จัดเปิดตัวโครงการ e-Learning พื้นที่เสี่ยงภาคใต้ ร่วมกับโรงเรียนปลายทาง

ม.อ. ลงนามความร่วมมือโครงการ e-Learning พื้นที่เสี่ยงภาคใต้ กับโรงเรียนปลายทาง พร้อมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการยิ่งใหญ่ มั่นใจการให้โอกาสทางการศึกษาเป็นการติดอาวุธทางปัญญาให้แก่เยาวชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างเต็มศักยภาพ และ สามารถแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ได้ในระยะยาว

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2552 มีการร่วมลงนามความร่วมมือ ในโครงการต้นแบบศูนย์ทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ โรงเรียนที่เป็นห้องเรียนปลายทางในการสอนทางไกล ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จากนั้น มีการจัด “แถลงข่าวและเปิด โครงการต้นแบบศูนย์ทางไกลเพื่อการศึกษาในพื้นที่เสี่ยงภัย จังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ธวัช ชิตตระการ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา รองศาสตราจารย์ ดร.อรัญญา เชาวลิต รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและการศึกษา ดร.จารุวรรณ กฤตย์ประชา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรการเรียนรู้ และ รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ ผู้จัดการกองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) โดยมีสื่อมวลชน ผู้บริหาร คณาจารย์ ตัวแทนฝ่ายปกครอง และผู้บริหารโรงเรียนปลายทาง เข้าร่วมงานจำนวนประมาณ 150 คน

หลังจากการแถลงข่าวแล้ว ตัวแทนฝ่ายต่างๆ ได้ร่วมกันทำพิธีเปิดโครงการต้นแบบศูนย์ทางไกลเพื่อการศึกษาในพื้นที่เสี่ยงภัย จังหวัดชายแดนภาคใต้

การลงนามและพิธีเปิดโครงการดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการที่ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้สนับสนุนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ด้วยงบประมาณ 74 ล้านบาท ในการดำเนินโครงการต้นแบบศูนย์ทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อพัฒนาระบบการสอนทางไกลหรือ E-learning เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนในพื้นที่เสี่ยง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งยังมีปัญหาความไม่สงบในพื้นที่

การดำเนินการตามโครงการนี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จะปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพของระบบการส่งสัญญาณ ซึ่งในที่ผ่านมา ยังมีปัญหาและอุปสรรคด้านเทคนิค เช่น สัญญาณภาพที่ส่งไปยังปลายทางไม่คมชัดหรือสะดุด โดยมั่นใจว่า งบประมาณที่จะได้รับการจัดสรรในครั้งนี้ จะทำให้สามารถเพิ่มคุณภาพทั้งภาพและเสียงของการเรียนการสอน และมีระบบสำรองเพื่อให้ความมั่นใจว่าสัญญาณภาพที่ส่งไปยังปลายทางจะยังชัดเจนตลอดเวลา รวมถึงยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการถามคำถามของนักเรียนส่งกลับมายังผู้สอนให้ดีขึ้น และจะสร้างความพร้อมให้กับโรงเรียนปลายทาง พร้อมกับกระจายจุดให้การเรียนการสอนลงสู่ระดับที่ย่อยลงไป เพื่อให้นักเรียนไม่ต้องเดินทางมารวมศูนย์ที่จังหวัดเป็นครั้งคราวเหมือนที่ผ่านมา

ในการดำเนินการครั้งนี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จะใช้ศักยภาพของคณาจารย์ทั้ง 5 วิทยาเขต และฝ่ายสนับสนุนคือศูนย์คอมพิวเตอร์ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ โดยมีรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและการศึกษา และ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรการเรียนรู้ เป็นผู้ดูแลสื่อและตารางเรียน ให้เป็นไปตามที่ได้วางเอาไว้ โดยมหาวิทยาลัยเชื่อว่า การศึกษาจะเป็นกลไกในการแก้ปัญหาเหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ในระยะยาว เพราะเป็นการติดอาวุธทางปัญญาให้เยาวชนและสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองว่าบุตรหลานจะได้มีโอกาสรับการศึกษาเท่าเทียมนักเรียนในพื้นที่อื่น

รูปแบบการเรียนการสอนภายใต้โครงการดังกล่าว ทาง มอ.จะให้การสนับสนุนในเรื่องของบุคลากรผู้สอนที่จะครอบคลุมเนื้อหา 6 วิชาได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย อังกฤษ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ผ่านการสอน 2 รูปแบบ ได้แก่ การสอนแบบ Real time Interactive ที่มีโรงเรียน ม.อ.วิทยานุสรณ์ และวิทยาเขต ม.อ.ทั้ง 5 วิทยาเขต เป็นโรงเรียนต้นทางในการถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ไปยังโรงเรียนปลายทางและวิทยาลัยชุมชนทั้ง 9 แห่งได้แก่ วิทยาลัยชุมชนยะลา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ โรงเรียนเบตงวีระราษฎร์ประสาน เป็นต้น