องการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ รวมถึงออกระเบียบ หลักเกณฑ์ มาตรการ แนวทางปฏิบัติโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อคุ้มครองและรองรับสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พันธกิจ 2 ดำเนินการด้านวิชาการและธุรการให้กับคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารในกระบวนการวินิจฉัยอุทธรณ์ รวมถึง การสนับสนุนและประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ และประชาชน องค์กรพัฒนาภาคเอกชนเพื่อให้มีการปฏิบัติให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

ในนโยบายและแผนพัฒนามหาวิทยาลัย ในช่วงปี พ.ศ. 2550 – 2554 มหาวิทยาลัยกำหนดทิศทางการพัฒนาที่สอดรับกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่จะเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ทำหน้าที่ผลิตบัณฑิต บริการวิชาการ และทำนุบำรุงวัฒนธรรม โดยมีการวิจัยเป็นฐาน มีหลายข้อที่บอกถึงทิศทางด้ายวิจัยของมหาวิทยาลัย เช่น การเป็นมหาวิทยาลัยเน้นวิจัย โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบเพื่อเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้มุ่งสู่วิจัยและบัณฑิตศึกษาให้มากขึ้น และ มีความเป็นเลิศในบางสาขา โดยความเป็นเลิศในบางสาขาและบางเรื่อง เป็นความหวังที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยพร้อมๆกับการสร้างตัวอย่างวัฒนธรรมองค์กรให้ทำงานมุ่งเน้นพันธกิจหลักโดยมหาวิทยาลัยจะเป็น authority ในเรื่องยางพารา ปาล์มน้ำมัน อาหารทะเล ทะเลสาบสงขลา อิสลามศึกษา
ฐานข้อมูลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นข้อมูลที่มีตัวเล่มในหอสมุดฯ เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ และจัดทำเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แล้วเท่านั้น ฐานข้อมูลงานวิจัยนี้ดูได้ที่เว็บไซต์
และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้านวิจัยของมหาวิทยาลัยมีดังนี้
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีนโยบายในการส่งเสริมให้งานวิจัยมีทิศทางที่ชัดเจนและรองรับบัณฑิตศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำผลการวิจัยมาใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริงทั้งการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม การสนับสนุนบัณฑิตศึกษา รวมทั้งการนำผลมาใช้ในการแก้ปัญหา พัฒนาชุมชนหรือสังคม และตอบสนองวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัย (Research-oriented University)
ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบสนองต่อนโยบายมหาวิทยาลัยดังกล่าวข้างต้น จึงได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งเครือข่ายการวิจัยขึ้น โดยแบ่งเครือข่ายการวิจัยออกเป็น 4 ประเภท คือ สาขาความเป็นเลิศ สถานวิจัยความเป็นเลิศ สถานวิจัย และหน่วยวิจัย
ทั้งนี้เพื่อเกิดการประสานความร่วมมือและส่งเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายการวิจัย มหาวิทยาลัยจึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงการจัดตั้งเครือข่ายการวิจัย (MOU) ขึ้น เพื่อชี้แจงรายละเอียด และข้อตกลงต่างๆ เกี่ยวกับการจัดตั้งเครือข่ายการวิจัย โดยมี มหาวิทยาลัย วิทยาเขต และคณะที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง
โดยในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมีเครือข่ายการวิจัย ที่ได้รับการอนุมัติทุนสนับสนุนการจัดตั้งเครือข่ายการวิจัย ตามบันทึกข้อตกลง ( MOU) แล้ว ดังนี้
สาขาความเป็นเลิศ (Discipline of Excellence ; DoE)เป็นกลุ่มวิจัยที่เน้นการวิจัยด้านฟองยางธรรมชาติ โดยต้องการเน้นในแง่มุมที่จะทำความเข้าใจในกระบวนการที่เกี่ยวเนื่องไปถึงระบบการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ดังนั้นการวิจัยจึงหลากหลายเพื่อที่จะคลอบคลุมถึงระบบการเตรียมน้ำยางคอมเปาวด์ การเกิดฟองยางธรรมชาติ การควบคุมการผลิต การควบคุมคุณสมบัติ และคุณภาพ ไปจนถึงผลของปัจจัยทางการผลิต และอื่น ๆ ที่มีผลต่อคุณสมบัติของฟองยางธรรมชาติ
นอกจากนี้แล้วยังมีการวิจัย ที่เกี่ยวเนื่องอย่างใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมยางธรรมชาติ เช่น พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จากยางธรรมชาติ และการปรับปรุงการผลิตในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ เป็นต้น
เว็บไซต์ : http://www.nanotec.psu.ac.th
Center of excellence in Nanotechnology at Prince of Songkla University was established in 2006 under the collaboration among researcher from three faculties; Sciences, Pharmacy and Engineering. Today, the research in Nanotechnology is actively carried out in Thailand because we cannot deny advance Technology in this century. Our main focus is on Nano-Materials as we group together we hope that we can stimulate and generate the research atmosphere and activities. Also the expansion of graduate studies can generate the opportunities to keep pace with advances in Nanotechnology.
The strength of our group arises from our well qualified members and the excellent facilities for teaching ad research. The group currently has over 20 academic staff members. Further expansion of the group is expected to continue for the near future. We also welcome other disciplines and member staff from other universities nationally or internationally. With these members, the group maintains a rigorous research environment with activities spanning both traditional and new emerging areas of research in Nanotechnology.
Multidisciplinary research in Nanotechnology is fostered and in particular, the unique combination of physical and biological Sciences promotes synergy and offers new initiatives in research. Our research efforts have resulted in over 10 publications in leading journals every year.
The group will maintain robust ties with the industry and oversea institutes through collaborative research as well as students exchange program.
สถานวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีวภาพแห่งคาบสมุทรไทย (Excellence Center for Biodiversity of Peninsular Thailand)
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในภาคใต้ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกยางใหญ่ที่สุดของประเทศ มีนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพอลิเมอร์ซึ่งมีศักยภาพในการวิจัยด้านยางพาราอยู่จำนวนมาก และได้มีการวิจัยและพัฒนาด้านยางพาราเป็นเวลานานกว่า 20 ปี โดยเฉพาะทีมวิจัยจากภาควิชาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ในสภาวะปัจจุบันนักวิจัยของภาควิชายังมีงานวิจัยอย่างต่อเนื่องและมีการขยายขอบเขตงานวิจัยในเรื่องการดัดแปลงโมเลกุล การเตรียมยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก และการพัฒนากระบวนการผลิตน้ำยางในระดับกลุ่มเกษตรกร เป็นต้น ดังนั้นการจัดตั้งสถานวิจัยความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยียางพาราจึงมีความสำคัญและจำเป็น ทั้งนี้เพื่อที่จะได้พัฒนางานวิจัยให้มีทิศทางที่เหมาะสมภายใต้การสนับสนุนที่เพียงพอ เพื่อจะได้มาซึ่งองค์ความรู้ที่มีความเหมาะสม ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรม และกลุ่มเกษตรกรหรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อการผลิตยางพาราในทุกรูปแบบให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มมูลค่า ขยายขอบเขตการใช้งานยางพารา เพื่อนำไปสู่รายได้ต่อหน่วยของยางพาราที่มากขึ้น มูลค่าการส่งออกที่มากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศในภาพรวม
สถานวิจัยจีโนมและชีวสารสนเทศ มีวัตถุประสงค์สร้างความเข้มแข็งให้กับการวิจัยด้านจีโนม การถอดรหัสพันธุกรรมและสร้างฐานข้อมูลจีโนม สร้างเครือข่ายงานวิจัยโดยเป็น hub ด้านจีโนมและชีวสารสนเทศให้กับกลุ่มวิจัยอื่น พัฒนางานวิจัยไปสู่การนำไปใช้ประโยชน์ เผยแพร่ผลงานวิจัย สร้างบุคลากรให้มีความรู้เชิงบูรณาการ และสร้างความเข้มแข็งให้กับศาสตร์ใหม่คือ ชีวสารสนเทศ โดยมีเป้าหมายงานวิจัยหลัก คือ จีโนมและชีวสารสนเทศทางการเกษตร (จะเน้นเกี่ยวกับ กุ้ง ยาง และปาล์มน้ำมัน) จีโนมและชีวสารสนเทศทางการแพทย์ เป็นต้น
เป็นการรวมกลุ่มนักวิจัยสหสาขาของคณะวิทยาศาสตร์เข้ามาอยู่ใสถานวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เพื่อร่วมกันศึกษาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติโดยมีผลงานทางวิชาการที่มีการค้นพบองค์ความรู้ใหม่และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติและนักวิจัยในกลุ่มได้รับทุนสนับสนุนทั้งภายในและภายนอกให้ดำเนินการวิจัยด้านผลิตภัณฑ์ธรรมชาติอย่างต่อเนื่องและมีความพร้อมของห้องปฏิบัติการ และครุภัณฑ์ที่จะใช้ทำการวิจัยเพื่อเสริมศักยภาพของบุคลากรให้สนองต่อเป้าประสงค์ข้อที่ 1 ของ มหาวิทยาลัยที่มุ่งจะเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยกล่าวคือ เพื่อเสริมสร้างคุณค่างานวิจัยให้เป็นแก่นความรู้เฉพาะทางที่เป็นเลิศ และพัฒนาให้เกิดรูปธรรมของนวัตกรรมสำหรับขับเคลื่อนอนาคตและก้าวสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำและเป้าประสงค์ข้อที่ 2 ได้แก่ เพื่อเสาะหาวิชชาอันก่อเกิดเป็นทุนวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนสู่มหาวิทยาลัยวิจัยสามารถถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีสู่ชุมชนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับนานาชาติ รวมทั้งสามารถผลิตบัณฑิตได้มากขึ้น
สถานวิจัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพจัดตั้งขึ้นโดยผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยในคราวประชุมครั้งที่ 286 (1/2549) เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549 และได้จัดทำบันทึกข้อตกลง (Memorandum of Agreement; MoU) ระหว่างสถานวิจัยฯ คณะอุตสาหกรรมเกษตร และมหาวิทยาลัย ลงนามโดยนายกสภามหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2549
สถานวิจัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพเป็นการรวมกลุ่มของนักวิจัยจากคณะต่าง ๆ ในสาขาที่เกี่ยวกับสุขภาพ 6 คณะ อันประกอบด้วย นักวิจัยจากคณะอุตสาหกรรมเกษตรซึ่งเป็นแกนนำ คณะเภสัชศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ คณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ และคณะวิทยาการจัดการซึ่งนักวิจัยของแต่ละคณะจะมีความถนัดและความเชี่ยวชาญเฉพาะ คือ คณะอุตสาหกรรมเกษตรเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตและการผลิตวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะเภสัชศาสตร์เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้สารอาหาร สมุนไพรและยา, Cell Line, Animal and Clinical Studies ของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ คณะทรัพยากรธรรมชาติจะเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเพาะปลูกและการปรับปรุงพันธ์พืชสมุนไพรที่เป็นปัจจัยการผลิต คณะวิทยาศาสตร์เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการทดสอบปฏิกิริยา สรรพคุณ และการตรวจสอบความเป็นพิษ คณะแพทยศาสตร์เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้เพื่อการรักษาพยาบาลและการบำบัดโรค และคณะวิทยาการจัดการเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการศึกษาผู้บริโภคและด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพ โดยร่วมมือกับนักวิจัยจากสถาบันภายนอกมหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนางานด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพให้เกิดความเข้มแข็งและมีทิศทางไปในทางเดียวกัน นำไปสู่การขยายผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนการเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมในการพัฒนาการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพ ออกสู่ตลาดทั้งภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ
คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมปาล์มและน้ำมันปาล์มที่มีต่อชุมชนภาคใต้ จึงได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับน้ำมันปาล์มที่มีต่อชุมชนภาคใต้ จึงได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับน้ำมันปาล์มอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน และเมื่อปี พ.ศ. 2544 ได้จัดตั้งกลุ่มวิจัยในสาขาความเป็นเลิศด้านน้ำมันปาล์มโดยทำงานวิจัยหลักๆ คือการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปาล์ม การใช้ประโยชน์จากวัสดุเศษเหลือและการบำบัดน้ำเสีย และการใช้เทคโนโลยีสะอาดในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม มีผลงานวิจัยที่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ และงานวิจัยที่กำลังดำเนินการอยู่ คณะอุตสาหกรรมเกษตรจึงประสงค์จะจัดตั้งสถานวิจัยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขึ้นเพื่อจะได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาให้เกิดประโยชน์และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหรรมปาล์มน้ำมันมากขึ้น
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตปาล์มน้ำมัน เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 ในชื่อ ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมัน ซึ่งขึ้นตรงกับสำนักวิจัยและพัฒนา ต่อมาในปี 2544 ได้โอนย้ายหน่วยงานด้านเขตกรรม มายังคณะทรัพยากรธรรมชาติ จึงได้ปรับเปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตปาล์มน้ำมัน ภายใต้โครงการจัดตั้งฝ่ายวิจัยและบริการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีภาระงานวิจัยและพัฒนาเน้นทางด้านเขตกรรมของปาล์มน้ำมัน รวมถึงงานด้านเศรษฐศาสตร์และการตลาดโดยมีการทำงานวิจัยร่วมมือกันกับหน่วยงานต่างๆ ในคณะทรัพยากรธรรมชาติและมีการร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยอื่นๆด้วย นอกจากนั้นยังมีหน้าที่หลัก ในการสนับสนุนการเรียนการสอนในคณะทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับปาล์มน้ำมัน และให้บริการวิชาการด้านปาล์มน้ำมันแก่เกษตรกรสวนปาล์มน้ำมัน นักวิชาการเกษตร นักส่งเสริมการเกษตรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการผลิตและพัฒนาปาล์มน้ำมันและผู้สนใจทั่วไป
สถานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมมเบรน เกิดขึ้นสืบเนื่องจากการรับทุนพัฒนาบุคลากรของ ทบวงมหาวิทยาลัยในปี 2539 เพื่อศึกษาวิจัยด้านชีวฟิสิกส์ และเมมเบรนเทคโนโลยี ภายใต้ความช่วยเหลือของ UNESCO Centre for Membrane Science and Technology, University of New South Wales และในปีเดียวกันได้เริ่มจัดตั้งเป็น “ กลุ่มวิจัยชีวฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมมเบรน”
จากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการพัฒนาอุตสาหกรรม ปัญหาน้ำทะเลรุกแหล่งน้ำใต้ดินในพื้นที่ชายฝั่ง และปัญหาแหล่งน้ำธรรมชาติที่ปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนัก ทำให้น้ำดื่ม / น้ำใช้ในธรรมชาติขาดคุณภาพ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน กลุ่มวิจัยจึงมีหารศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเมมเบรน เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการด้านคุณภาพน้ำดื่มในระยะแรก โดยมีการวิจัยและพัฒนาเมมเบรน เพื่อการแยกอนุภาคระดับไมโครถึงนาโน และในปี 2545 สภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้อนุมัติให้จัดตั้งเป็น “ สถานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมมเบรน” โดยคณะกรรมการดำเนินงานวิจัย ปฏิบัติงานตามแผนงานซึ่งทำข้อตกลงไว้ต่อสภามหาวิทยาลัย
เพื่อเสริมงานบัณฑิตศึกษาและพัฒนาบุคลากรให้รู้เท่าทันมากขึ้นประสานงานกับมหาวิทยาลัยในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย เพื่อจัดประชุมวิชาการระดับภูมิภาค นับเป็นการเปิดโลกทัศน์ด้านวิจัยให้แก่นักศึกษาและบุคลากรที่เข้าร่วมโครงการ
นอกจากนี้ มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดโอกาสให้บุคลากรได้ฝึกฝนการจัดการความรู้และมีส่วนร่วมในงานบริการวิชาการ เป็นการทำงานร่วมกันของบุคลากรหลายสาขาวิชาจึงกล่าวได้ว่าการพัฒนางานของกลุ่มวิจัยตั้งแต่ปีที่เริ่มต้นจนกระทั่งพัฒนามาสู่การจัดตั้งเป็นสถานวิจัยฯ เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างคณาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และบัณฑิตศึกษาอย่างมีบูรณาการ
คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ศึกษาวิจัยด้านพลังงานทดแทน เช่น พลังงานลม แก๊สชีวภาพ และอื่น ๆ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 และศึกษาวิจัยด้านน้ำมันปาล์มในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน แต่ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนคือ เมื่อ ปี พ.ศ. 2526 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดำเนินการพัฒนาอุปกรณ์หีบน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก และในปี 2527 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เริ่ม โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขนาดเล็กตามพระราชดำริ และได้ดำเนินการวิจัยอย่างต่อเนื่องตลอดมา
ในด้านไบโอดีเซลนั้น คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้เริ่มศึกษาวิจัยและพัฒนามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 และจากการกำหนดแผนพัฒนามหาวิทยาลัย (ปี 2546-2549) ที่สนับสนุนการจัดตั้งสถานวิจัยเฉพาะทาง เพื่อให้ทิศทางการวิจัยประเภทที่มีลักษณะเฉพาะมีความชัดเจนมากขึ้น และสามารถรองรับงาน บัณฑิตศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงได้จัดตั้งสถานวิจัยและพัฒนา พลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมันขึ้น เพื่อศึกษาและพัฒนาตั้งแต่เทคโนโลยีการแปรรูป น้ำมันปาล์มของภาคเกษตรกรและอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผลงานต่อเนื่องมาจากงานวิจัยในหลายโครงการ ของโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขนาดเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เทคโนโลยีการผลิตไบโอดีเซล เช่น การสร้างโรงงานผลิตไบโอดีเซล ขนาด 1,000 ลิตรที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ในปี 2545 การสร้างโรงงานผลิตไบโอดีเซล ขนาด 400 ลิตร ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง ฯ จ.นราธิวาส ในปี 2546 และงานวิจัยการนำเอาไขน้ำมันปาล์มจากบ่อบำบัดน้ำเสียโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มมาผลิตเป็นไบโอดีเซล เป็นต้น ตลอดจนการทดสอบการใช้น้ำมันปาล์มและเมทิลเอสเตอร์ ในเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งหลายโครงการได้รับทุนสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากมูลนิธิชัยพัฒนาเงินกองทุนพระราชทานและสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร) รวมทั้งจากเงินรายได้ของทั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
สถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมันในปัจจุบัน ได้ขยายกำลังการผลิตไบโอดีเซลเพื่อการวิจัยมากขึ้นเป็นประมาณ 5,000 ลิตรต่อสัปดาห์ สร้างชุดสาธิตการผลิตไบโอดีเซลแบบต่อเนื่องเพื่อแสดงให้ผู้สนใจสามารถเข้าใจกระบวนการผลิตไบโอดีเซลอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นทำการศึกษาการผลิตไบโอดีเซลจากวัตถุดิบชนิดต่าง ๆ เช่น กรดไขมัน และไขสบู่ ศึกษาการผลิตไบโอดีเซลด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาที่เป็นของแข็ง การใช้ไมโครเวฟในการผลิตไบโอดีเซล และอื่น ๆ นอกจากนั้นยังได้รับงานการศึกษาวิจัยและพัฒนาโรงงานต้นแบบการผลิตไบโอดีเซลในเชิงพาณิชย์ ปริมาตร 10,000 ลิตร/วันของจงหวัดกระบี่ และโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาโรงงานต้นแบบการผลิตพลังงานทดแทนไบโอดีเซลปริมาตร 10,000 ลิตร/วัน ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีอีกด้วย
ความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดของสถานวิจัยฯ คือการได้มีโอกาสถวายรายงานต่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้เสด็จฯ มาทอดพระเนตรผลงานวิจัยที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2549และในฐานะองค์ประธานกรรมการ มูลนิธิชัยพัฒนาได้ทรงพระกรุณาอนุมัติเงินทุนวิจัยให้สถานวิจัยฯ ดำเนินการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านไบโอดีเซลเพื่อการแข่งขัน อันจะเป็นต้นแบบให้เกิดแนวทางการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ที่มีกำลังการผลิตมากกว่า100,000 ลิตรต่อวันต่อไป
แนวคิดหลักในการจัดตั้งหน่วยวิจัย Molecular Pharmaceutics คือการสร้างกลไกที่สามารถเอื้อให้เกิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้ แนวคิด และประสบการณ์ของนักวิจัยซึ่งมีความสนใจร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การศึกษาในระดับโมเลกุลเพื่อเป็นแนวทางในการคิดค้นและพัฒนายา ซึ่งอาจเป็นการหาโครงสร้างหรือ scaffold ใหม่ รวมถึงการพัฒนายาที่มีอยู่แล้วให้มีคุณสมบัติทางกายภาพ เคมี หรือ bioavailability ที่ดีขึ้นโดยกระบวนการทางเคมีและ/หรือเภสัชกรรม ตลอดจนการหาฤทธิ์ใหม่หรือศึกษาผลข้างเคียงที่ยังไม่มีการรายงานของยา ซึ่งต้องอาศัยศาสตร์ทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ในการศึกษาถึง drug target หรือ receptor ของยาที่เป็นที่สนใจ ศาสตร์ทางด้านเคมีในการสังเคราะห์หรือพัฒนายาโครงสร้างใหม่ ศาสตร์ทางด้านเคมีวิเคราะห์ เพื่อศึกษาถึงเภสัชจลนศาสตร์ของยาที่สนใจ และศาสตร์ทางด้านเภสัชกรรมในการพัฒนาให้ได้ตำรับยาที่ดีและมีคุณภาพ คณะเภสัชศาสตร์เป็นสถาบันการศึกษาและวิจัยที่มีบทบาทโดยตรงในการสร้างและพัฒนางานวิจัยด้านต่างๆ การถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ รวมไปถึง ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคและเสริมสร้างสุขภาพได้แก่ การวิจัยด้านการคิดค้นและพัฒนายาใหม่ การพัฒนางานวิจัยเชิงบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบจะเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เกิดการเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยในการคิดค้นและพัฒนายาแนวใหม่
สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) เป็นหน่วยงานในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยความร่วมมือและการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ความคิดในการก่อตั้งเริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ.2546 เพื่อขยายศักยภาพของนักวิชาการในการแก้ไขปัญหาสุขภาพและพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาวะภาคใต้ หลังจากการพิจารณาข้อเสนอแนะจากหลายฝ่าย การก่อตั้งสำเร็จเรียบร้อยและเริ่มทำงานตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2547
ที่อยู่: สถานวิจัยความเป็นเลิศระบบนำส่งยา ชั้น 3 อาคารศูนย์ศึกษาและวิจัยเภสัชภัณฑ์ทักษิณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90112 โทรศัพท์/ โทรสาร: +66(0) 7428 8979
เว็บไซต์ http://dds.pharmacy.psu.ac.th
สถานวิจัยความเป็นเลิศระบบนำส่งยา ภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ จัดตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2550 เพื่อศึกษา วิจัยและพัฒนาระบบนำส่งยา การพัฒนารูปแบบนำส่งยาใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยาในประเทศไทย
ลักษณะงาน
1. สร้างผลงานวิชาการที่มีคุณภาพ เกี่ยวกับระบบนำส่งยา
2. พัฒนานักวิจัยด้านระบบนำส่งยา
3. พัฒนาระบบนำส่งยาให้กับบริษัทอุตสาหกรรมยาในประเทศ
4. เพิ่มศักยภาพการทำงานเป็นทีมและสร้างเครือข่ายการวิจัย
5. ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากการวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
6. สร้างความร่วมมือในลักษณะกลุ่มภารกิจกับอุตสาหกรรม
7. เพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ และเพิ่มความสามารถในการพึ่งพา
วารสารวิชาการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มี 3 ฉบับ ทุกฉบับมีนโยบายรับพิจารณาบทความวิจัยจากเจ้าของบทความทั่วโลกเพื่อลงตีพิมพ์ สามารถศึกษารายละเอียดได้จาก เว็บไซต์ของวารสารแต่ละฉบับ ดังข้อมูลต่อไปนี้
ด้วยคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช ได้จัดให้มีโครงการพัฒนานักวิจัยไทยด้านวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช ระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2550 - 2552) เพื่อสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มพูนศักยภาพนักวิจัยไทยรุ่นใหม่ และให้เกิดความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาระหว่างนักวิจัยรุ่นใหม่และระดับอาชีพ โดยในส่วนของภาคใต้ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้มอบหมายให้ สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นผู้ดำเนินการโครงการดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ สำนักวิจัยและพัฒนาได้กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยสาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัชของนักวิจัยภาคใต้ ด้วยการจัดการประชุมเพื่อระดมความคิดและปรึกษาหารือถึงแนวทางการดำเนินโครงการเพื่อให้นักวิจัยใหม่และนักวิจัยมืออาชีพด้านวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัชภาคใต้ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและทำความคุ้นเคยกันในด้านวิจัย โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายวิจัยเป็นทางยา สมุนไพร เครื่องสำอาง และอาหารเสริม ซึ่งจะทำให้นักวิจัยที่เกี่ยวข้องได้มีโอกาสเสนอ theme ของงานวิจัยของนักวิจัย ทำให้ทราบข้อมูลเบื้องต้นของนักวิจัย อันนำไปสู่การเสวนาในธรรมชาติของการวิจัยในเรื่องนั้นๆ การจัดการ การแก้ปัญหาวิจัยของนักวิจัย ที่จะนำไปสู่การกำหนดปัญหาที่เกิดขึ้นในการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เคมีและเภสัชของภาคใต้ และเพื่อให้ได้แนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนานักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เคมีและเภสัชภาคใต้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป สำนักวิจัยและพัฒนาจะพิจารณาเลือกหน่วยงานที่มีการเรียนการสอน และการวิจัย ในสาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช และนักวิจัยที่มีผลงานวิจัยในหัวข้อ ยา สมุนไพร เครื่องสำอาง และอาหารเสริม ร่วมนำเสนอผลงานวิจัยและเข้าร่วมประชุมระดมความคิดโดยกำหนด theme ของการนำเสนอผลงานเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มยาและสมุนไพร 2) กลุ่มเครื่องสำอางและอาหารเสริม
ติดต่อโครงการโครงการพัฒนานักวิจัยไทยด้านวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช (ภาคใต้) สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 โทรศัพท์: 074-286940 โทรสาร: 074-212839 เว็บไซต์http://www.chempharm.psu.ac.th/

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทุกวิทยาเขตได้มีการจัดตั้งห้องสมุดได้จัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมให้แก่นักศึกษา อาจารย์/บุคลากรภายในมหาวิทยาลัย อีกทั้งเพื่อให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป โดยปัจจุบันมีห้องสมุดทั้งหมด
6 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในวิทยาเขตต่างๆ ดังต่อไปนี้
| วิทยาเขตหาดใหญ่ |
| สำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลง | ประวัติและการบริการ |
| หอสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพ | ประวัติและการบริการ |
| วิทยาเขตปัตตานี |
| หอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ | ประวัติและการบริการ |
| วิทยาเขตภูเก็ต |
| หอสมุดวิทยาเขตภูเก็ต | ประวัติและการบริการ |
| วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี |
| หอบรรณสารสนเทศ | ประวัติและการบริการ |
| เขตการศึกษาตรัง |
| หอสมุดวิทยาเขตตรัง | ประวัติและการบริการ |

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทุกวิทยาเขต ได้มีการจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวก บริการและสวัสดิการแก่นักศึกษา ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาในการใช้ชีวิตและศึกษาภายในมหาวิทยาลัย โดยงานบริการและสวัสดิการนักศึกษาแบ่งตามวิทยาเขตได้ดังต่อไปนี้

มหาวิทยาลัยกำหนดนโยบายและแผนพัฒนามหาวิทยาลัย ด้านการบริการวิชาการเพื่อสร้างบริบททางวิชาการที่เปิดกว้างต่อการแสวงหาความรู้ด้วยมิติ รูปแบบ และภารกิจที่มีการบูรณาการอย่างหลากหลายและทั่วถึง โดยการดำเนินการบริการวิชาการนั้น ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละคณะ/หน่วยงานและประเภทวิชาที่มีการจัดการเรียนการสอน การให้บริการวิชาการ การวิจัย และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
การให้บริการโดยคณะ/หน่วยงานต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย ก็จะขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละคณะ/หน่วยงานและ ประเภทวิชาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จำแนกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ
1. การให้บริการวิชาการโดยหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย 5 หน่วยงาน ได้แก่ ศูนย์คอมพิวเตอร์ ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ สำนักส่งเสริมและการศึกษาต่อเนื่อง ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
2. การให้บริการโดยหน่วยงานภายในคณะ/หน่วยงาน ได้แก่ ศูนย์อุตสาหกรรมเกษตรเพื่อการส่งออก ศูนย์วิศวกรรมพลังงาน ศูนย์ปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อม ศูนย์ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ภาคใต้
3. การให้บริการวิชาการทางด้านสาธารณสุข ได้แก่ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลทันตกรรม ศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและภูมิปัญญาตะวันออก สถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน และศูนย์สมุนไพรทักษิณ
ส่วนหน่วยงานบริการวิชาการที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในปี 2549-2550 ได้แก่ พิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยา 50 พรรษา สยามบรมราชกุมารี คณะวิทยาศาสตร์ และสถาบันขงจื้อ สำหรับหน่วยงานบริการชุมชนอื่นๆสามารถดูรายละเอียดได้ดังนี้

